ในยุคนี้ แทบไม่มีอาชีพใดเลยที่หนีพ้นจากเงื้อมมือของ Disruptive Technology หรือภาวะที่นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ กำลังจะเข้ามาแทนที่ความเชี่ยวชาญของมนุษย์บางอย่าง จนคุณค่าของบางอาชีพลดลงไปอย่างน่าใจหาย ไม่เว้นแม้แต่อาชีพ นักเทคนิคการแพทย์ ที่แค่ฟังชื่อ ก็อดคิดไม่ได้ว่า ผู้ประกอบอาชีพนี้จะโดน disrupted หรือได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างไร เพราะพวกเขาก็ต้องทำงานโดยใช้ความเชี่ยวชาญและทักษะเฉพาะด้านร่วมกับเทคโนโลยีหรือเครื่องมือทางการแพทย์อยู่แล้ว

ในรายงานข่าวเรื่อง “ลับสมองเทคนิคการแพทย์ สมาร์ทแล็บโปรเจค” (เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 26 มิถุนายน 2562) ได้คลายข้อข้องใจตรงนี้ว่า ทุกวันนี้ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ นักเทคนิคการแพทย์ ยุคนี้ ต้องปรับตัวให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ขณะเดียวกันในการปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องตั้งรับกับภาระงานประจำวันที่จะมีขึ้นมากมายมหาศาลด้วย


เปิดประเด็นปัญหา ‘คนล้นงาน & งานล้นคน’ ที่ นักเทคนิคการแพทย์ ต้องเจอ ในยุค Disruptive Technology

ดร.ทนพญ.สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ได้อัปเดตถึงสถานการณ์ความท้าทายที่ อาชีพนักเทคนิคการแพทย์ ต้องเจอในปัจจุบันว่า

“ในปัจจุบันอาชีพนักเทคนิคการแพทย์กำลังประสบกับปัญหา คนล้นงาน และ งานล้นคน เพราะในตอนนี้นี้มีสถาบันการศึกษาทั้งหมด 14 สถาบันในประเทศไทยที่ผลิตกำลังคนด้านเทคนิคการแพทย์ โดยในแต่ละปีจะผลิตออกมาประมาณ 1,000 คน แต่ในอีกด้านหนึ่ง มีสถิติเปิดเผยมาตลอดว่าหน่วยงานสาธารณสุขไม่มีการเพิ่มตำแหน่งงานถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ”

ดังนั้น นักเทคนิคการแพทย์ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในตอนนี้ ต้องแบกรับภาระงาน หรือ Work Load อย่างมาก เนื่องจากรัฐบาลมีโปรเจคในการดูแลสุขภาพประชาชนจำนวนมาก อย่าง โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค ส่งผลให้มีผู้ป่วยจำนวนมากมาเข้ารับบริการทางสาธารณสุขที่โรงพยาบาล โดยนักเทคนิคการแพทย์มีหน้าที่เข้ามาช่วยผ่อนแรงบุคลากรทางการแพทย์ด้านอื่น

ขณะเดียวกัน ดร.ทนพญ.สลักจิต ยังชี้ถึงประเด็นที่เทคโนโลยียุคนี้เปลี่ยนแปลงก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งคนทำอาชีพนี้จำเป็นต้องพยายามอัปเดตความรู้ตลอดเวลา เพราะเทคนิคการแพทย์ต้องทำงานกับเครื่องไม้เครื่องมือเทคโนโลยีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยเทคโนโลยีใหม่ๆ ทุกวันนี้มีแนวโน้มเข้ามาแทนงานบางอย่างที่ต้องอาศัยความรวดเร็ว แม่นยำ ได้อย่างน่าทึ่ง


ทำความรู้จัก สมาร์ทแล็บ โปรเจค โซลูชันยกระดับวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ อย่างได้ผล

เพื่อตอบสนองกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และสร้างแรงบันดาลใจ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้กับเจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการ เพิ่มความเชื่อมั่นจากผู้บริหารในองค์กร ที่สุดแล้วจะช่วยยกระดับงานบริการเทคนิคการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โครงการ สมาร์ทแล็บ โปรเจค (Smart Lab Project) จึงเกิดขึ้น ด้วยความร่วมมือระหว่าง บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับ สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยฯ

โครงการนี้ได้รับการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการในโรงพยาบาล คลินิก และสถานพยาบาลทั่วประเทศ ส่งโครงการเพื่อเข้าประกวดได้ 1 เรื่อง ต่อ 1 ห้องปฏิบัติการ ไม่จำกัดหัวข้อ โดยจะมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยฯ พิจารณาตัดสินคัดเลือกผู้ที่ได้รับรางวัล ที่ล่าสุดมีผู้ชนะทั้งหมด 10 คน แบ่งเป็นผู้ชนะเลิศ 3 รางวัล และรางวัลดีเด่น 7 รางวัล จากผลงานที่ส่งประกวดทั้งหมด 27 ผลงาน

นายพิเชษฐพงศ์ ศรีสุวรรณกุล กรรมการผู้จัดการ โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) อธิบายถึงแผนขับเคลื่อน สมาร์ทแล็ป โปรเจค นี้ว่า

“ในปีนี้ เราจะจัดขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง จากกรุงเทพฯ จะไปต่อที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรเทคนิคการแพทย์ ที่ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานเบื้องหลังมาตลอด ให้มีโอกาสโชว์ผลงาน สร้างความยอมรับจากทั้งคนในองค์กรและแวดวงเทคนิคการแพทย์โดยรวม”

