สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐทำให้นักลงทุนที่มีฐานการผลิตในจีนเริ่มโยกย้ายออกจากจีนมายังประเทศไทย หนึ่งในนั้นคือฮ่องกง


ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้นักธุรกิจฮ่องกงสนใจย้ายฐานการผลิตมายังเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เนื่องจาก EEC สามารถเชื่อมโยงกับโครงการ Greater Bay Area (GBA) ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในกวางตุ้ง ประกอบด้วย กวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า เป็นหัวหอกเชื่อมโยงอาเซียนและเชื่อมโยงกับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt, One Road) ของจีนนั่นเอง

GBA คืออะไร และ เชื่อมโยงกับกับ EEC อย่างไร เรามีคำตอบมาฝากกัน


จุดเริ่มต้น GBA

การประกาศนโยบายการพัฒนาโครงการ The Greater Bay Area (GBA) ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ของรัฐบาลจีนฉบับที่ 13 (.. 2559-2563) เปรียบได้กับยุทธศาสตร์สำคัญของจีนที่จะต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของจีนให้เชื่อมกับโลกภายนอกมากยิ่งขึ้น หลังจากจีนได้ดำเนินการพัฒนาประเทศจากผู้ผลิตสินค้าเกษตรกรรมเมื่อ 20 ปีก่อน

โดยกำหนดให้เขตกวางตุ้ง (Guangdong) เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ Pearl River Delta (PRD) เพื่อผลิกฟื้นจากเขตเกษตรกรรมเป็นเขตอุตสาหกรรมและประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงปี 2556-2558 กลายเป็นแหล่งผลิตสินค้าสำเร็จรูปที่สำคัญ ตลอดจนเทคโนโลยี นวัตกรรมจากต่างชาติที่ไหลเข้าสู่จีน ทำให้เขต PRD เป็นแหล่งรวมการผลิตสินค้าป้อนตลาดโลกที่สำคัญแห่งหนึ่ง

โครงการ GBA เป็นการต่อยอดจาก PRD ในฐานะการพัฒนาจากเขตการผลิตสินค้าราคาถูกสู่การผลิตสินค้านวัตกรรมเทคโนโลยีตลอดจนศูนย์รวมของการค้าการขนส่งและการเงินโดยเฉพาะเงินหยวน

ดังนั้น GBA จึงได้รวมเขตเศรษฐกิจพิเศษในมณฑลกวางตุ้งทั้ง 9 เมือง กับ ฮ่องกงและมาเก๊า รวมเป็น 11 เมือง ซึ่งในปี 2559 รายได้ประชาชาติ GDP ของ 11 เมืองดังกล่าวรวมกันมากกว่า 1,400,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 12 ของ GDP ประเทศจีน หรือ รายได้ต่อหัวอยู่ที่ 20,000 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่มีพลเมืองรวมกันเพียง 66.7 ล้านคน หรือร้อยละ 5 ของประชากรทั้งประเทศ


จุดเด่นของ GBA

GBA ถูกวางให้เป็นยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับนโยบาย Belt & Road ของรัฐบาลจีนที่จะเชื่อมโลกทางด้านตะวันออก และมุ่งหวังที่จะใช้เป็นแหล่งการค้าระหว่างประเทศด้วยสกุลเงินหยวน โครงการสำคัญของ GBA ได้แก่

  • การสร้างเส้นทางรถยนต์เชื่อมระหว่างฮ่องกงมาเก๊าจูไห่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าระหว่าง Sea to Land และ Land to Sea ได้รวดเร็วขึ้น
  • สร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมฮ่องกงเสินเจิ้นกวางโจว เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ สามารถลดระยะเวลาการเดินทางจากเดิมประมาณ 3 ชั่วโมง เหลือเพียง 90 นาที และยังเชื่อมกับรถไฟฟ้าความเร็วสูงต่อไปยังปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ตามนโยบาย Belt & Road ด้วย
  • เพิ่มความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในเขตจูไห่และซงชานกว่า 5 ล้านคน สามารถเช็คอินกระเป๋าเดินทางในเขตจูไห่และข้ามไปใช้เส้นทางสายการบินที่ออกจากฮ่องกงได้เพื่อลดความแออัดของสนามบินกวางโจวและเสิ่นเจิ้นรวมถึงรองรับการขยายตัวของสนามบินฮ่องกง


