“นาซ่าเผย โลกเขียวขึ้น แผ่นดินจีนมาอันดับ 1 เขียวขึ้นมากสุดในโลก” ข่าวดีที่เผยแพร่ผ่าน Facebook : China Report ASEAN – Thailand นี้ นอกจากจะทำให้รู้สึกชื่นชมในความตั้งใจดีของประเทศจีน รวมถึงประเทศอินเดีย ผู้ครองอันดับสองในการจัดอันดับครั้งนี้ตามเนื้อข่าวแล้ว ยังทำให้อยากรู้ต่อด้วยว่ากระบวนการและมาตรการใดที่ทำให้ จีนและอินเดีย ประสบความสำเร็จในภารกิจระดับโลกครั้งนี้


เปิดที่มาที่ไป ทำไม จีนและอินเดีย จึงจริงจังกับภารกิจเปลี่ยนโลกให้เขียว

ตามรายงานข่าว ยังให้ข้อมูลล่าสุดเพิ่มเติมจากองค์การนาซ่า ซึ่งเป็นข้อมูลของการเปรียบเทียบภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2017 แสดงการเพิ่มขึ้นและลดลงของพื้นที่สีเขียวบนโลก โดยสีเขียวบนแผนที่ฉบับนั้นแสดงถึงประเทศหรือพื้นที่ที่มีป่าไม้มากขึ้น สีขาวคือพื้นที่ที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนสีน้ำตาลคือพื้นที่ที่มีป่าไม้ลดน้อยลง จะเห็นได้ว่า โดยรวมโลกมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนที่ 2 ประเทศ คือ จีนและอินเดีย

Greening of China and India // NASA

และจากการจัดอันดับประเทศที่มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นมากที่สุด 10 อันดับเเรก คือ

  • 1. จีน
  • 2. อินเดีย
  • 3. ประเทศในกลุ่มอียู
  • 4. แคนาดา
  • 5. รัสเซีย
  • 6. ออสเตรเลีย
  • 7. สหรัฐอเมริกา
  • 8. เม็กซิโก
  • 9. อาร์เจนติน่า
  • 10. บราซิล

โดยสาเหตุที่นาซ่าระบุเพื่อตอบคำถามว่า ทำไมทั้ง จีนและอินเดีย ซึ่งในอดีตเคยเป็นประเทศที่ทำลายป่าไม้อย่างมหาศาลในช่วงปี 1970 ถึง 1980 เพื่อแผ้วถางพัฒนาเมือง ทำการเกษตร และฟาร์มปศุสัตว์ จึงกลับใจหยุดการกระทำที่เป็นการทำร้ายโลกนี้ลง

คำตอบ คือ เมื่อ 2 ประเทศ นี้ เผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมหนักหนาสาหัสและภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการตัดไม้ทำลายป่ามาเป็นเวลานาน จึงเกิดความตระหนักและจิตสำนึกในการรับผิดชอบและหามาตรการแก้ไข เพื่อป้องกันผลร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นรุนแรงกว่านี้


ผลลัพธ์เหนือความคาดหมาย เมื่อจีนเดินหน้าปลูกป่า 6.7 ล้านเฮกตาร์ทุกปี คืนพื้นที่สีเขียวให้โลก

จากรายงานข่าวของเว็บไซต์ไทยพับลิก้า ระบุถึงมาตรการที่จีนใช้เพื่อพิชิตภารกิจเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลกว่า จากการเปิดเผยของ เหวิน ไห่จง เจ้าหน้าที่สำนักจัดการป่าและทุ่งหญ้าแห่งชาติ (National Forestry and Grassland Administration) ระบุว่า ในปัจจุบันพื้นที่ป่าธรรมชาติสงวนในจีน มีพื้นที่รวมกันถึง 13.67 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 20 ปีก่อนที่มีเพียง 9.07 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้เพราะจีนได้เริ่มโครงการอนุรักษ์ผืนป่าในพื้นที่นำร่องหลายแห่งปี 1998 โดยการดำเนินการระยะแรกอยู่ในช่วงปี 2000-2010 และระยะสองอยู่ในช่วงปี 2010-2020

hallelujah mountain in Zhangjiajie national forest park, hunan, china

โดยมาตรการที่จีนใช้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ นั่นคือ

  • ร่วมมือกับประชาชนเดินหน้าปลูกป่า

ความสำเร็จของการฟื้นฟูผืนป่าของจีนมาจากหลายยุทธศาสตร์ซึ่งรวมถึงการฟื้นฟูพัฒนาป่าด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับป่า ตลอดจนใช้การบังคับทางกฎหมาย กฎระเบียบเพื่อจัดการกับทรัพยากรป่า

เพราะหลังจากภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำซงหัว ปี 1998 จีนเริ่มโครงการอนุรักษ์ผืนป่า (Natural Forest Protection Program) เพื่อเปลี่ยนป่าที่มีการทำธุรกิจป่าไม้ไปสู่การสร้างระบบนิเวศ โดยจัดสรรงบประมาณ 300 พันล้านหยวนให้กับโครงการในรอบ 21 ปีที่ผ่านมา

โครงการต้นแบบของการปลูกป่าที่มีชื่อเสียงของจีนคือ Grain for Green Program เริ่มขึ้นในปี 1999 นำโดยมณฑลเสฉวน ส่านซี และกานซู ที่ร่วมกันเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมเป็นผืนป่า นับตั้งแต่นั้น มีหลายพื้นที่เข้าร่วมโครงการ และโครงการ Grain for Green Program เป็น 1 ใน 6 โครงการ ที่ได้รับงบประมาณลงทุนมากที่สุด มีพื้นที่กว้างที่สุดและมีประชาชนเข้าร่วมมากที่สุด ขณะเดียวกันในปี 2018 หน่วยงานด้านดูแลป่าของจีนได้จัดทำแผนที่เพิ่มอุตสาหกรรมป่าและเพิ่มทรัพยากรป่าให้ถึงระดับเฉลี่ยของโลกภายในปี 2050 และจีนยังมีวันปลูกป่าแห่งชาติ (National Tree Planting Day) ด้วย

