หลายคนคิดว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว อาจไม่ใช่ประเทศที่น่าสนใจเข้าไปลงทุนมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับเมียนมาหรือเวียดนาม ความจริงเป็นเช่นนั้นแน่หรือ?

เมื่อข้อมูลที่ได้ฟังจากปากของนักการเงินระดับโลกบอกว่า ธนาคารทั่วโลกแห่เข้าไปตั้งสาขาใน สปป.ลาว จากในอดีตที่มีธนาคารเพียงไม่กี่แห่ง และส่วนใหญ่เป็นธนาคารของรัฐ เพิ่มเป็นเกือบ 50 แห่ง เกิดอะไรขึ้นกับ สปป.ลาว?

ธนาคารในลาวโตแบบก้าวกระโดด ทั้งของเอกชนลาวและต่างชาติ แบงก์จีน แบงก์ไทย แบงก์เวียดนาม แบงก์มาเลเซีย เข้าไปแล้ว รวมถึงแบงก์จากยุโรปและอเมริกา ในอนาคตอันใกล้อาจจะมีมากกว่าสิงคโปร์ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจลาวเติบโตอย่างรวดเร็ว 


จับตา…เสือเศรษฐกิจใหม่

นักการเงินการธนาคารใน สปป.ลาว กล่าวถึงความโดดเด่นของลาวว่า ก่อนหน้านี้ใครๆ ก็มองว่าประเทศลาวยากจน คนลาวไม่มีเงิน แต่บัญชีเงินฝากในธนาคารของคนลาวพิสูจน์ให้เห็นว่า คนลาวจำนวนมากมีฐานะดีและมีเงิน ส่วนการที่หลายคนมองว่าลาวเป็นประเทศที่ไม่มีชายฝั่งทะเลจะเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา เพราะลาวมีทางออกทะเลอยู่แล้ว 2 ด้านคือ ไทยและเวียดนาม อีกไม่นานเมื่อท่าเรือน้ำลึกทวายในเมียนมาเสร็จ ลาวก็จะมีทางออกทะเลสู่มหาสมุทรอินเดีย

ขณะเดียวกัน อีก 3 ปี รถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว จากคุณหมิงถึงเวียงจันทน์ระยะทาง 414 กิโลเมตร ก็จะทำให้การเดินทางจากด่านบ่อหานของจีนไปเวียงจันทน์ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 2 วัน ว่ากันว่ารถไฟสายนี้จะพานักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าลาวปีละ 10-20 ล้านคน โอกาสที่ลาวจะกลายเป็นศูนย์กลางการเงินและการลงทุนก็จะยิ่งสูงขึ้น


สปป.ลาว

สปป.ลาว ขุมทรัพย์แห่งเอเชีย

ขณะที่โลกกำลังสะบักสะบอมจากพิษเศรษฐกิจ อันเนื่องจากวิกฤตการเงินที่ลุกลาม แต่ สปป.ลาวกำลังร่ำรวยขึ้นอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครได้ทันสังเกตและใส่ใจ ด้วยประชากรเพียง 6.7 ล้านกว่าคน แต่มีทรัพยากรธรรมชาติอย่างมหาศาล ทั้งบนดินและใต้ดิน

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 เป็นต้นมา แผนพัฒนาเศรษฐกิจที่เรียกว่า “จินตนาการใหม่” ซึ่งรัฐบาลเปิดโอกาสให้เอกชนเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ดินได้ รวมถึงมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านถนน รถไฟ สนามบิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ บรรยากาศโดยรวม การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวมีความคึกคักและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของ สปป.ลาว ประการแรก จะต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในด้านอุตสาหกรรม ประการที่สอง เศรษฐกิจของประเทศเติบโตต่อเนื่อง 6-7% และประการที่ 3 หลุดพ้นจากสถานะประเทศด้อยพัฒนา หลุดพ้นจากความเป็นประเทศยากจนในปี ค.ศ. 2020 หรือ พ.ศ. 2563


