แฟนพันธุ์แท้ Batman & Robin อาจรู้สึกอึดอัดกับภาพยนตร์มนุษย์ค้างคาวเวอร์ชั่นใหม่ๆ เมื่อบทบาทของ Robin หายไปจากการรับรู้ เพราะอันที่จริงแล้ว Batman จะต้องปรากฏกายเคียงคู่กับ Robin เสมอ ผู้นำร่วม 


เหมือนกับ Sherlock Holmes จะเป็น Sherlock Holmes อย่างสมบูรณ์แบบไปไม่ได้ ถ้าไม่มี Dr. John Watson นายแพทย์ผู้รับบทคู่หูดูโอในงานสืบสวนสอบสวนบันลือโลก เป็นหยิน-หยางของกันและกัน

หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ เราจะพบความมีอยู่ของ “อำนาจคู่-ผู้นำร่วม” ในหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม

ในบ้านเรา ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ “พระยาพิชัยดาบหัก” ทหารเอกพระเจ้าตาก ผู้จงรักภักดีและมีฝีมือทางการรบ เป็นขุนพลคู่ใจ เคียงบ่าเคียงไหล่กับ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ตั้งแต่ก่อนการกู้เอกราช จนถึงพิธีปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ ครองกรุงธนบุรี

ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ก็มี “อำนาจคู่-ผู้นำร่วม” คนสำคัญก็คือ “โจวเอินไหล” รัฐบุรุษจีน ผู้เป็นอัจฉริยะด้านทหาร การทูต เศรษฐกิจ-บริหาร เคียงข้างมหาบุรุษ “เหมาเจ๋อตุง” ผู้นำของการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างยิ่งใหญ่

เวียดนามมี “หวอเงวียนย้าป” นายพลผู้มากความสามารถทางการทหารและเปี่ยมด้วยเมตตา หนึ่งในสิบนักการทหารที่โลกยกย่อง จอมทัพแห่งกองทัพประชาชนเวียดนามท่านนี้ ครบเครื่องทั้งบู๊-บุ๋น คู่คิดเสริมบารมี และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของท่านประธาน “โฮจิมินห์”

ในทางเศรษฐกิจ หลายคนรู้จัก Bill Gates ในฐานะผู้ก่อตั้ง Microsoft แต่อาจไม่คุ้นเคยชื่อของ Paul Allen ขุนพลคู่ใจที่ต่อสู้ฝ่าฟันความยากลำบากด้วยกันมาก่อนที่ Microsoft จะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ หาก Bill Gates คืออัจฉริยะ Paul Allen ก็คือคู่หูอัจฉริยะ

Apple ก็เช่นกัน ขณะที่คนทั่วโลกคิดถึง Steve Jobs แต่เบื้องหลังความสำเร็จที่แท้จริงของ Steve Jobs คือ Steve Wozniak เพราะ Steve Jobs เป็นนักการตลาด ขณะที่ Steve Wozniak คือ IT Man และ Apple ก็เป็นบริษัท IT ดังนั้น Steve Jobs จึงต้องมี Steve Wozniak เคียงข้าง

Facebook ก็มีในยุคแรก Mark Zuckerberg จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลยหากขาดซึ่ง Eduardo Saverin คู่หูผู้ดูแลงานด้านการเงินในช่วงก่อตั้ง Facebook ใหม่ๆ จนกลายเป็นองค์กรหมายเลขหนึ่งของโลกมาแล้ว แม้ว่าปัจจุบัน Eduardo Saverin จะไม่ได้อยู่ช่วย Mark Zuckerberg ทว่าเขาคือผู้ถือหุ้น Facebook มากถึง 50 ล้านหุ้น

จากตัวอย่างที่ยกมาพอสังเขปข้างต้น คงจะพอทำให้เห็นภาพ “อำนาจคู่-ผู้นำร่วม” ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน และเชื่อแน่ว่า ในอนาคตข้างหน้า ศาสตร์ด้านการบริหาร จะมีแนวโน้มหันมาใช้ทฤษฎีเกี่ยวกับ “อำนาจคู่-ผู้นำร่วม” กันอีกครั้ง

