คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่า บางที เวลาซื้อของผ่านเฟซบุ๊กหรือไลน์ คุณอาจจะไม่ได้คุยหรือซักถามพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นมนุษย์ แต่กำลังคุยกับ Chatbot ที่โต้ตอบเหมือนมนุษย์อยู่ก็เป็นได้ Chatbot คืออะไร เทคโนโลยี Chatbot คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พั ฒนาขึ้นเพื่อจำลองบทสนทนาของมนุ ษย์ให้สามารถพูดคุย สื่อสารกับมนุษย์ผ่านทางเสี ยงหรือข้อความแบบ real-time ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมค้าปลีก อีคอมเมิร์ซ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยในบทความนี้ เป็นการนำมาปรับใช้ในกลุ่ มสถานพยาบาล เพื่อรับมือกับปั ญหาในการตอบคำถามซ้ำๆ ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถโต้ตอบได้โดยไม่ต้องหยุดพัก
การทำงานของ Chatbot จะมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) และ การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP : Natural language processing) อยู่เบื้องหลัง
เนื่องจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “เสริมศักยภาพงานบริการสาธารณสุ ขด้วย Chatbot” ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้ให้บริ การสาธารณสุขและงานบริการด้านสุ ขภาพในพื้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา (EEC) ได้ทดลองใช้เครื่องมือ Chatbot ในงานบริการ ตอบคำถาม บริการลูกค้า และเก็บข้อมู ลจากกระบวนการประสานงานเพื่อลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนได้
ซอฟต์แวร์พาร์ค เป็นฟันเฟื องหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้มี การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดเวลากับผู้ประกอบการทุกภาคส่ วน ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เข้ามาผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีไปปรับใช้กั บงานบริการด้านสาธารณสุข
การทำงานของ Chat + Bot อัจฉริยะ ดาโรจน์ วิทยากรที่มาจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปคือ อัจฉริยะ ดาโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ ก่อตั้ง AIYA สตาร์ทอัพผู้บุกเบิ กเทคโนโลยี AI ซึ่งนำ ‘Meddy Chatbot คู่ใจสถานพยาบาล’ มาให้ทดลองใช้เป็นครั้งแรกW
“การนำเทคโนโลยี Chatbot มาปรับใช้ในกลุ่มสถานพยาบาลมองได้ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ Chat ซึ่งปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริ โภคเปลี่ยนไป ช่องทางการติดต่อสื่อสารที่เปลี่ ยนจากการโทรเป็นการ Chat และส่วนที่สองคือ Bot เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่ วยทำงานแทนคนในงานที่ต้องทำซ้ำๆ อีกทั้งยังสามารถทำได้ 24 ชั่วโมง มีความแม่นยำ เก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก และเรียนรู้ได้รวดเร็ว
“สถานพยาบาลจึงควรนำเทคโนโลยี Chatbot มาปรับใช้ในการติดต่อสื่อสารกั นภายในสถานพยาบาล เช่น การรับส่งเวร ปัจจุบันมักใช้ Line ในการดำเนินการ แต่ Line ไม่มีการเก็บข้อมูล อีกทั้งการรับส่งเวรนั้นควรเป็ นไปตามมาตรฐาน ISBAR คือ การสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกั บสภาวะของผู้ป่วย (Identification-Situation- Background-Assessment- Recommendation) ซึ่ งสถานพยาบาลสามารถนำเทคโนโลยี Chatbot เข้าไปใช้เพื่ ออำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ได้”