แผนส่งเสริมการลงทุน

สปป.ลาว จัดแบ่งโซนส่งเสริมการลงทุนออกเป็น 3 เขต คือ เขตเมืองใหญ่ เขตแขวง และพื้นที่ห่างไกลที่ยังทุรกันดาร ซึ่งนักลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและอื่นๆ แตกต่างกันไป เนื่องจากลาวมีประชากรแค่ 6.7 ล้านคน ดังนั้น การผลิตจึงเป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่น มีการส่งเสริมบริการการค้าต่างแดน การสร้างกฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้ออำนวยต่อภาคธุรกิจต่างๆ

ย้อนหลังไปกว่า 10 ปี ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นแชมป์การลงทุนในลาว ในแง่ของมูลค่าการลงทุน แต่ในระยะหลังเวียดนามกลายเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ก่อนจะเสียแชมป์ให้จีนซึ่งเข้าไปลงทุนอย่างมากมาย อาทิ การลงทุนสร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ครบวงจรที่แขวงบ่อแก้ว ตรงข้ามกับอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลลาวอยากเชิญชวนให้ไทยเข้าไปลงทุนในลาวให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ดีของภาครัฐบาลลาวต่อธุรกิจไทย


สปป.ลาว

แบตเตอรี่แห่งเอเชีย

ลาวกำหนดนโยบายให้ประเทศของตนเป็น “Battery of Asia” คือเป็นแหล่งพลังงานของเอเชีย โดยการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำให้มากที่สุด ไฟฟ้าที่ได้ใช้เองในประเทศจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น การลงทุนในด้านไฟฟ้าพลังน้ำยังมีศักยภาพสูง และรัฐบาลก็มีส่วนเกื้อหนุนเต็มที่ที่จะให้ต่างชาติเข้าไปลงทุน มีการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำ 10 โครงการ ตามแผนทำให้ลาวเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” และยังมีโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ที่อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้อีกมากกว่า 100 โครงการ 


สปป.ลาว

เหมืองแร่ขุมทรัพย์ใต้ดิน

ใต้ผืนดินของลาว เป็นแหล่งแร่คุณภาพสูง มีปริมาณมหาศาลรอการขุดขึ้นมาใช้ ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญและมีบทบาทต่อเศรษฐกิจของลาว จากการสำรวจโดยกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ในปี 2549 ด้วยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจีนพบแร่ที่มีมูลค่าสูงในลาว กว่า 570 แห่ง ทั้งทองแดง ทองคำ เงิน เหล็ก ตะกั่ว สังกะสี ยิปซัมและถ่านหิน

ตามตัวเลขของทางการลาว มีบริษัทเอกชนกว่า 90 แห่งเข้าไปสำรวจโครงการเหมืองแร่ในลาว เกือบครึ่งเป็นบริษัทของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เหมืองแร่ที่ใหญ่ที่สุดคือเหมืองทองแดงและทองคำในแขวงสะหวันนะเขต เป็นของบริษัทจีนที่เข้ามาซื้อกิจการจากบริษัทของออสเตรเลีย การผลิตส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อป้อนตลาดจีน ซึ่งมีความต้องการทองแดงจำนวนมาก แหล่งแร่บ๊อกไซต์ก็มีปริมาณอยู่ในเกณฑ์ดีมากในแขวงจำปาสัก มีการขุดเจาะและตั้งโรงงานถลุงเพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก บ๊อกไซต์ถลุงแล้วจะออกมาเป็นอะลูมิเนียม ซึ่งความต้องการในตลาดโลกยังสูงมาก ถือเป็นแหล่งรายได้ให้รัฐบาลลาวในระยะยาว 20-30 ปี


สปป.ลาว

ลุยเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ลาว เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อก้าวไปสู่ประเทศระดับชั้นนำของอาเซียน โดยมีเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจเฉพาะ 10 เขต ที่มีการอนุมัติและดำเนินการแล้ว ประกอบด้วย

