
ไทยซิวแชมป์อาเซียน
อันดับการพัฒนาที่ยั่งยืน
ของสหประชาชาติ

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบและพอใจผลการจัดอันดับการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในกรอบสหประชาชาติ (UN SDGs) ปี 2019 ซึ่งประเทศไทยเลื่อนขึ้น 19 อันดับจากอันดับที่ 59 เมื่อปีที่แล้ว มาอยู่ที่อันดับ 40 ในปีนี้ และถือเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน จากรายงานของเครือข่ายการแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Solutions Network – SDSN) และมูลนิธิ Bertelsmann Stiftung โดยนายกฯ กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความพยายามและความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ซึ่งรัฐบาลเน้นการพัฒนาประเทศที่มีความสมดุลในเรื่องคนกับสิ่งแวดล้อม คนกับคนหรือการลดความเหลื่อมล้ำ และคนกับเทคโนโลยี ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงหรือศาสตร์พระราชา ทั้งนี้ สมาชิกอาเซียนได้รับการจัดอันดับคือ เวียดนาม อันดับ 54 สิงคโปร์ อันดับ 66 มาเลเซีย อันดับ 68 ฟิลิปปินส์ อันดับ 97 อินโดนีเซีย อันดับ 102 เมียนมา อันดับ 110 สปป.ลาว อันดับ 111 กัมพูชา อันดับ 112 ส่วนบรูไน ไม่ได้รับการจัดอันดับ

กพอ.ยันไฮสปีด
เชื่อม 3 สนามบินไร้ปัญหา
ลงนามสัญญาเดือนนี้

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรืออีอีซี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กพอ. ครั้งที่ 7/2562 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า กพอ.รับทราบความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการลงนามสัญญาร่วมทุน ได้แก่ การจัดทำเอกสารแนบท้ายร่างสัญญาร่วมลงทุน เรื่องทางเทคนิค การเงิน และกำหนดรายละเอียดเพื่อตรวจสอบหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะคู่สัญญาฝ่ายรัฐที่ต้องดำเนินการเป็นการเฉพาะ การเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ร.ฟ.ท. รับความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประเด็นมาตรการป้องกันลดผลกระทบการเดินรถไฟ การดำเนินงานศูนย์ร้องเรียน และสอบถามความวิตกกังวลของผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งการจัดตั้งหน่วยงานบริหารสัญญาโครงการฯ และการจัดทำแผนส่งมอบพื้นที่ โดยกำหนดให้มีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2562 นี้

เสริมแกร่งสนามบินแม่สอด
ขยายรันเวย์เชื่อมโลจิสติกส์โลก

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยระหว่าง ตรวจเยี่ยมการให้บริการของท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอดว่า กรมท่าอากาศยานอยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) เพื่อรองรับอากาศยาน B737 ให้สามารถขึ้น-ลงได้ จากเดิมทางวิ่งมีขนาด 30 x 1,500 เมตร เป็นขนาด 45 x 2,100 เมตร ใช้งบ 368,723,100 บาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างทยอยจ่ายเงินค่าเวนคืนที่ดินเพื่อดำเนินการก่อสร้าง จากนั้นจะดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2563 ปัจจุบันท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด มีสายการบินนกแอร์ให้บริการเส้นทางดอนเมือง – แม่สอด – ดอนเมือง ด้วยอากาศยาน Q400 จำนวน 86 ที่นั่ง ไป – กลับ วันละ 4 เที่ยวบิน (ไป/กลับ 8 เที่ยว) มีปริมาณการจราจรในปีที่ผ่านมาจำนวน 200,000 คน และมีอัตราการเติบโต 12.52% ต่อปี เมื่องานก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่งแล้วเสร็จ จะทำให้สายการบินที่มีอากาศยานขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิม เช่น B737 หรือ A320 สามารถทำการบินขึ้น – ลง ได้ รวมทั้งช่วยเชื่อมโยงการคมนาคมทางอากาศระหว่างแม่สอดกับจุดอื่นๆ ในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย

คลังชงงบ 1 แสนล้าน
ป้อนรัฐบาลใหม่
กระตุ้นกำลังซื้อรากหญ้า

นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งจัดทำข้อมูลทางเศรษฐกิจและมาตรการดูแลเศรษฐกิจเพื่อเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณา โดยแนวทางเบื้องต้นกระทรวงการคลังได้มีงบประมาณ 1 เสนล้านบาท ซึ่งนำมาจากงบกลางและงบส่วนอื่นเพื่อนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งคิดว่ามีเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องนำทุนสำรองเบิกจ่ายออกมาใช้ สำหรับแนวทางที่เสนอจะเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลุ่มธุรกิจภาคเอกชนมีความเข้มแข็ง และอีกกลุ่มเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ดูแลพืชไร่ที่ประสบปัญหากำลังซื้อ และราคาผลผลิตตกต่ำ เพื่อช่วยยกระดับกำลังซื้อ และทำให้เศรษฐกิจฐานรากดีขึ้นมา แต่สุดท้ายมาตรการจะออกมาเป็นแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่เป็นคนตัดสินใจดำเนินการ

สหรัฐเล็งห้ามใช้บรรจุภัณฑ์
พลาสติก-โฟมใส่อาหาร
แนะผู้ส่งออกใช้ผลิตภัณฑ์
ย่อยสลายได้

น.ส.อุษาศรี เขียวระยับ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา กล่าวว่าปีนี้รัฐต่างๆในสหรัฐฯกำลังผลักดันให้มีกฎหมายการห้ามใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกและโฟมในธุรกิจบริการอาหาร อาทิ ภัตตาคารร้านอาหาร รวมถึงผู้บริโภค โดยล่าสุดมีรัฐแมรี่แลนด์ ฮาวาย และวอชิงตัน กำลังเสนอร่างกฎหมายเพื่อออกเป็นข้อบังคับใช้ เพราะคนอเมริกันต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคที่ต้องการช่วยลดและไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันการออกระเบียบการห้ามใช้พลาสติกและโฟมได้ขยายตัวเข้าสู่ระดับมลรัฐ ส่งผลให้การใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกลดลง มีผลต่อการผลิตและการนำเข้าวัตถุดิบหรือเม็ดพลาสติก แต่ทางกลับกันกฎหมายได้เปิดโอกาสให้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบย่อยสลายได้จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสของผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทย ที่หากผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ หรือผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกได้ มีโอกาสการส่งออกและทำตลาดในสหรัฐฯได้ดีขึ้น

น้ำมันลดราคาทำเงินเฟ้อ
มิ.ย. โตอืดแค่ 0.87%
ชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 3

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือนมิ.ย.2562 เท่ากับ 102.94 ลดลง 0.36% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.2562 และเพิ่มขึ้น 0.87% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.2561 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากที่ 3 เดือนก่อนหน้านี้ อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นเฉลี่ย 1% กว่าๆคือ มี.ค.เพิ่ม 1.24% , เม.ย. เพิ่ม 1.23% และพ.ค. เพิ่ม 1.15% ทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 0.92% สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.2562 สูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง เนื้องจากสินค้ากลุ่มพลังงานที่หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ของปีนี้ ลดลง 3.86% โดยราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวลดลงถึง 6.26% ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักกดเงินเฟ้อ แม้ว่าสินค้ารายการอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเพิ่มขึ้นก็ตาม

เวิลด์แบงก์
หั่น GDP มาเลย์เหลือ 4.6%
เหตุการลงทุน-ส่งออกชะลอตัว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายริชาร์ด เรคอร์ด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านเศรษฐกิจการค้า และการลงทุนของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) กล่าวถึงเศรษฐกิจมาเลเซียอาจเผชิญกับความเสี่ยง ซึ่งรวมถึงข้อพิพาทการค้าที่ทวีความรุนแรง การชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศขนาดใหญ่ และความผันผวนที่เกิดขึ้นทั้งในตลาดการเงินและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงหนี้สินทั้งในภาครัฐและเอกชนที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของมาเลเซียเช่นกัน โดยเวิลด์แบงก์คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของมาเลเซีย จะขยายตัวปานกลางที่ระดับ 4.6% ในปี 2562 ลดลง 0.1% จากที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากการลงทุนและการส่งออกที่ชะลอตัวลงมากกว่าคาดในช่วงไตรมาส 1/2562