  • ปลูกป่าต้องได้ตามเป้า 6.7 ล้านเฮกตาร์ ต่อปี

จากการตั้งเป้าชัดเจนนี่เอง ที่ทำให้พื้นที่สีเขียวต่อประชากรในเขตเมืองในปี 2018 เพิ่มขึ้น 0.6 ตารางเมตรจากปีก่อนเป็น 14.1 ตารางเมตร ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์ประจำปีชุดที่ 19 ในเดือนตุลาคม 2017 ที่ตั้งเป้าสร้างประเทศจีนที่สวยงาม หรือ Beautiful China ด้วยการเพิ่มพื้นที่ป่าเป็น 26% ภายในปี 2035

และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ จีนต้องรักษาระดับการปลูกป่าไว้ด้วยการปลูกต้นไม้เป็นพื้นที่ 6.7 ล้านเฮกตาร์ทุกปี ขณะเดียวกันต้องมีการคุ้มครองทรัพยากรป่าอย่างเข้มงวด

  • ตั้งเขตอุทยานแห่งชาติเพิ่มเพื่อรักษาป่า

โดยสำนักจัดการป่าและทุ่งหญ้าแห่งชาติ มีแผนส่งเสริมการฟื้นฟูระบบนิเวศของทุ่งหญ้าและผลักดันโครงการนำร่องการตั้งอุทยานแห่งชาติ เพราะจีนมีทุ่งหญ้าจำนวนมาก โดยพื้นที่ทุ่งหญ้าธรรมชาติราว 400 ล้านเฮกตาร์คิดเป็นสัดส่วน 41.7% ของพื้นที่ดินของประเทศโดยรวม ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการปกป้องพื้นที่สีเขียวนี้ ภายใต้แผนงานที่ประกาศในปี 2017 จีนจึงวางเป้าหมายที่จะประกาศเขตอุทยานแห่งชาติขึ้นและมีพื้นที่รวม 200,000 ตารางกิโลเมตร และจะรวมศูนย์ระบบบริหารจัดการนี้ให้ได้ภายในปี 2020

สรุปแล้วใน 5 ปีที่ผ่านมา จีนใช้เงินไปกับการปลูกป่าราว 538 พันล้านหยวน หรือ 83 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งงบประมาณมหาศาลนี้ได้เพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศเป็น 208 ล้านเฮกตาร์ ว่ากันว่านี่เป็นการลงทุนที่ทรงคุณค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติจีนทีเดียว


แข่งกันทำดีเพื่อโลกสีเขียว อินเดีย กับการทำลายสถิติ ปลูกต้นไม้ 66 ล้านต้นในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง

หากทางจีนได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศเพื่อพิชิตภารกิจสร้างโลกสีเขียวแล้ว ทางอินเดียก็ไม่น้อยหน้ากัน เพราะที่ผ่านมา อินเดียสามารถทำลายสถิติปลูกต้นไม้ 66 ล้านต้น ได้ในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง เท่านั้น

โดยชาวอินเดียรวมทั้งกลุ่มอาสาสมัครจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรหลายองค์กร นักเรียน นักศึกษา สมาชิกสภา เจ้าหน้าที่รัฐ กว่า 1.5 ล้านคน ในรัฐมัธยประเทศ ลงมือปลูกต้นไม้ตั้งแต่ 07.00 น. จนถึง 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตลอดทั้งวัน  ซึ่งในปีที่แล้ว รัฐบาลอินเดียก็ได้ดำเนินโครงการปลูกป่าทำลายสถิติในลักษณะเดียวกันที่รัฐอุตรประเทศ โดยครั้งนั้นมีชาวอินเดียอาสากว่า 800,000 คนร่วมกันปลูกต้นไม้ 50 ล้านต้น ภายในเวลา 24 ชั่วโมง

จากความสำเร็จติดต่อกันทั้ง 2 ปีนี้ ทำให้ขณะนี้ รัฐบาลอินเดียกำลังรณรงค์ให้รัฐทั้ง 29 รัฐทั่วประเทศ เริ่มโครงการปลูกต้นไม้ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า โดยโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายที่รัฐบาลอินเดียได้ดำเนินการตามข้อตกลงของสนธิสัญญาปารีส ในการเพิ่มพื้นที่ป่า 5 ล้านเฮกตาร์ หรือกว่า 3 ล้าน 1 แสนไร่ ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลกนั่นเอง


แม้ประเทศไทยไม่ได้มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลเหมือน จีนและอินเดีย ทว่า การมีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโลก เพื่อบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน ก็ถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญระดับชาติที่ทางภาครัฐบาลควรตระหนัก เพราะเราก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกนั่นเอง


ที่มา : รายงานข่าวเรื่อง “นาซ่าเผย โลกเขียวขึ้น แผ่นดินจีนมาอันดับ 1 เขียวขึ้นมากสุดในโลก” เผยแพร่ผ่าน Facebook : China Report ASEAN – Thailand


อัปเดตเรื่องราวสร้างโลกสวยด้วยมือเรา ในหลากหลายมุมมองกันต่อ

ถึงเวลารู้จักและใช้ ‘พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ’ นวัตกรรมวัสดุแห่งศตวรรษที่ 21 ให้มากขึ้น เพื่อโลก เพื่อเรา

รวมพลังลดขยะให้เหลือศูนย์ แบบ ‘Chula zero waste’ ต้นแบบการบริหารจัดการขยะครบวงจร