สนามบินอู่ตะเภา เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ที่จะช่วยแบ่งเบาความแออัดของสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง โดยประมาณการว่าใน 5 ปีข้างหน้า เมื่อสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 และ 3 แล้วเสร็จ รองรับผู้โดยสารจาก 45 ล้านคน/ปี เป็น 90 ล้านคน/ปี ในปี 2564 แต่คงยังไม่เพียงพอรองรับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น เมื่อรวมกับดอนเมืองที่มีการขยายเฟส 3 รองรับได้เพิ่มจาก 18 ล้านคน/ปี เป็น 40 ล้านคน/ปี ในปี 2568 รวมเป็น 130 ล้านคน/ปี ก็ยังไม่เพียงพอ จึงต้องพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแห่งที่ 3 ที่จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 60 ล้านคน


เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 นายยุทธพล องอาจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานกล่าวเปิดงานเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 โครงการก่อสร้างทางวิ่งและทางขับที่ 2 (Ranway) สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ที่โรงแรมภูริมาสบีช แอนด์ สปา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยมีบริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่งคอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัทรับจ้างออกแบบ งานจ้างศึกษา สำรวจและออกแบบจากกองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินการประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ สรุปประเด็น ข้อเสนอแนะต่อความกังวลใจของคนในพื้นที่ 15 ข้อประกอบด้วย


1.

การรับคนทำงานในสนามบินอู่ตะเภาควรมีการบริหารจัดการที่ดีให้คนไทยได้ทำงานก่อนที่จะจ้างแรงงานต่างด้าว


2.

ปัญหานักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในอนาคตหลังจากสนามบินก่อสร้างในส่วนต่างๆ เสร็จ ควรมีการบริหารจัดการรองรับนักท่องเที่ยวที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นด้วย


3.

การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการขยะที่จะมีขึ้นในอนาคตจากนักท่องเที่ยวและแรงงานที่เข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก สถานที่กำจัดขยะเพียงพอไหม ควรนำข้อปัญหาเรื่องผลกระทบเหล่านี้รายงานให้ประชาชนได้ทราบด้วย


4.

ปัญหาเรื่องน้ำ แหล่งน้ำจะมีพอใช้หรือไม่ ทั้งกับประชาชนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว แรงงานที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต น้ำประปาสำหรับประชาชนในพื้นที่ควรจัดให้มีเพียงพอต่อความต้องการ ก่อนที่จะนำไปใช้ในโครงการก่อสร้างสนามบิน และควรจัดให้มีบ่อบำบัดน้ำเสียภายในสนามบิน ก่อนปล่อยลงทะเล


5.

ปัญหาไฟฟ้า หน่วยงานไฟฟ้าที่รับผิดชอบควรบริหารจัดการระบบไฟฟ้าให้ดี ไม่ให้ไฟตกไฟดับ ซึ่งอาจกระทบการใช้ไฟฟ้าในสนามบินด้วย โรงไฟฟ้าที่จะสร้างขึ้นใหม่ในสนามบินอู่ตะเภา จะมีผลกระทบจากการผลิตไฟฟ้าในเรื่องมลภาวะกลิ่น ควัน ส่งผลต่อชุมชนรอบสนามบินหรือไม่


6.

การก่อสร้างสนามบินต้องมีการควบคุมให้ดี รวมถึงระยะเวลาในการก่อสร้าง ควรให้มีความชัดเจน ติดประกาศให้ประชาชนได้ทราบ การควบคุมรถบรรทุกดิน ฝุ่น การจราจร ควรจัดการให้ดี ให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด


7.

ปัญหาเสียงเครื่องบินที่กระทบกับประชาชนที่อยู่ในเส้นทางเครื่องบินขึ้นลง จะมีการแก้ไขให้กับประชาชนอย่างไร ควรจัดให้มีสวนสาธารณะ สวนสุขภาพเพื่อให้ประชาชนได้ไปออกกำลังกาย พักผ่อน ผ่อนคลายความเครียด


8.

เขาโกรกตะแบกที่อยู่ด้านหัวสนามบินจะมีการตัดยอดเขาลงมาไหม เป็นสิ่งกีดขวางเครื่องบินขึ้นลงหรือไม่


9.

ภาษีสนามบิน หลังจากจัดเก็บควรส่งภาษีกลับไปให้ท้องถิ่น (อบต.เทศบาล) ที่อยู่โดยรอบสนามบิน ทั้งอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อนำภาษีที่ได้มาบริการประชาชนได้มากยิ่งขึ้น


10.

การใช้ฐานข้อมูลในการทำวิจัยสำรวจออกแบบสนามบินอู่ตะเภา ควรจะใช้ฐานข้อมูลที่เป็นจริงในปัจจุบัน เพื่อให้การทำวิจัยสำรวจออกแบบตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด


11.

การประชาสัมพันธ์โครงการสนามบินอู่ตะเภา ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้อย่างต่อเนื่อง


12.

ควรจัดให้คนในพื้นที่ตำบลบ้านฉาง ตำบลสำนักท้อน ได้มีพื้นที่ในการขายสินค้าในสนามบิน เพื่อเป็นการตอบแทนประชาชนรอบสนามบินได้มีงานทำค้าขายได้


13.

ควรเพิ่มโรงพยาบาลรองรับการรักษาพยาบาลให้เพียงพอต่อประชาชนที่เข้ามาทำงานและที่อาศัยอยู่เดิม และเสนอให้โรงพยาบาลบ้านฉาง เป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง มีเตียงผู้ป่วยเพิ่ม มีเครื่องมือในการรักษาพยาบาลทันสมัยมากยิ่งขึ้น


14.

การสร้าง Ranway เพิ่มเติมควรออกแบบเป็นรูปปี่พระอภัยมณี เมื่อมองลงมาจากด้านบนจะเห็นเป็นรูปปี่พระอภัยมณี เป็นสัญญลักษณ์ของจังหวัดระยอง และเป็นเอกลักษณ์ของสนามบินอู่ตะเภา


15.

ความโปร่งใสในโครงการ ควรให้มีการตรวจสอบได้โดยภาคประชาชน


สาคร โพธิ์คำ : รายงาน