ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น คนทำงาน หรือผู้สูงวัย ก็สามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างไม่เหมาะสมหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ จึงมีองค์กรมากมายให้ความสำคัญในด้านการให้ความรู้ – ให้คำแนะนำเพื่อรู้เท่าทันโลกไซเบอร์ โดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ดังที่ AIS โอเปอเรเตอร์ค่ายสีเขียวประกาศตัวว่า ให้ความสำคัญด้าน DQ (Digital Quotient) จึงทำทั้งมิติของ ‘Educator – ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะทางดิจิทัล’ และ ‘Protector – ป้องกันความเสี่ยงจากการใช้อินเทอร์เน็ต’ ให้แก่เด็กๆ
เกราะป้องกันทั้งด้าน Educator และ Protector ที่เอไอเอสจัดทำขึ้นมีแนวคิดว่า ‘ถ้าเราทุกคน คือเครือข่าย’ โดยอยู่ภายใต้โครงการอุ่นใจไซเบอร์ และมี 2 แนวทางหลัก คือ
- Educator : ยกระดับมาตรฐานความรู้เท่าทั
นดิจิทัล - Protector : พัฒนาระบบคัดกรองคอนเทนต์ออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม ด้วยระบบ AIS Secure Net (Beta Phase) และ Google Family Link ที่เกิดจากความร่วมมือกับ Google
มิติของการส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะทางดิจิทัล (Educator)
การยกระดับมาตรฐานความรู้เท่าทั
DQ (Digital Quotient) หรือ ความฉลาดทางดิจิทัล เป็นประเด็นที่เอไอเอสให้ความสำคัญ เพราะอาจนำไปสู่ปัญหาสังคมได้ จึงจัดทำ DQ Program ชุดการเรียนรู้ 360 องศา สำหรับเด็กวัย 8-12 ปี เพื่อพัฒนาทั
ชุดการเรียนรู้นี้จัดทำโดยทีมงานนักวิชาการจาก Nanyang Technological University มหาวิทยาลัยชั้นนำของสิงคโปร์ ซึ่งได้รั
เอไอเอสยังจัดทำ Portal ศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรั
บคนไทยทุกคน โดยสามารถเข้าใช้งานได้ที่ www.ais.co.th/dq
หลักสูตร DQ ประกอบด้วย 8 ทักษะดิจิทัลสำคัญ ได้แก่
1. Digital Identity (อัตลักษณ์ออนไลน์)
2. Digital Use (ยับยั้งชั่งใจ)
3. Digital Safety (เมื่อถูกรังแกออนไลน์)
4. Digital Security (ท่องเน็ตอย่างปลอดภัย)
5. Digital Emotional Intelligence (ใจเขา-ใจเรา)
6. Digital Communication (รู้ถึงผลที่จะตามมา)
7. Digital Literacy (คิดเป็น)
8. Digital Rights (รู้สิทธิและความเป็นส่วนตัว)
หลักสูตรดังกล่าวมีโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง 2 ส่วน
- ส่วนแรกคือ DQTest.org เป็นแบบสอบถามพฤติกรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต
- ส่วนที่สองคือ DQWorld.net เป็นสาระความรู้เพื่อเพิ่มทักษะและความฉลาดด้านดิจิทัล มีวิธีการทำงาน ดังนี้
1) ผู้ใช้งานจะต้องลงทะเบียนที่เว็บไซต์ www.dqtest.org เพื่อทำแบบสอบถามออนไลน์จำนวน 55 ข้อ ใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที
2) คำตอบของผู้ใช้งานจะถูกส่งออนไลน์ไปวิเคราะห์โดยระบบ DQTest ที่สิงคโปร์ ผลวิเคราะห์จะถูกส่งกลับมาให้ผู้ปกครอง / โรงเรียน ซึ่งจะชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้งานหรือนักเรียนคนนั้นมีจุดอ่อนอะไรใน 8 ทักษะ เพื่อเสริมทักษะและความรู้ในด้านนั้น
3) เมื่อผ่านการทำ Pretest แล้ว ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปทำแบบฝึกหัดในเว็บไซต์ DQWorld.net โดยจะได้สนุกกับการเล่นเกมผ่านด่านต่างๆ แต่ละด่านเป็นการทดสอบ digital skill ด้านต่างๆ ทั้งหมด 8 ด้าน
4) ผู้ใช้งานทำแบบฝึกหัด (เล่นเกม) วันละ 1 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 3-4 วัน จะสามารถเรียนจบคอร์สภายใน 2 สัปดาห์ (82 learning missions covering eight digital skills) ผู้ใช้งานสามารถทำแบบฝึกหัดด้วยตัวเองที่บ้าน โดยผู้ปกครองหรือคุณครูสามารถเข้าไปดูในระบบได้ว่าบุตรหลาน หรือนักเรียนได้ทำแบบฝึกหัดแล้วหรือไม่ รวมถึงสามารถบอกให้บุตรหลานหรือนักเรียนคนนั้นให้เร่งมือทำ
5) เมื่อผู้ใช้งานเล่นครบทุกด่านแล้ว ระบบ DQ World จะให้คะแนนทักษะด้านดิจิทัลทั้ง 8 ด้าน แล้วส่งใบคะแนนมาให้ผู้ปกครองหรือคุณครูดูผลคะแนน เพื่อเปรียบเทียบคะแนนของนักเรียนคนนั้นกับค่าเฉลี่ยของนักเรียนไทยทั้งประเทศและของนักเรียนทั่วโลก โดยเกณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 100 คะแนน
6) ในกรณีเด็กติดเกมหรือเคยโพสต์ข้อความรุนแรงกลั่นแกล้งผู้อื่นทางสื่อโซเชียล สถาบัน DQ จะแนะนำเด็กคนนั้นให้ไปพบจิตแพทย์เพื่อเข้าโปรแกรมบำบัดรักษาก่อนจะกลับมาทำประเมินอีกครั้ง

ประโยชน์สำหรับนักเรียน
- ฝึกนิสัยการใช้อินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์สมาร์ทโฟนอย่างสร้างสรรค์ เป็น user ที่ฉลาดใช้ ไม่ติดเกมออนไลน์ โซเชียลมีเดีย หรือโทรศัพท์มือถือจนเสียสุขภาพ “Be the master of technology, not slave.”