ฮ่องกงนักลงทุนหลักใน PRD

หากศึกษาย้อนไปถึงโครงการ PRD ในช่วงเริ่มต้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาจะพบว่ามีนักลงทุนชาว ฮ่องกงย้ายฐานเข้าไปในจีนมากที่สุด จนถึงช่วงปี พ.. 2556-2558 มีจำนวนร้อยละ 60 ของการลงทุนในเขต PRD เพราะค่าจ้างแรงงานราคาถูก การสนับสนุนของรัฐบาลจีน การอำนวยความสะดวกในการหาแหล่งเงินทุน ทำให้เศรษฐกิจของจีนโตเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อเนื่องกันกว่า 5 ปี


ข้อจำกัดใน GBA

อย่างไรก็ตาม หลังจากปี 2558 เมื่อค่าจ้างแรงงานในจีนปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่สิทธิพิเศษต่างๆ ที่รัฐบาลจีนเคยให้  ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ในการประกอบธุรกิจ อาทิ การยกเลิกมิให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจบางประเภทที่เคยอนุญาต อย่างด้านโทรคมนาคม เงินทุนหลักทรัพย์ เหมืองแร่ ข่าวออนไลน์ สื่อสารมวลชน บันเทิงและวัฒนธรรม เหล่านี้ทำให้จำนวนธุรกิจที่เกิดใหม่ในเขต PRD ลดลงและเริ่มมองหาฐานการผลิตในประเทศอื่นทดแทน ดังนั้น เมื่อรัฐบาลจีนประกาศเขต GBA ขึ้นมา ทำให้สิ่งที่เป็นข้อกังวลของนักธุรกิจ นักลงทุน โดยเฉพาะชาวฮ่องกงจะตระหนักเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ คือ

  • นักลงทุนฮ่องกงส่วนใหญ่เห็นว่าการสนับสนุนของรัฐบาลจีนต่อบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด (ร้อยละ 65) เพราะส่วนหนึ่งเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับการลงทุนใน PRD มาก่อน
  • กฎระเบียบและความต่อเนื่องของรัฐบาลในการอุดหนุน เป็นปัจจัยสำคัญอันดับ 2 เช่นเดียวกับการสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งด้านไฟฟ้า โทรคมนาคม รวมถึงเรื่องของระบบภาษี การหาแรงงาน และ แหล่งเงินทุน เป็นต้น

เทรดวอร์ดันฮ่องกงย้ายฐาน

นางชณันภัสร์ พิศาลอภิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีบริษัทในฮ่องกงที่ตั้งโรงงานในจีน ได้เข้ามาแจ้งความจำนงกับทางสำนักงานฯว่าต้องการมาร่วมทุนและย้ายฐานการผลิตมาในประเทศไทย เนื่องมาจากกรณีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน จึงทำให้รัฐบาลของฮ่องกงต้องการนำผู้ลงทุนย้ายฐานการผลิต เพื่อให้บริษัทยังสามารถส่งสินค้าไปแข่งขันในตลาดสหรัฐได้ ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงมีนโยบายให้เงินสนับสนุนผู้ประกอบการรายละ 1 ล้านเหรียญฮ่องกงในการที่จะมาลงทุนในอาเซียน ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่นักลงทุนฮ่องกงให้ความสนใจ โดย สคต.ณ เมืองฮ่องกงมีแผนจะนำคณะนักธุรกิจฮ่องกงเยือนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อหาลู่ทางการค้าและการลงทุนระหว่างวันที่ 8-10 กรกฏาคมนี้


ข้อเสนอแนะของ สคต.ฮ่องกงต่อ EEC

จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน ฉบับที่ 13 เน้นนโยบายลดการผลิตสินค้าราคาถูก ในประเทศหรือ 4 Des ได้แก่ De-Capacity, De-Stock, De-Leverage และ De-Cost มาสู่การผลิตสินค้าที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี ตามนโยบาย Made in China ซึ่งกำหนดให้เขต GBA เป็นแหล่งผลิตสินค้าและ บริการที่สำคัญสำหรับรองรับนโยบายนี้ อีกทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งสอดคล้องและใกล้เคียงกับยุทธศาสตร์ของไทยคือการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในการดึงเทคโนโลยี นวัตกรรม การลงทุนเข้าสู่ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Hub ของตลาดอาเซียน

จากการศึกษาโครงการ GBA และบทเรียนจาก PRD ในเบื้องต้นของสคต.ฮ่องกงได้หารือกับนักธุรกิจฮ่องกงในสาขาต่างๆ สามารถสรุปเสนอแนวทางการปรับตัวของ EEC ดังต่อไปนี้

  • การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลไทย สิ่งสำคัญที่นักธุรกิจฮ่องกงเรียนรู้จากการลงทุนในจีนคือ การขาดการสนับสนุนที่ต่อเนื่อง ทำให้หลายธุรกิจไม่สามารถดำเนินการหรือขยายต่อไปได้ ดังนั้นเมื่อรัฐบาลไทยประกาศ New Economy และประเทศไทย 4.0 แล้ว ควรกำหนดหลักเกณฑ์การสนับสนุนที่ชัดเจนออกมาให้เป็นรูปธรรม ตลอดจนด้านกฎหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน ตัวอย่างเช่น ฮ่องกงรณรงค์การลดมลภาวะจากรถยนต์ โดยสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า จึงออกกฎหมายยกเว้นภำษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าระยะเวลา 5 ปีแม้ว่าฮ่องกงไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแต่ได้สร้างอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าอาทิแบตเตอรี่ขนาดเล็กที่ชาร์ตไฟทั้งแบบติดตั้งสาธารณะและแบบพกพาและอุตสาหกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมากและพร้อมขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศเป็นต้น
  • การผลักดันการสร้างมาตรฐานสินค้าแห่งอาเซียน เหตุผลสำคัญที่นักธุรกิจฮ่องกงเข้าไปลงทุนในจีนเนื่องจากขนาดของตลาดที่ใหญ่มาก เช่นเดียวกับการลงทุนในไทยก็เพื่อหวังต่อยอดจำหน่ายสินค้าไปทั่วอาเซียน ซึ่งมีประชำกรมากกว่า 600 ล้านคน แต่สินค้าในแต่ละประเทศสมาชิกของอาเซียนกลับมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน อาทิ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบเดียวกัน แต่มีปลั๊กเสียบที่แตกต่างกัน สินค้าอาหารสำเร็จรูปที่มีข้อกำหนดและระเบียบข้อบังคับที่แตกต่างกัน เป็นต้น ดังนั้นหากไทยสามารถผลักดันให้อาเซียนสร้างมาตรฐานสินค้าของภูมิภาคได้ จะสามารถดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติเข้าสู่ EEC ได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการลงนาม FTA ระหว่าง ASEAN และ Hong Kong แล้ว ไทยควรใช้โอกาสนี้เตรียมความพร้อมรับการเปิดเสรีในปี 2562
  • การปรับปรุงข้อกฎหมาย/สิทธิประโยชน์และธรรมาภิบาล สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับนักลงทุน คือ ความคล่องตัวในการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าออกจากประเทศที่ลงทุนในประเด็นนี้ไทยควรกำหนดทิศทางในการสนับสนุนหรือกำหนดข้อบังคับที่ชัดเจนว่าสิ่งใดทำได้หรือทำไม่ได้เพื่อให้นักลงทุนทราบแนวทางปฏิบัติในทิศทางเดียวกันตลอดจนข้อกฎหมายใดที่ควรปรับปรุงให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกก็ควรนำมาพิจารณาปรับปรุงเพื่อให้เกิดความทันสมัยด้วย
  • การเชื่อมโยงภาคบริการระหว่าง GBA กับ EEC แม้ GBA จะเน้นการพัฒนาด้านการผลิตสินค้า นวัตกรรม เทคโนโลยี การค้า การขนส่งและการเงิน ซึ่งคล้ายคลึงกับ EEC ของไทย แต่ในด้านภาคบริการและการท่องเที่ยว ไทยสามารถขยายความร่วมมือในด้านดังกล่าว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนเข้าสู่ประเทศไทยและอาเซียนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ไทยยังสามารถเข้าไปขยายการลงทุนในด้านธุรกิจบริการในเขต GBA ได้มากขึ้น

อีอีซี การส่งออก

โอกาสดึงทุนฮ่องกงเข้า EEC

เมื่อประเทศไทยกำหนดนโยบายประเทศไทย 4.0 เพื่อขับเคลื่อนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  โดยหนึ่งในโครงการที่สำคัญคือโครงการ Eastern Economic Corridor (EEC) ในเขตภาคตะวันออกของประเทศ เชื่อมโยงการค้า การขนส่ง การลงทุน และรองรับการขยายตัวของนโยบาย Belt & Road ของจีนที่ให้ความสำคัญกับการค้าในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับจีนประกาศโครงการ The Greater Bay Area (GBA) เพื่อพัฒนา 11 เมืองสำคัญ (รวมฮ่องกงและมาเก๊า) ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษา GBA เพื่อนำมาปรับใช้กับ EEC ของไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุนและการขนส่ง


ข้อมูล : มอง Greater Bay Area เพื่อเติมเต็ม Eastern Economic Corridor สคต. เมืองฮ่องกง