Maia Heyck-Merlin เจ้าของหนังสือ The Together Leader ที่ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี ค.ศ. 2016 กล่าวว่า ผู้นำร่วม คือการที่ “ผู้นำ” และ “ผู้ตาม” เรียนรู้การนำ และบริหารจัดการองค์กรไปพร้อมๆ กันในทุกๆ ภารกิจขององค์กร

together leader ผู้นำร่วม

เพราะ The Together Leader คือ การที่ผู้นำและผู้ตาม บริหารจัดการองค์กร หรือนำองค์กรร่วมกัน

แม้ว่าแนวคิดดังกล่าวจะคล้ายกับทฤษฎีการบริหารแบบมีส่วนร่วม ทว่า ความแตกต่างระหว่างสองทฤษฎีนี้อยู่ตรงที่ การบริหารแบบมีส่วนร่วมยังคงมีผู้นำและผู้ตามในรูปแบบสายการบังคับบัญชาตามโครงสร้างการบริหารงานอย่างเป็นทางการ โดยผู้นำจะให้ผู้ตามขึ้นมานำเป็นเรื่องๆ ไป แต่ ผู้นำร่วม คือการที่ผู้นำและผู้ตามมีบทบาทในการนำร่วมกันในทุกๆ เรื่อง

Maia Heyck-Merlin อธิบายว่า “หัวหน้า” กับ “ผู้นำ” มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อีกทั้ง “ผู้นำตามตำแหน่ง” กับ “ผู้นำตามธรรมชาติ” ก็ยิ่งแตกต่างกันเข้าไปอีก วันวันหนึ่ง “ผู้นำตามโครงสร้างบริหาร” มีหลายภารกิจให้ทำ ดังนั้น องค์กรยุคใหม่มีความจำเป็นต้องสร้าง “อำนาจคู่-ผู้นำร่วม” หรือ “เบอร์สอง” ให้เกิดขึ้น ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภารกิจของ “เบอร์หนึ่ง” ทว่า ยังเป็นการคานอำนาจกันอยู่ในที

Maia Heyck-Merlin บอกว่า ปัจจุบันองค์กรที่มีผู้นำที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางไม่อาจตอบสนองต่อวิกฤตปัญหาในโลกแห่งความซับซ้อนหลากหลายได้ ดังนั้น “ผู้นำเดี่ยว” ตามทฤษฎีการบริหารแบบเก่าจึงไม่สอดคล้องกับยุคดิจิทัลอีกต่อไป “อำนาจคู่-ผู้นำร่วม” จึงเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในหลากหลายวงการ

อีกทั้ง หากมองย้อนกลับเข้าไปที่ “ผู้นำเดี่ยว” เราจะพบว่า ในหลายสถานการณ์ “ผู้นำเดี่ยว” หลายคนอาจรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องทำงานเกี่ยวกับการประสานความร่วมมือจากหลายภาคส่วน หลายครั้ง ด้วยบุคลิกของ “ผู้นำเดี่ยว” ทำให้บางคนขาดความผ่อนปรนยืดหยุ่น และเลยเถิดไปจนกระทั่งคิดไปเอง ว่าหลักการบนโลกใบนี้มีเพียงชุดเดียว ในที่สุด “ผู้นำเดี่ยว” มีแนวโน้มกลายเป็น “ผู้นำเผด็จการ” หรือหากมีลักษณะนิสัยแบบศิลปิน “ผู้นำเดี่ยว” ก็อาจปลีกวิเวกไปทำงานแบบปัจเจก

Maia Heyck-Merlin ทิ้งท้ายว่า “อำนาจคู่-ผู้นำร่วม” จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง วัฒนธรรม และศาสตร์การบริหาร เพราะการตัดสินใจ กำหนดทิศทาง การจัดสรรทรัพยากร จะต้องอยู่บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมที่แตกต่างไปจากเดิม


อยากรู้เกี่ยวกับ “ผู้นำ” ในหลากหลายมิติ เรามีบทความแนะนำ

Professor Dr. Barbara Kellerman ผู้อาสาล้มทฤษฎี “ภาวะผู้นำ”

วิสัยทัศน์ใหม่สำหรับผู้นำ ในยุคขาดความไว้วางใจของขั้วมหาอำนาจ

Robotics Leadership ภาวะผู้นำตัวใหม่ ยุค A.I. ครองโลก (ตอนแรก)