ทันทีที่ อินเดีย ประกาศว่าจะเดินหน้าภารกิจส่งยานอวกาศขึ้นสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งที่ 2 ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ก็ทำให้แผนการยกสถานะสู่การเป็นผู้นำด้าน ‘เทคโนโลยีอวกาศ’ ของโลกขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น โดยที่ผ่านมา อินเดียขึ้นแท่นเป็นผู้นำเทคโนโลยีอวกาศของโลกร่วมกับ 3 ชาติ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน ที่ประสบความสำเร็จไปก่อนหน้าแล้ว

หากภารกิจนี้สำเร็จ จะส่งผลให้อินเดียเป็นชาติที่ 4 ของโลกที่สามารถนำยานอวกาศลงจอดได้อย่างนุ่มนวล และไม่เพียงเท่านั้น เมื่อลงจอดได้สำเร็จ อินเดีย จะปล่อยยานโรเวอร์แล่นบนพื้นผิวดวงจันทร์ต่อ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ตามประเทศจีนมาติดๆ แบบลมหายใจรดต้นคอ เพราะเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จีนก็เพิ่งประสบความสำเร็จในการลงจอดบนดวงจันทร์และปล่อยยานให้แล่นได้บนพื้นผิวดวงจันทร์เช่นกัน


‘ฝันให้ไกลและกำลังจะไปถึง’ อินเดีย กับภารกิจก้าวสู่การเป็น ผู้นำเทคโนโลยีอวกาศ สำรวจดวงจันทร์

เชื่อว่าจนถึงตอนนี้ หลายคนที่ได้ทราบว่า อินเดีย กำลังจะพิชิตภารกิจการเป็นผู้นำด้าน ‘เทคโนโลยีอวกาศ’ เทียบชั้นมหาอำนาจด้านนี้ อย่าง สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ยังคงประหลาดใจ ว่า อินเดียจะทำได้จริงหรือ?

เพื่อคลายความข้องใจนี้ เราขอนำข้อมูลเพิ่มเติม จากการรายงานข่าวเรื่อง “สำรวจดวงจันทร์ รอบ 2 ยกสถานะผู้นำอวกาศ อินเดีย” (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 14 มิถุนายน 2562) มาบอกเล่าเพิ่มเติมว่า องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ไอเอสอาร์โอ) ได้สร้างยานอวกาศไร้มนุษย์ “จันทรายาน-2” ที่มีหมายความตามภาษาสัณสกฤตตรงตัวว่า ยานดวงจันทร์ ซึ่งประกอบด้วย ยานโคจร ยานลงจอด และยานโรเวอร์ เพื่อพิชิตภารกิจสำรวจดวงจันทร์ในครั้งนี้

ยานอวกาศจันทรายาน-2

แหล่งข่าวของไอเอสอาร์โอ เปิดเผยว่า ยานอวกาศจันทรายาน-2 มีกำหนดจะส่งขึ้นสู่อวกาศในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ด้วยจรวด “จีเอสแอลวี เอ็มเค-3” ซึ่งมีต้นทุนราวหมื่นล้านรูปี หรือประมาณ 4,500 ล้านบาท โดยยานอวกาศจันทรายาน-2 จะใช้เวลาเดินทางไปสู่ดวงจันทร์ประมาณ 50 วัน และคาดว่า ยานอวกาศสัญชาติอินเดียนี้จะสามารถลงจอดอย่างนุ่มนวลและอยู่ภายใต้การควบคุมบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้ราววันที่ 6 กันยายนนี้

เค. สิวัน ประธานไอเอสอาร์โอของอินเดีย บอกเล่าถึงภารกิจนี้ว่า “ความท้าทาย ช่วงเวลาที่น่ากลัวและลุ้นที่สุดของภารกิจนี้อยู่ที่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย เพราะเราต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ยากจะควบคุมอย่าง ภาวะแรงโน้มถ่วงที่แปรปรวนบนดวงจันทร์ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศขนดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยฝุ่น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่จะทำให้ภารกิจนี้ล้มเหลวได้”


ร่วมลุ้น อินเดีย ให้เป็นหนึ่งในชาติเอเชียพิชิตภารกิจสำรวจดวงจันทร์ เทียบชั้นกับ 2 ชาติตะวันตก

อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการนำยานอวกาศไร้คนขับลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปี 2562 ซึ่งความสำเร็จก่อนหน้าเป็นของจีน ที่สามารถนำสำรวจฉางเอ๋อ 4 ลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ ขณะที่ยานอวกาศ “เบเรชีต” ของประเทศอิสราเอล ประสบความล้มเหลว ไม่สามารถนำยานลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ เพราะยานร่วงกระแทกพื้นผิวดวงจันทร์ไปเสียก่อน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ยานจันทรายาน-1 // thaiastro.nectec.or.th

แต่สำหรับอินเดีย เคยประสบความสำเร็จในการส่งยานไปลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์มาแล้ว กับภารกิจส่งยานจันทรายาน-1 เมื่อปี 2551 ซึ่งมีต้นทุน 79 ล้านดอลลาร์ และภารกิจในครั้งนั้น ช่วยยืนยันการค้นพบที่ว่า บนดวงจันทร์มีน้ำอยู่จริง

แต่เดิม ภารกิจของยานจันทรายาน-2 จะเป็นภารกิจที่เกิดจากความร่วมมือกับสำนักงานอวกาศรอสคอสมอสของรัสเซีย แต่ในปี 2556 จีนได้ยกเลิกความร่วมมือ เนื่องจากมีความเห็นแตกต่างในด้านเทคนิคกับโครงการของรัสเซีย

นเรนทรา โมดี

อย่างไรก็ตาม สำหรับอินเดีย ภารกิจของการก้าวสู่การเป็นผู้นำ ‘เทคโนโลยีอวกาศ’ ของโลกเป็นสิ่งที่ นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 เมื่อเดือนที่แล้ว ได้เน้นย้ำว่าจะยังคงเดินหน้า ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะเดินตามนโยบายการเป็นผู้นด้านเทคโนโลยีอวกาศของโลกให้ได้

โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางการอินเดียได้แถลงข่าวความสำเร็จของการสอยดาวเทียมของตนเอง ส่งผลให้อินเดียได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่ชาติในโลก ที่ได้ชื่อว่ามีความสามารถ คิดค้น ครอบครอง เทคโนโลยีนี้ได้ด้วยมันสมองและสองมือของตนเอง


ที่มา : เรียบเรียงจากรายงานข่าว เรื่อง “สำรวจดวงจันทร์รอบ 2 ยกสถานะผู้นำอวกาศ อินเดีย” (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 14 มิถุนายน 2562)


อัปเดตความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในระดับนานาชาติเพิ่มเติม

ทำความรู้จัก ‘มณฑลหูหนาน’ มหานครแห่งรถไฟ หัวขบวนนำจีนก้าวไกลด้วยการขนส่งระบบราง

‘หัวเว่ย’ ชู ‘AI’ บุก ‘สมาร์ทซิตี้’ บริหารเมืองทั่วโลก

เป็นปรากฏการณ์! สิงคโปร์ โค่น สหรัฐอเมริกา ขึ้นครองแชมป์ ‘ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในโลก’

Previous article‘คุณภาพชีวิตคนไทย’ และ ‘ความก้าวหน้าของชาติ’ ต้องสร้างในยุคนี้ จากคนในวันนี้
Next articleสัตว์การเมือง (ตอนจบ) : หมูปราชญ์ “เมเจอร์” จุดก่อเกิด Animal Farm
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์