สัตว์การเมือง (ตอนจบ)

 “… “ผู้เฒ่าเมเจอร์” หมูป่าผู้เคยได้รับรางวัลจากการประกวด จุดประกายความคิดว่า ความยากลำบากของสัตว์ทั้งหลาย เกิดจากมนุษย์ ซึ่งไม่ทำอะไรเลยในฟาร์ม แต่ฉวยเอาผลผลิตทั้งหลายของสัตว์ไปบริโภค จึงต้องกำจัดออกไป สร้างความหวังให้สัตว์ทั้งหลาย นึกถึงยุคของอนาคตในเพลง “บีซออฟอิงแลนด์” ซึ่งสร้างความฮึกเหิมคึกคักแก่สัตว์ทั้งหลาย แต่หลังจากนั้นอีกสามวัน “ผู้เฒ่าเมเจอร์” ก็ตายจากไป…” 

การเมืองของสัตว์, วิเชียร อติชาตการ, 2561, สำนักพิมพ์โรนิน, พิมพ์ครั้งที่ 2, แปลจาก Animal Farm, George Orwell, 1945


“จอร์จ ออร์เวลล์” ผู้ประพันธ์ Animal Farm ให้ภาพ “ผู้เฒ่าเมเจอร์” ว่าเปรียบเสมือน “วลาดีมีร์ เลนิน” ผู้นำการปฏิวัติของสหภาพโซเวียต และ “คาร์ล มาร์กซ์” นักปรัชญาเจ้าของทฤษฎีปฏิวัติ “มาร์กซิสต์”

โดย “ผู้เฒ่าเมเจอร์” หมูป่าผู้เคยได้รับรางวัลจากการประกวด ได้ชักชวนให้สัตว์ทั้งหมดใน Manner Farm มาประชุมกันในโรงนาขนาดใหญ่ “ผู้เฒ่าเมเจอร์” เล่าว่า เมื่อคืนนี้เขาฝันว่าในอนาคต จะมีวันหนึ่งซึ่งสัตว์ทั้งหลายจะอาศัยอยู่ร่วมกันโดยไม่มีมนุษย์หน้าไหนมากดขี่หรือปกครอง สัตว์ทั้งหมดจะต้องร่วมกันทำงาน เพื่อให้ถึงแดนสวรรค์ในอนาคต

หลังจากนั้น “ผู้เฒ่าเมเจอร์” ได้สอนให้ร้องเพลง “บีซออฟอิงแลนด์” เนื้อร้องโดนใจ ทำนองเร้าใจ ปลุกระดมให้สัตว์ทั้งหลายรู้สึกคึกคักกับวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของ “ผู้เฒ่าเมเจอร์”

           สัตว์ของประเทศอังกฤษ สัตว์ของประเทศอังกฤษไอร์แลนด์การเมืองของสัตว์ Animal Farm เมเจอร์

สัตว์ของทุกประเทศ ทุกถิ่นฐาน

โปรดฟังข่าวที่น่าปีติจากฉัน

เกี่ยวกับยุคทองของอนาคต

         ไม่ช้าไม่นาน วันนั้นจะมาถึง

มนุษย์ผู้กดขี่จะถูกโค่นลง

ทุ่งนาอันสมบูรณ์ของประเทศอังกฤษ

จะเป็นของสัตว์เท่านั้น

         ห่วงจะหายไปจากจมูกของเรา

บังเหียนจะหายไปจากหลังของเรา

เหล็กขวางปากม้าและเดือยจะเป็นสนิมตลอดกาล

แส้อันโหดร้ายจะหมดโอกาสได้ฟาดอีก

         จะมั่งคั่งเกินกว่าจะจินตนาการได้

ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต และฟาง

ถั่วโคลเวอร์ ถั่วเหลือง และอาหารอื่นๆ

จะเป็นของเราในวันนั้น

         ท้องทุ่งของประเทศอังกฤษจะสว่างไสว

น้ำในคลองจะใสแจ๋ว

สายลมอ่อนๆ ทำให้ชื่นใจ

เห็นไหม เราเป็นไทแล้ว

         พวกเราต้องทำงานเพื่อวันนั้น

ขอมุ่งมั่น แม้ต้องสิ้นชีวิตเสียก่อน

วัวและม้า ห่านและไก่งวง

ต่างล้วนทำงานเพื่อเป็นไท

        สัตว์ของประเทศอังกฤษ สัตว์ของประเทศอังกฤษไอร์แลนด์

สัตว์ของทุกประเทศ ทุกถิ่นฐาน

โปรดฟังข่าวที่น่าปีติจากฉัน

เกี่ยวกับยุคทองของอนาคต

“…สหายทั้งหลาย นี่ยังไม่แจ่มแจ้งชัดแจ๋วอีกหรือว่า ความชั่วร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของพวกเรานั้น เป็นเพราะการกดขี่ขูดรีดของมนุษย์นั่นเอง ขจัดมนุษย์ออกไป แล้วผลิตผลจากหยาดเหงื่อของพวกเราจะกลายเป็นของพวกเราเอง เพียงชั่วข้ามคืน พวกเราจะมั่งคั่งและเป็นอิสระ แล้วเราจะต้องทำอะไรกันบ้างล่ะ เอาล่ะ เราต้องทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำ ต้องทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อล้มล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ นี่คือถ้อยแถลงจากข้าถึงพวกเจ้า สหายทั้งหลาย ปฏิวัติเท่านั้น ข้าไม่รู้ว่าเมื่อไหร่วันนั้นจะมาถึง อาจเป็นภายในอีกไม่กี่วันเองหรือเป็นร้อยปี แต่ข้ารู้อย่างแจ่มชัดเหมือนที่ข้าเห็นฟางใต้ตีนของข้าในขณะนี้ว่า ไม่ช้าไม่นาน จะต้องมีความยุติธรรมเกิดขึ้น…” 

