ต้องบอกว่า “มาช้ายังดีกว่าไม่มา” จริงๆ สำหรับการโหมโรงเปิดรายวิชาใหม่ ‘วิชาการออกแบบชีวิต’ (Life Design) ที่จัดขึ้นโดย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล โดยจะเปิดให้นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 จากทุกคณะ ทุกสถาบัน ของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2562 นี้

เพราะในยุค Disruptive Technology นอกเหนือจากทักษะทางวิชาการ ทักษะทางวิชาชีพเฉพาะทาง รวมถึงความสามารถในการก้าวทันเทคโนโลยีละนวัตกรรมใหม่ๆ แล้ว บัณฑิตยุคนี้ยังจำเป็นต้องมี ทักษะชีวิต เป็นอาวุธที่ใช้ดำรงชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาจึงต้องมีทั้งความรู้แจ้ง ความรู้จริง ทั้งในด้านกว้างและลึก เกี่ยวกับชีวิตของตนเอง ผู้อื่น รวมถึงทุกเรื่องรอบตัวด้วย


ทำความรู้จัก ‘วิชาการออกแบบชีวิต’ เติมเต็มทักษะชีวิตให้บัณฑิตแห่งศตวรรษที่ 21

รายวิชาใหม่แกะกล่อง ‘วิชาการออกแบบชีวิต’ มีจุดประสงค์หลักเพื่อพัฒนาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ พัฒนาทักษะการเรียนรู้การใช้สื่อ เทคโนโลยี และทักษะชีวิตของตนเอง รวมถึงส่งเสริมให้บัณฑิตพัฒนาสมรรถนะด้านสติปัญญา สมรรถนะระหว่างบุคคล และสมรรถนะภายในตัวบุคคล เพื่อให้มีความพร้อมในการดำเนินชีวิตและการทำงานในอนาคต

นอกจากนั้น ยังเน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ทบทวนชีวิตตนเอง ใช้กระบวนการคิด วิพากษ์ สำรวจสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้ร่วมกันกับผู้อื่น (Active Learning) อาทิ การอภิปรายกลุ่ม การจัดทำแผนที่ความคิด การระดมสมอง การสืบค้นข้อมูลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อ การศึกษาดูงานในสถานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว สังเกตการณ์และเก็บข้อมูล การวิเคราะห์กรณีศึกษา สะท้อนคิด (Reflection) และการสรุปการเรียนรู้ร่วมกัน

โดยรายวิชานี้ในระดับนานาชาติมีการเปิดสอนมาเป็นเวลานานแล้ว ทั้งที่สแตนฟอร์ดและเอ็มไอที ซึ่งจะเปิดเป็นวิชาสำหรับนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายและได้รับความนิยมมาก นับเป็นวิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยเปิดสอนให้นักศึกษาก่อนที่พวกเขาจะสำเร็จการศึกษาและออกไปทำงานในโลกกว้าง

แต่สำหรับในบริบทของ วิชาออกแบบชีวิต ที่สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอนนั้น ในตอนแรกเริ่ม ทางทีมผู้สอนตั้งเป้าไว้จะให้ Life Design เป็นวิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยอยากจะสอน เหมือนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และเอ็มไอที เปิดวิชาการออกแบบชีวิตให้กับนักศึกษาเพื่อเป็นเสมือนเข็มทิศนำทางการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย การแปลงความรู้เป็นทักษะ เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาให้ก้าวข้ามผ่านปัญหา และเข้าใจชีวิตได้อย่างที่เขาจะให้ความหมาย

ทว่า บทสรุปที่ได้ คือ ทางทีมผู้สอนต้องการให้ปรับรายวิชานี้เป็นวิชาศึกษาทั่วไป (General Education) และลดทอนระดับของเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรียน โดยมุ่งหมายว่าวิชานี้จะทำให้นักศึกษาได้นำหัวข้อที่ได้เรียนกลับไปแลกเปลี่ยน พูดคุยกับพ่อแม่ ครอบครัว เพื่อน เพื่อทำความเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในสังคมได้มากขึ้นตลอดเวลาที่เขาได้อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย


เปิดวิชาแรกในรั้วมหาวิทยาลัยของน้องใหม่ เข็มทิศชีวิตนำไปสู่การเรียนรู้ไม่รู้จบ

สำหรับทีมผู้สอนของสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ก็มาจากสหวิชาชีพที่มีองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองที่หลากหลาย ซึ่งมาสอนผ่านหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ ปรัชญาและความหมายของชีวิต เป้าหมายและการวางแผนชีวิต บทบาทของครอบครัว เสวนาชีวิต การออกแบบชีวิตมิติโลกกายภาพ ภูมิคุ้มกันและนวัตกรรมชีวิต การออกแบบชีวิตมิติโลกเสมือนจริง สถาปัตยกรรมสมอง ผู้ประกอบการชีวิต การวิพากษ์ชีวิต และการสร้างพลังความคิดบวก

ปิดท้ายด้วยการนำเสนอโครงงานชีวิต (Life Project) ของตัวนักศึกษาเอง โดยโปรเจกต์นี้มุ่งให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิต พัฒนาการมนุษย์ บทบาทครอบครัว และชีวิตในมิติของพัฒนาการ ปัญหา อุปสรรค และการบริหารจัดการชีวิต ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น จนถึงการสร้างครอบครัว

ดังนั้น จุดเด่นของวิชานี้ คือ การบูรณาการศาสตร์และศิลป์ วิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ การบริหารและปรัชญาเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้ความรู้สหวิทยาการในการวิเคราะห์ วางแผนและรับมือกับสถานการณ์ปัญหาสังคม สามารถพัฒนาความรู้ และปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง มีความเข้าใจตนเอง ตระหนักในคุณค่าของชีวิตและสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความหมาย ขณะเดียวกัน ก็สามารถใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อถ่ายทอดความรู้เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนคุณภาพชีวิตที่ดีในสังคม ตลอดจนสามารถออกแบบและพัฒนาชีวิตตนเองเพื่อสุขภาวะที่ดีได้

ในวิชานี้ ผู้เรียนจะได้เรียนและปฏิบัติไปพร้อมกัน รวมถึงจะมีการมอบหมายการบ้าน หรืองานเขียน หรือโปรเจกต์ส่วนตัว และเปิดโอกาสให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ได้อ่านงานเขียนที่สะท้อนตัวตน สำรวจความหมาย และการแสวงหาค้นพบในสิ่งที่ลูกๆ มุ่งหมายและคาดหวังด้วย


การออกแบบชีวิตมิติโลกเสมือนจริง หนึ่งบทเรียนที่รอให้เรียนรู้ ผ่าน วิชาการออกแบบชีวิต

โดยหนึ่งในทีมผู้สอนรายวิชา “ออกแบบชีวิต” ในหัวข้อ “การออกแบบชีวิตมิติโลกเสมือนจริง” อาจารย์ธาม เชื้อสถาปนศิริ อธิบายเพิ่มเติมถึงหัวข้อที่ตนรับหน้าที่สอนว่า

“วัยรุ่นสมัยนี้ใช้ชีวิตในโลกเสมือนจริงมากเกินไป และให้คุณค่ากับมันมากเกินไป หัวข้อที่ผมรับหน้าที่สอนในรายวิชานี้ จึงมุ่งไปที่การสอนให้นักศึกษาให้สามารถออกแบบชีวิตในโลกเสมือนจริง โดยให้ลองเปรียบเทียบกับชีวิตจริงในเชิงกายภาพของนักศึกษาว่าเป็นอย่างไร ความเป็นมนุษย์ดิจิทัล และกายภาพ มันแตกต่างกันอย่างไร การออกแบบชีวิตที่สมดุลในสองโลกจึงเป็นเรื่องที่เราควรทบทวนวางแผน แม้กระทั่งการเลือกคู่ครอง การมีแฟน มีคนรัก หรือการคบเพื่อน เหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวนักศึกษามาก”