คุณพิเชษฐพงศ์ เล่าให้ฟังถึง 3 ผลงานที่ชนะเลิศ ว่า ผลงานแรกเป็นการนำเสนอนวัตกรรมระบบคิวบนสมาร์ทโฟนที่ใช้งานได้ง่ายสำหรับผู้ป่วยที่ตองการรอเจาะเลือดและต้องต่อคิวเป็นเวลานาน ซึ่งแค่ดูคิวบนมือถือ เมื่อถึงเวลาค่อยมารับการเจาะเลือด อีกผลงานหนึ่งเป็นระบบควบคุมคุณภาพในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว เพื่อลดค่าใช้จ่าย และสุดท้ายเป็นผลงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการในห้องปฏิบัติการ ด้วยการพัฒนาโปรแกรมเอ็กเซลมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ลดต้นทุนการซื้อซอฟแวร์มาวิเคราะห์ผลตรงนี้ ซึ่งมีสนนราคาถึง 5-6 หมื่นบาท

นอกจากจะเกิดผลงานนวัตกรรม กระตุ้นให้นักเทคนิคการแพทย์ได้แสดงศักยภาพของตนเองออกมาแล้ว ความร่วมมือที่ทำให้เกิดโครงการ สมาร์ทแล็ป โปรเจค นี้ยังส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างแล็บต่อแล็บ เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงาน ซึ่งที่สุดแล้วผู้ที่จะได้รับผลของโครงการนี้คือประชาชนที่จะได้รับการบริการที่ดีขึ้น


ชี้แนวทางการพัฒนาวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ต้องบูรณาการความร่วมมือ เพิ่มคุณค่าให้คนทำงาน

“บุคลากรเทคนิคการแพทย์ที่ผลิตขึ้นมาในเวลานี้เพื่อตอบโจทย์โรงพยาบาลภาครัฐเป็นหลัก แต่ในอนาคต สมาคมฯ มีแผนทำโครงการคลินิกเทคนิคการแพทย์คุณภาพซึ่งคล้ายคลึงกับคลินิกหมอและร้านยาคุณภาพ เป็นคลินิกที่รับตรวจเลือด อุจจาระ ปัสสาวะ คลอเรสเตอรอล และบริการตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาล บางคนอยากตรวจสุขภาพประจำปี ต้องไปรอคิวที่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน ก็จะเปลี่ยนมาตรวจที่คลินิกเทคนิคการแพทย์นี้ได้” ดร.ทนพญ.สลักจิต ชี้ให้เห็นถึงแผนงาน เพิ่มคุณค่าให้วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ของสมาคมฯ เพิ่มเติม

ส่วน บริษัท โรช พันธมิตรผู้ร่วมมือทำให้เกิดโครงการประกวดผลงาน สมาร์ทแล็ป โปรเจค อย่างจริงจัง กล่าวถึงปณิธานของบริษัทที่เชื่อมมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการวางรากฐานด้านสุขอนามัยสมัยใหม่ สร้างนวัตกรรมของระบบตรวจสอบและวิเคราะห์ที่ครอบคลุม ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างนวัตกรรมด้านการวินิจฉัยผ่านระบบการตรวจวินิจฉัยโรคในห้องปฏฺบัติการ

รวมถึงที่ผ่านมา ทางบริษัท ได้นำเสนอโซลูชันเฮลธ์แคร์แบบองค์รวมที่มีประสิทธิภาพในการตรวจโรคตั้งแต่เริ่มต้น ตลอดจนยังนำเสนอนวัตกรรมการป้องกัน เฝ้าระวังโรค โดยสอดประสานกับโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยได้แม่นยำ นำสู่การรักษาที่ถูกต้อง ช่วยชีวิตคนไข้ได้ในที่สุด

สรุปแล้ว แนวทางการพัฒนาทักษะและเพิ่มประสิทธิภาพให้วงการเทคนิคการแพทย์ ตอบสนองการให้บริการทางสาธารณสุขอย่างทั่วถึง อยู่ที่ keywords ที่ ดร.ทนพญ.สลักจิต ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า การขับเคลื่อนวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ให้เดิหน้าต่อไป ท่ามกลางบรรยากาศ Disruptive Technology จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรการแพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชน ตัวแทนภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรมทางการแพทย์ ต่างฝ่ายจะต่างทำหน้าที่ของตัวเองไม่ได้แล้ว


ที่มา : เรียบเรียงจาก รายงานข่าว เรื่อง “ลับสมองเทคนิคการแพทย์ สมาร์ทแล็บโปรเจค” (เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 26 มิถุนายน 2562


Disruptive Technology เข้ามาเป็นตัวแปร ทำให้ทุกสาขาอาชีพต้องพัฒนาทักษะของตนเองอย่างไรบ้าง

ในโลกที่ AI เป็นใหญ่ จะรักษา ‘ความเป็นส่วนตัวบนโลกดิจิทัล’ ได้อย่างไร World Ethic Forum หลายเวที มีคำตอบ

ถอดรหัสความสำเร็จ พิชิตภารกิจ ‘Digital Transformation’ ปฏิรูปธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างไรให้ปัง

ชี้ 5 แนวทางสรรหา ‘คนทำงานไอที’ ที่ใช่ ขับเคลื่อนองค์กรเทคโนโลยีให้ไปได้ไกลกว่าเดิม

Previous articleอำนาจคู่-ผู้นำร่วม แนวคิดใหม่ ศาสตร์บริหาร
Next articleแนะวิธีเพิ่มศักยภาพตนเอง สร้าง ‘บัณฑิตพันธุ์ใหม่’ ให้เป็นที่ต้องการของทุกองค์กร
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์