ก่อนที่จะนำ Chatbot ไปประยุกต์ใช้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บริการยุค 4.0 ได้อย่างชาญฉลาดและช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด ผู้ใช้งานควรศึกษา เข้ าใจเทคโนโลยี Chatbot และทดลองใช้ก่อน โดยในกิจกรรมเวิร์กช็อปข้างต้น มีผู้ประกอบการและ ผู้ให้บริ การกลุ่มโรงพยาบาลมาร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้ างและการใช้งาน Chatbot (Meddy Chatbot) อย่างละเอียด รวมถึงได้รับฟังประสบการณ์การนำ Chatbot เข้าไปเป็นส่วนหนึ่ งของธุรกิจต่างๆ หรือนำไปต่อยอดและปรั บใช้กับธุรกิจของตนเองได้
โรงพยาบาลระยอง กับการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหา เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พัฒนาไปมาก กอปรกับยุทธ์ศาสตร์ชาติที่จะมีผลต่อการพัฒนาเมือง และบุคลากรที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ โรงพยาบาลระยอง จึงต้องพั ฒนาโรงพยาบาลให้ผู้รับบริ การพึงพอใจยิ่งขึ้นและเตรียมรับภาระงานที่มากขึ้นนับจากนี้ ด้วยความพยายามลดขั้ นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนในอดี ตและใช้ระบบสารสนเทศอิเล็กทรอนิ กส์ในทุกระบบงานเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็น Smart Hospital
นายแพทย์สุกิจ บรรจงกิจ นายแพทย์สุกิจ บรรจงกิจ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โรงพยาบาลระยอง กล่าวถึง Chatbot หลังการเวิร์กช็อปว่า
“เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มช่องทางการสื่อสารกั บผู้รับบริการให้ดียิ่งขึ้ นในภาวะกำลังคนน้อย ไม่สมดุลกับผู้รับบริการที่ มากขึ้น ทั้งยังช่วยให้ผู้รับบริการได้รับข้อมู ลได้อย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง และยังช่วยค้นหาข้อมูลได้ตรงประเด็น เพิ่มความพึงพอใจให้แก่ผู้รับบริการ รวมถึงเกิดภาพลักษณ์เชิงบวกต่ อโรงพยาบาลด้วย”
โรงพยาบาลระยองมียอดผู้ป่วยนอกที่ มารับบริการเกิน 2,000 คนต่อวัน ในขณะที่อัตรากำลังคนยั งขาดแคลน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาระบบงานให้ มีคุณภาพและคล่องตัวยิ่งขึ้น
ตัวอย่างงานบริการที่ Chatbot เข้ามาตอบโจทย์งานบริการด้านสาธารณสุข
คนไข้หรือญาติคนไข้ที่ต้องการนั ดแพทย์ สามารถนัดผ่าน Chatbot ได้เลย เมื่อมาถึ งโรงพยาบาลและกดคิวที่หน้ าห้อง พอถึงคิว Bot จะส่งข้อความเตือนให้เดินมาที่ หน้าห้องตรวจ สำหรับคนไข้ที่ต้องดูแลสุขภาพอย่างต่ อเนื่อง เช่น ภูมิแพ้ เบาหวาน หรือสตรีมีครรภ์ โรงพยาบาลอาจสร้าง Bot เพื่อช่วยดูแล สอบถาม หรือตอบคำถามคนกลุ่มนี้ได้ โดยการสร้างระบบ AI ที่ดึงเอาความรู้จากแพทย์ผู้เชี่ ยวชาญมาไว้ในฐานข้อมูลแล้วนำออกมาตอบคำถามของคนไข้ได้ โรงพยาบาลระยองยังมีแนวทางพัฒนาและยกระดั บระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลให้ เป็น Digital Hospital เพื่อเพิ่มมาตรฐานและคุณค่าบริ การ เพิ่มความสุขของผู้ให้และผู้รั บบริการ เพิ่มการสร้างนวัตกรรมที่ ตอบสนองต่อการให้บริการ (Innovative Organization) รวมถึงการพัฒนา PHR (Personal Health Record) หรือข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยใช้และเชื่ อมโยงกับทุกสถานบริการได้ และนอกเหนือจาก Chatbot โรงพยาบาลจะใช้ Big Data และ AI มาช่วยในการวินิจฉัยโรค ร่วมกับการใช้ Blockchain ช่วยด้านความถูกต้องและปลอดภั ยของข้อมูลอีกทางหนึ่ง
บทความเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในด้านการแพทย์ที่คุณอาจสนใจ
Let’s talk with ‘AI Chatbot’ หุ่นยนต์นักบำบัด เพื่อนใหม่ช่างเจรจา เยียวยาภาวะซึมเศร้าได้จริง
ทำความรู้จัก ‘หุ่นยนต์ไซบอร์กทางการแพทย์’ จากแดนอาทิตย์อุทัย ร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยไทยให้ดีขึ้น
Post Views: 9,175