  • 1. เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน แขวงสะหวันนะเขต
  • 2. เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อแตน แขวงหลวงน้ำทา
  • 3. เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ แขวงบ่อแก้ว
  • 4. เขตเศรษฐกิจเฉพาะเวียงจันทน์- โนนทอง นครหลวงเวียงจันทน์
  • 5. เขตเศรษฐกิจเฉพาะเนละมิด (ใกล้กับสะพานมิตรภาพ 1) นครหลวงเวียงจันทน์
  • 6. เขตเศรษฐกิจเฉพาะพูเขียว แขวงคำม่วน
  • 7. เขตพัฒนารวมไซเสดถา นครหลวงเวียงจันทน์
  • 8. เขตเศรษฐกิจเฉพาะบึงธาตุหลวง นครหลวงเวียงจันทน์
  • 9. เขตเศรษฐกิจเฉพาะลองแทงห์ นครเวียงจันทน์
  • 10. เขตเศรษฐกิจเฉพาะท่าแขก แขวงคำม่วน

นอกจากนี้ยังมีเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจเฉพาะ 13 เขต ที่อยู่ระหว่างศึกษาโครงการ และเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจเฉพาะอีก 25 เขต ที่จะพัฒนาในอนาคต


GDP ปีนี้ขยายตัวร้อยละ 6.5

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2562 ธนาคารแห่งเอเชีย (ADB) ประจำ สปป. ลาว ได้จัดการประชุมเผยแพร่รายงานเศรษฐกิจประจำปี 2562 โดยมีนายยาซุซิ เนกิชิ ผู้แทนสำนักงาน ADB ประจำ สปป. ลาว พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายยาซุซิกล่าวว่า เศรษฐกิจของ สปป.ลาวปีนี้จะยังคงขยายตัวเนื่องจากการฟื้นตัวของภาคเกษตรกรรม การผลิตกระแสไฟฟ้า การก่อสร้าง และการบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ได้เสนอให้รัฐบาล สปป.ลาวรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจระดับมหภาค ลดภาระหนี้สิน ปรับปรุงการคุ้มครองด้านการเงินด้วยการเพิ่มการจัดเก็บรายรับ และลดการขาดดุลงบประมาณประจำปีของรัฐ

ด้านนายลัดตะนะไต หลวงลาดบันดิด ผู้เชี่ยวชาญด้านการปกครอง บริหารรัฐและเศรษฐศาสตร์ของ ADB กล่าวว่า ในปี 2562 – 2563 GDP ของ สปป.ลาว จะยังคงขยายตัวร้อยละ 6.5 ประกอบด้วย การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 8.1 ภาคเกษตรกรรมร้อยละ 2.5 ภาคการบริการร้อยละ 6.7 การส่งออกกระแสไฟฟ้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้มูลค่าการส่งออกของประเทศที่เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 12 ในปี 2562 – 2563 ในขณะเดียวกันการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 ในปี 2562 และร้อยละ 12 ในปี 2563 โดยเป็นการน้ำเข้าเพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้า ทางด่วน และทางรถไฟ

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ลาวต้องระวังเช่นกัน อาทิ เงื่อนไขของสภาพแวดล้อมทางการค้าโลกที่ยังไม่มีความแน่นอน การชำระหนี้สินภายนอกประเทศยังมีความอ่อนไหวซึ่งอาจจะร้ายแรงขึ้นกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงภายในประเทศ การเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ


แลนด์บริดจ์แห่งอนุภูมิภาค

ประเทศลาวเปรียบเสมือนแลนด์บริดจ์ของอนุภูมิภาค เป็นศูนย์กลางเชื่อมระหว่างไทย-เวียดนาม-กัมพูชา-จีนตอนใต้ มีเส้นทาง East-West Economic Corridor หรือ ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก และเส้นทาง North-South Economic Corridor หรือ ระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ พาดผ่านเพื่อสร้างประโยชน์ด้านการค้า การลงทุน การขนส่ง และการท่องเที่ยวได้สูงมาก

นี่คือประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว “ขุมทรัพย์แห่งเอเชีย”