เชื่อว่าทุกคนคงเคยเห็นบุญเติม’ ตู้เติมเงินสีส้มที่ตั้งตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะในชุมชน ในห้างสรรพสินค้า และโดยเฉพาะหน้าร้านสะดวกซื้อ โดยข้อมูลล่าสุด ทราบว่ามีมากกว่า 120,000 ตู้ทั่วประเทศ


ตู้บุญเติมกับการรองรับฐานข้อมูลยุคใหม่

บุญเติม หนึ่งในธุรกิจฟินเทคไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีการทำธุรกรรม (Transaction) รวมแล้วมากกว่าวันละ 2 ล้านรายการ และเมื่อฐานข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว หลายแผนกใน บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการตู้เติมเงินบุญเติมก็ได้รับผลกระทบ

ทั้งวิธีวิเคราะห์ข้อมูลแบบเดิมไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอกับการจัดการข้อมูลจำนวนมาก การสืบค้นข้อมูลต่างๆ ต้องใช้เวลา 2-3 วัน จึงจะแล้วเสร็จ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการออกรายงานต่างๆ จนไม่ทันการประชุมของคณะกรรมการ ทำอะไรก็ติดขัด จึงนำ ระบบฐานข้อมูลอัตโนมัติ เข้ามาใช้

ระบบฐานข้อมูลอัตโนมัติ (Autonomous Database) คือ ฐานข้อมูลที่อยู่บนระบบคลาวด์แบบหนึ่งซึ่งใช้การเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) เข้ามาช่วยในการปรับแต่งฐานข้อมูล ความปลอดภัย การสำรองข้อมูล การอัปเดตต่างๆ รวมถึงช่วยงานที่ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลต้องทำเป็นประจำ

ตัวอย่างระบบฐานข้อมูลอัตโนมัติของ Oracle 

  • Self-driving การจัดการฐานข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน ตรวจสอบและปรับแต่งข้อมูลอัตโนมัติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบได้
  • Self-securing ช่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ข้อมูลที่ไม่ได้เข้ารหัส รวมถึงป้องกันการเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร
  • Self-repairing ช่วยป้องกันไม่ให้ระบบทำงานล่าช้าหรือหรือหากตรวจพบความผิดปกติก็จะแก้ไขโดยอัตโนมัติ ทั้งยังช่วยบำรุงรักษาระบบ และยังช่วยสำรองข้อมูลไว้ด้วย

ยิ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการเงินด้วยแล้ว ยิ่งต้องพึ่งพาข้อมูลที่เชื่อถือได้และเป็นปัจจุบันมากที่สุด ทั้งข้อมูลประสิทธิภาพการทำงานของบริษัท ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งเกี่ยวพันถึงการนำข้อมูลไปวิเคราะห์ ทำรายงานนำเสนอผู้บริหาร เพื่อตัดสินใจทางธุรกิจต่อ รวมถึงการสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งานและตัวแทนของบริษัทที่มีอยู่ทั่วประเทศ 

autonomous database บุญเติม

ถามถึงวิธีแก้ปัญหา ปวริศร์ เรืองสุขศิลป์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ของฟอร์ท สมาร์ท ให้ข้อมูลว่า โซลูชัน Autonomoue Database Warehouse ที่ใช้งานอยู่ ช่วยให้บริษัทจัดทำรายงานต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น วิธีการทำรายงานผ่านการใช้แดชบอร์ดก็สามารถแสดงประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ ช่วยให้บริษัทเห็นสถานะการทำงานของตู้เติมเงินต่างๆ ว่าอยู่ในสภาพดีหรือเกิดจุดบกพร่องประการใดได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ที่สำคัญ ยังช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้ามากขึ้นและสร้างประโยชน์ทางการตลาดได้ทันที เช่น การจัดทำแคมเปญผ่านหน้าจอตู้เติมเงินร่วมกับหลากหลายแบรนด์ในตลาด

“ในอดีต ทีมการตลาดส่ง SMS ให้ลูกค้าทุกรายแบบไม่เจาะจง แต่เมื่อมีการใช้ข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจจึงเกิดการทำงานที่ชาญฉลาดมากขึ้น สามารถกำหนดลูกค้าเป้าหมายเฉพาะกลุ่มได้ นอกจากนี้ Autonomoue Database Warehouse ยังช่วยลดความถี่ของการหยุดทำงานของตู้จากสาเหตุที่เครื่องเก็บเงินสดจนเต็มถึงขีดจำกัด เครื่องก็จะหยุดให้บริการโดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการนำเอาเงินเหล่านั้นออกจากตู้ Autonomoue Database จึงช่วยสนับสนุนการทำงานของตัวแทนบริษัทได้อีกทางหนึ่ง”