- เป็นพลเมืองดีออนไลน์ คิดก่อนโพสต์ รู้จักคิดวิเคราะห์ว่าข่าวใดเชื่อถือได้ และข่าวไหนเป็นข่าวลือ รู้จักป้องกันตัวไม่ให้ถูกหลอกลวงง่าย ทั้งคนแปลกหน้าและซื้อสินค้าออนไลน์
ประโยชน์สำหรับโรงเรียน
- หลักสูตร DQ ช่วยปลูกจิตสำนึกนักเรียนในการใช้อินเทอร์เน็ตและเข้าสังคมออนไลน์ ฝึกเด็กให้มีวินัยและควบคุมตัวเองได้ ช่วยลดปัญหาการกลั่นแกล้งออนไลน์และใช้โซเชียลมีเดียในทางที่ไม่เหมาะสม
- คุณครูสามารถนำผลคะแนน DQ ไปใช้เปรียบเทียบทักษะด้านดิจิทัลกับนักเรียนของโรงเรียนอื่น (คล้ายกับคำแนน IQ) เนื่องจาก DQ เป็นมาตรวัดทักษะและความฉลาดด้านดิจิทัลที่ได้มาตรฐานโลก ได้รับการสนับสนุนจาก WEF, OECD, IEEE และทุกทวีปทั่วโลก
ประโยชน์สำหรับผู้ปกครอง
- ลดความตึงเครียดจากการดุว่าลูก พอใจที่เห็นลูกมีพัฒนาการการใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์อย่างมีวินัยมากขึ้น
- ช่วยปูพื้นฐานให้ลูกฝึกทักษะที่สำคัญด้านดิจิทัล (eight-digital skills) รู้จักระมัดระวังคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์ รวมถึงการซื้อไอเทมในเกมและซื้อสินค้าออนไลน์ และรู้ความเหมาะสมในการโพสต์ข้อความหรือรูปภาพในโซเชียลมีเดีย
- ช่วยเตรียมความพร้อมให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีวินัยและรับผิดชอบในสังคมออนไลน์ เคารพกฎกติกา มารยาท และกฎหมาย สามารถดูแลตัวเองได้ในโลกออนไลน์
มิติของการป้องกันความเสี่ยงจากการใช้อินเทอร์เน็ต (Protector)
การพัฒนาระบบคัดกรองคอนเทนต์ออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม ด้วยระบบ AIS Secure Net (Beta Phase) และ Google Family Link ที่เกิดจากความร่วมมือกับ Google มีรายละเอียดดังนี้
- บริการ Parental Control ผ่านแอปพลิเคชัน Google Family Link สำหรับลูกค้าทุกเครือข่าย
- ผู้ปกครองสามารถกำหนดการใช้งานโทรศัพท์ของบุตรหลานได้ผ่าน Google Account ที่บุตรหลานใช้งาน โดยมีหลากหลายฟีเจอร์ ดังนี้
- กำหนดระยะเวลาการใช้งานหน้าจอ
- กำหนดการใช้งานแอปพลิเคชันบนมือถือ เช่น เกม, โซเชียล มีเดีย
- ดูแลการติดตั้งแอปพลิเคชันใหม่ๆ แอปที่ไม่เหมาะสมจะไม่สามารถติดตั้งในเครื่องได้
- กำหนดการเข้าถึงเว็บไซต์อย่างเหมาะสมบน Google Chrome จำกัดการเข้าใช้งานเว็บเกม, การพนัน, สื่อลามก
- กำหนดระดับความเหมาะสมของคอนเทนต์ที่เด็กสามารถรับชมบน YouTube และ YouTube Kids ได้
- ดูการใช้งานแอปและระยะเวลาที่ใช้งานของบุตรหลานได้จาก Usage Report ซึ่งดูได้แบบรายวัน, รายสัปดาห์, รายเดือน
- ติดตามพิกัดตำแหน่งที่บุตรหลานอยู่ ณ ปัจจุบันได้
จากที่ดูข่าวในรอบ 2-3 ปีมานี้ จะเห็นว่ามีกรณีของ Cyberbullying หรือ การกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์ เป็นภัยคุกคามทั้งทางร่างกายและจิตใจของเด็กและเยาวชนจำนวนมาก ซึ่งในโลกความเป็นจริง จะมีกรณีที่ไม่เป็นข่าวอีกกี่มากน้อย รุนแรงแค่ไหนนั้นไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด ดังนั้น การสอนหรือแนะนำให้เด็กและเยาวชนใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย และรู้เท่าทัน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับเด็กที่เติบโตมาในยุคดิจิทัล
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ DQ ที่สาลิกานำเสนอไว้
เปิดพฤติกรรมเสี่ยง โลกดิจิทัล เด็กไทยยุคดิจิทัล IQ & EQ สูงไม่พอ ต้องมี DQ สูงด้วย
IQ ใช้วัดระดับเชาวน์ปัญญามานานกว่าร้อยปี นี่ยุค 4.0 ต้องวัดกันที่ ‘DQ’ แล้ว