“…สหายทั้งหลาย คอยจับตาดูความยุติธรรมในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่อีกไม่นานนักของพวกเจ้า และเหนือสิ่งอื่นใด ช่วยถ่ายทอดถ้อยแถลงของข้าให้ลูกหลาน เพื่อจะได้ช่วยกันต่อสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะ…” 

“…จำไว้ สหายทั้งหลาย เจ้าต้องไม่หยุดความตั้งใจ ต้องไม่สับสน แม้เมื่อเกิดความขัดแย้ง อย่าเชื่อใครที่บอกว่า มนุษย์และสัตว์มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือความเจริญรุ่งเรืองของพวกมันคือความเจริญรุ่งเรืองของพวกเรา โกหกทั้งเพ มนุษย์ไม่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของใครอื่นหรอก นอกจากเพื่อตัวมันเอง และในระหว่างพวกเราสัตว์ด้วยกัน ขอให้มีความสามัคคีกัน มีความรักกันฉันพี่น้อง กลมเกลียวในการต่อสู้ มนุษย์ทุกคนเป็นศัตรู สัตว์ทุกตัวเป็นมิตร…” 

หลักจากนั้นสามวัน “ผู้เฒ่าเมเจอร์” ก็ตายลง “เผด็จกุน” หมูหนุ่ม 3 ตัวอันประกอบด้วย “สโนว์บอล” “นโปเลียน” และ “สควีลเลอร์” ได้รวบรวมคำบอกเล่า หลักการ และปรัชญาที่ได้ยินมาจาก “ผู้เฒ่าเมเจอร์” สรุปเป็น “ลัทธิสัตว์” โดยมีกฎเหล็ก 7 ประการคือ

1. อะไรที่เดินด้วยสองขาเป็นศัตรู
2. อะไรที่เดินด้วยสี่ขาหรือใช้ปีกเป็นมิตร
3. สัตว์ต้องไม่สวมใส่เสื้อผ้า
4. สัตว์ต้องไม่นอนบนเตียง
5. สัตว์ต้องไม่ดื่มเหล้า
6. สัตว์ต้องไม่ฆ่าสัตว์อื่น
7. สัตว์ทุกตัวเสมอภาคกัน

และแล้ว วันหนึ่ง พวกสัตว์ทั้งหลายใน Manner Farm ได้ร่วมมือกันต่อสู้อย่างกล้าหาญกับนายโจนส์เจ้าของฟาร์ม จนขับไล่เขาและลูกจ้างออกจากฟาร์มได้สำเร็จ และเปลี่ยนชื่อฟาร์มเป็น Animal Farm เพื่ออุทิศให้แก่พวกตนที่สามารถต่อสู้จนเอาชนะนายโจนส์ สานฝันของ “ผู้เฒ่าเมเจอร์” ได้สำเร็จ

พวกหมูที่นำโดย “นโปเลียน” ผู้ซึ่งสังหาร “สโนว์บอล” เพื่อกำจัดคู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญของตน

และใช้ “ชื่อนายโจนส์” เป็นตัวประกันในการปกครองหมู่สัตว์ ว่าถ้าอยากกลับไปยุคนายโจนส์อีก “นโปเลียน” จะลงจากอำนาจ ให้นายโจนส์กลับมาปกครอง ทำให้พวกสัตว์ต้องโอนอ่อนผ่อนตามความชั่วช้าของพวกหมู เผด็จการ “นโปเลียน” จึงเถลิงอำนาจต่อไปด้วยคำขู่เกี่ยวกับ “ผีนายโจนส์” นั่นเอง

ทว่า หลายปีผ่านไป พวกหมูเริ่มประพฤติเหมือนมนุษย์เสียเอง เริ่มด้วยการใส่เสื้อผ้า นั่งกินอาหารที่โต๊ะ และนอนบนเตียง เท่านั้นไม่พอ ยังเดินตัวตรงด้วยขาหลังสองข้า แถมยังถือแส้เอาไว้ขู่และหวดสัตว์อื่นในฟาร์ม

กฎเหล็กเจ็ดประการที่จารึกไว้ข้างโรงนา บัดนี้หดเหลือเพียงข้อเดียวคือ “สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน แต่มีบางตัวเท่าเทียมมากกว่าตัวอื่น”


ตามอ่านบทความก่อนหน้า ตั้งแต่ตอนที่ 1-4

สัตว์การเมือง (ตอนที่ 4) : “เผด็จกุน” กับ “อำนาจ 3 แบบ”

สัตว์การเมือง (ตอนที่ 3) : “สหายนโปเลียนทำอะไรก็ถูกหมด” คติพจน์ของ “บ็อกเซอร์” ชนชั้นกรรมาชีพผู้ซื่อสัตย์

สัตว์การเมือง (ตอนที่ 2) : แล้วชีวิตก็จะดำเนินไปเหมือนอย่างที่เคย คือแสนลำเค็ญ “เบนจามิน” ได้กล่าวไว้

สัตว์การเมือง (ตอนแรก) : ไม่ว่าใครจะมาปกครอง ชีวิตของ “เบนจามิน” และ “ประชาชน” ก็ยากลำบากเหมือนเดิม