ปวริศร์ยังย้ำถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้วยว่า บริษัทไม่ต้องปรับจูนการสืบค้นข้อมูลอีกต่อไป เพราะระบบทำงานด้วยตัวเองทั้งหมด ส่วนเป้าหมายในระยะยาวของฟอร์ท สมาร์ท คือการใช้ระบบอัตโนมัติในการทำงานส่วนต่างๆ มากขึ้น 

เนื่องจากข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นจนเกือบจะวัดปริมาณไม่ได้ มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงต้องการลดเวลาทำงานประจำบางอย่างลง เพื่อไปใช้เวลากับการสร้างสรรค์นวัตกรรมมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ฟอร์ท สมาร์ทที่ต้องการ แต่องค์กรต่างๆ ก็มองหาแนวทางใหม่ในการบริหารจัดการข้อมูล นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ รักษาความปลอดภัยของข้อมูล ตลอดจนต้องการลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยเช่นกัน


ยิ่งมีหลายอุตสาหกรรมก็จะเจอปัญหาการบริหารจัดการข้อมูลมากหน่อย

www.ptgenergy.co.th

ข้ามจากฟินเทคไปดูปัญหาการจัดการข้อมูลของฝั่งพลังงานกันบ้าง บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ค้าปลีกก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทย ซึ่งมีธุรกิจที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งธุรกิจเชื้อเพลิง ค้าปลีก ก๊าซหุงต้ม อาหารและเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ บริการบำรุงรักษารถยนต์ และพลังงานทดแทน ด้วยธุรกิจที่มีความหลากหลาย ความท้าทายหลักที่บริษัทต้องเผชิญ คือ ระบบฐานข้อมูลแบบเดิมไม่สามารถรองรับการเติบโตของข้อมูลและความต้องการด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรที่สูงขึ้น ส่งผลให้การรายงานและการตัดสินใจทางธุรกิจล่าช้าลง

สิ่งที่บริษัทต้องการก็คือ ระบบฐานข้อมูลอัตโนมัติที่เชื่อถือได้ ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และมีศักยภาพในการกู้คืนข้อมูล ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจของพีทีจี คือ โซลูชันที่ปรับขยายการทำงานได้ กับแพลตฟอร์มที่สามารถผนวกรวมและวิเคราะห์ข้อมูลส่วนต่างๆ ทั้งในด้านการจัดการ ลูกค้าสัมพันธ์ และร้านมินิมาร์ท เพื่อรายงานผลที่แม่นยำและเป็นปัจจุบันที่สุด

กล่าวโดยสรุป องค์กรที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล หรือแก้ปัญหาในองค์กร ผู้นำหรือผู้บริหารต้องเข้าใจปัญหา ความต้องการ การใช้และความเชื่อมโยงข้อมูลของ ‘แต่ละแผนก’ และควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยียุคใหม่ โดยเฉพาะ ระบบคลาวด์ และ ระบบอัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนการใช้เครื่องมือในการบริหารจัดการข้อมูลบริษัทได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรทำงานได้อย่างราบรื่น ส่งผลให้ลูกค้าพึงพอใจในสินค้าหรือบริการ บริษัทก็จะได้ข้อมูลลูกค้ามาจัดเก็บและวิเคราะห์เป็น Big Data เพื่อใช้พัฒนาธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจได้ต่อไป


เทคโนโลยีด้านอื่นๆ ที่องค์กรไทยต้องแคร์

ถึงคราวเข้าใจ ‘ระบบคลาวด์’ ว่าไม่สามารถตอบทุกโจทย์ขององค์กรได้

องค์กรไทย ยุค 4.0 จะไม่สนใจอะไรก็ได้ แต่จะไม่แคร์ ‘มาตรการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์’ ไม่ได้

ต่อยอด Data Science ศาสตร์แห่งอนาคต กับหลักสูตรอบรม วิทยาศาสตร์ข้อมูล สำหรับองค์กร