ในช่วงปี พ.ศ. 2555 – 2559 มีสถิติว่าเด็กเล็กถูกลืมทิ้งไว้ในรถยนต์หรือรถโรงเรียนถึง 14 ครั้ง และบางครั้งก็กลายเป็นข่าวน่าสลดใจ 


ด้วยแนวทางที่จีนใช้เทคโนโลยีพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ แบรนด์ หัวเว่ย หัวหอกด้านเทคโนโลยีของจีน จึงมุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมโดยร่วมมือกับหลายๆ ภาคส่วนในหลายประเทศ ดังที่ทราบล่าสุดในไทย คือ มีโครงการความร่วมมือกับ เอชไอพี โกลบอล และ แอ็กซิส (ประเทศไทย) เปิดตัวโซลูชันดูแลความปลอดภัยให้แก่เด็กนักเรียน ด้วยระบบ NB-IoT Tracker นวัตกรรมโซลูชันที่เชื่อมโยงระบบ GPS Tracking ไว้บนเครือข่าย NB-IoT ในชื่อ ‘Axis iCare’

www.salika.co เคยนำเสนอเรื่อง IoT และ NB-IoT ไปบ้างแล้ว ในที่นี้จึงขอกล่าวถึงระบบสั้นๆ ว่า NB-IoT เป็นเทคโนโลยีกึ่ง 5G ที่จะครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ส่วนอุปกรณ์ Tracker นั้น ใช้ติดตามตำแหน่งที่อยู่ของเด็กนักเรียนในบริเวณโรงเรียน หรือระหว่างบ้านและโรงเรียน ณ เวลาหนึ่งๆ ได้อย่างแม่นยำ

โครงการนำร่องใช้งานระบบ NB-IoT Tracker เพื่อติดตามและดูแลความปลอดภัยให้แก่เด็กนักเรียน เริ่มใช้ในโรงเรียนเทศบาล 1, 3, 4 และ 5 ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นกลุ่มแรก

‘Axis iCare’ ยังใช้เป็นเครื่องบันทึกการเข้าเรียนอัตโนมัติได้ด้วย ช่วยให้ครูสามารถระบุตำแหน่งของเด็กที่อยู่ในโรงเรียน แต่ยังไม่เข้าห้องเรียน นอกจากนี้ ระบบยังสามารถบอกได้ว่า รถโรงเรียนรับหรือส่งเด็กนักเรียนไปถึงจุดหมายเรียบร้อยหรือไม่ ด้วยการเปรียบเทียบข้อมูลตำแหน่งที่อยู่แบบเรียลไทม์ของเด็กนักเรียนและรถโรงเรียน และในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ผิดปกติ หรือมีความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งและเวลาที่ตั้งไว้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง คนขับรถโรงเรียนหรือรถตู้ และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนจะได้รับสัญญาณเตือนในทันที 

“ในฐานะบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) หัวเว่ยต้องการคืนสู่สังคมด้วยการจัดโครงการที่เป็นประโยชน์ เราจึงร่วมมือกับเอชไอพี โกลบอล และแอ็กซิส ในการพัฒนาและโปรโมทโซลูชัน NB-IoT ชั้นนำ เพื่อรับมือกับปัญหาด้านความปลอดภัย สุขภาพ และความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียน”  โทมัส โจว เจิ้น ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของหัวเว่ย กล่าว 

โซลูชัน Axis iCare ที่พัฒนาร่วมกันนี้ ช่วยสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยได้มากขึ้น เนื่องจากใช้ดูแล ป้องกัน และติดตามเด็กได้ โดย นางพิพิศน์ วัฒนาวีรชัย รองนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า

“เราภูมิใจมากที่มีส่วนร่วมในโครงการนำร่องที่สามารถช่วยชีวิตคนได้ ด้วยแพลตฟอร์มการติดตามเพื่อสร้างความปลอดภัยจากการใช้เทคโนโลยีของหัวเว่ย ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้จังหวัดของเราเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายประเทศไทย 4.0 และโครงการสมาร์ทซิตี้อีกด้วย” 

โครงการนำร่องนี้เริ่มใช้กับเด็กนักเรียนระดับชั้นประถม 120 คน ซึ่งปัจจุบันเป็นเด็กของโรงเรียนเทศบาล 1,3, 4 และ 5 ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี  โดยเด็กนักเรียนแต่ละคนจะมีชิปที่ทำหน้าที่ส่งพิกัดที่อยู่ไปยังเครื่อง GPS Tracker ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยแอ็กซิส และอุปกรณ์ IoT ที่พัฒนาขึ้นโดยเอชไอพี โกลบอล ส่วนการทำงาน ระบบก็จะเชื่อมต่อผ่านแพลตฟอร์ม NB-IoT ของหัวเว่ย เพื่อการติดตามตัวได้ตลอดเวลา

กล่าวโดยสรุป ระบบ Axis iCare ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายและความเครียดที่เกิดขึ้นกับผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนที่ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยของเด็กนักเรียน ตลอดจนใช้ติดตามและช่วยชีวิตเด็กที่หายไปได้

“นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราที่จะนำโซลูชั่นใหม่ๆ มาสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับเด็กที่ขาดแคลนในสังคม  และหวังว่าจะมีการแนะนำโครงการนี้สู่ระดับประเทศในอนาคตอันใกล้”  โทมัส โจว เจิ้น กล่าว


อ่านต่อเรื่อง IoT ที่ได้รับการพัฒนาและใช้งานจริงในประเทศไทย

‘IoT Smart Meter’ มิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ นวัตกรรมที่พัฒนาโดย มจพ. และเอไอเอส

IoT ช่วยดูแลผู้สูงวัยใน “เมืองแสนสุข” ด้วยอุปกรณ์สวมใส่ “Aider”