ขณะที่บางคนสนใจเรื่องการทำธุรกิจ การวางแผนหลังเรียนจบ หรือวางแผนจะทำหลายอย่างในขณะเรียน อาจารย์ธามก็จะชวนนักศึกษามาวางแผนการบริหารจัดการชีวิตให้สนุก

“เราเชื่อว่า ‘เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย’ เพราะอาจารย์ทุกคนล้วนผ่านมันมาแล้ว แต่สมัยนี้อาจมีบริบทที่แตกต่างกันออกไป เราอยากให้นักศึกษามีทักษะชีวิต (life-skill) ที่ทำให้ชีวิตมีภูมิ จึงไม่ได้สอนให้เหนื่อยน้อยลง แต่จะช่วยให้นักศึกษาสนุกและมีความสุข สมดุลกับชีวิตมากขึ้น”

จากนั้น อาจารย์ธามให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าจะมีการอภิปรายเรื่อง “ความเสี่ยงในชีวิต” ในการเรียนวิชานี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการติดเกม ติดเพื่อน ติดสื่อ ติดโซเชียล ติดยาเสพติด หรือการติดการพนัน ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดผลกระทบกับชีวิตในเชิงลบของวัยรุ่นปัจจุบัน

เพราะวัยรุ่นสมัยนี้เป็น google baby ที่โตมากับสื่อเทคโนโลยี ต้องการอยากรู้อะไร ก็แสวงหาคำตอบได้ง่าย เทรนด์การเรียนการสอนตอนนี้จึงควรเป็นแบบ “ไม่ผูกขาดคำตอบ” แต่ต้องสอนให้นักศึกษาได้เรียนรู้ว่า ความเสี่ยงในชีวิตมีอะไรบ้าง และเปิดโอกาสให้นักศึกษารู้จักคิด รู้จักตั้งคำถาม โดยจะไม่มีการชี้นำคำตอบ หรือทางออกของปัญหา ทว่า จะให้นักศึกษาได้รู้จักคิดและหาคำตอบเอง โดยอาจารย์ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ที่อำนวยกระบวนการเรียนรู้ให้นักศึกษาเท่านั้น วิชานี้จึงไม่มีถูกหรือผิด มีแต่ความใส่ใจ ความลึกซึ้ง และการสำรวจตัวตนชีวิตของนักศึกษาเท่านั้น


ในตอนสรุป อาจารย์ธาม สื่อชัดเจนว่า “เราอยากให้นักศึกษาเข้าใจ และมองชีวิตในเชิงที่มีคุณค่า และความท้าทาย เข้าใจตนเองและผู้อื่น วิชานี้จึงเป็นเหมือน ‘ไม้พาย’ หรือใบเรือ ส่วน ‘เข็มทิศ’ เป็นเรื่องที่คุณต้องกำหนด แต่ไม้พายเป็นเรื่องของเรา เรามั่นใจว่า นี่จะเป็นวิชาที่นักศึกษาเรียนแล้วรู้สึกสนุก เพราะการใช้ชีวิตคือห้องเรียนที่ใหญ่ ซึ่งต้องไม่ถูกจำกัดแค่อยู่ในห้องเลคเชอร์สี่เหลี่ยมเท่านั้น”


อัปเดต องค์ความรู้ใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพิ่มเติม

‘ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้’ กระบวนทัศน์ใหม่ ปฏิวัติการเรียนรู้ ส่งเด็กไทยให้ไปได้ไกลกว่าเดิม

เยือนสงขลา ดูความสมาร์ทใน ‘ม.อ. หาดใหญ่’ พื้นที่ Smart City ตั้งแต่หน้าประตู

Eurythmy อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ การศึกษาแนว Waldorf