หลายคนชอบถามว่า ทำไมรัสเซียผงาดในเวทีการส่งออกสินค้าการเกษตรทั้งที่อยู่ในเขตอากาศหนาว โดยเพิ่งประสบความสำเร็จเมื่อไม่นานมานี้ ช่างต่างจากบ้านเรา…


หากดูจากรายได้ของเกษตรกรไทยในปี 2019 ยังต่ำกว่าช่วงก่อนปี 2014 และจากตัวเลขหน้างานที่มีอยู่ในไตรมาสแรกของปีนี้ อัตราการเพิ่มขึ้นของหนี้สินภาคการเกษตรระดับครัวเรือนนั้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อน สิ่งนี้หมายถึง ความซบเซาที่เกิดขึ้นมานานหลายปีและเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ครัวเรือนลดการบริโภคลง

ภารกิจของประเทศจึงน่าจะเป็นเรื่องของ การเพิ่มกำลังซื้อในภาคการเกษตร มากกว่าภาคการผลิตอื่นๆ เพราะแรงงานกระจุกตัวอยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ และหากไม่เพิ่มกำลังซื้อ ประเทศก็น่าจะมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

หันมาดูความลับที่ทำให้ภาคการเกษตรของรัฐศูนย์กลางอย่างรัสเซียประสบความสำเร็จ มาจากข้อกำหนดเบื้องต้นที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมเกษตร นั่นคือ ความต้องการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของตลาดน้ำมัน ซึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักของรัสเซีย ซึ่งเป็นเรื่องง่ายมากที่จะทำให้ถูกเล่นงานด้านภูมิรัฐศาสตร์จนล่มจม

รัสเซียถูกคว่ำบาตรด้านอาหารโดยสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ซึ่งเหตุผลจริงๆ แล้วสหรัฐอเมริกาต้องการยับยั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัสเซีย โดยคาดว่ามาตรการคว่ำบาตรจะสามารถทำให้รัสเซียล่มได้ แต่หลังจากที่เพนตากอนและอียูให้การสนับสนุนการรัฐประหารในยูเครน ปี 2014 รัสเซียก็สามารถโน้มน้าวให้ไครเมียรับรองประชามติว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียได้ รวมถึงการแก้ปัญหาเพื่อทดแทนการนำเข้า โดยการเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม

เมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์ในเวลานั้น เรื่องนี้มีผลให้ค่าเงินรูเบิ้ลร่วง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการขุดเจาะน้ำมันที่เป็นรายได้หลักของรัสเซียมากกว่าร้อยละ 65 ของประเทศ

แต่ค่าเงินที่ร่วงลงนี้กลับเป็นผลดี เพราะมีส่วนทำให้สินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบเชิงบวกต่อผู้ผลิตสินค้าเกษตรในรัสเซีย อีกทั้งในเวลานั้น ราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกก็มีราคาเพิ่มขึ้น และความต้องการด้านอาหารกับเชื้อเพลิงชีวภาพก็เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้บริโภคชาวเอเชียอีกด้วย

ทั้งยังมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ความพยายามในการปรับปรุงตัวชี้วัดคุณภาพการผลิต เช่น ผลิตภัณฑ์พืชถึง 90% ของการเติบโตที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเพิ่มขึ้นของผลผลิต และเพียง 10% กำหนดโดยการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก

ก่อนหน้านี้การเติบโตของอุตสาหกรรมเกษตรที่เชื่อมโยงกันถูกจำกัดด้วยสัดส่วนขนาดฟาร์มย่อยของครัวเรือน (เกษตรกรรายย่อย) ซึ่งผลิตสินค้าได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของสินค้าในประเทศ โดยในช่วงปี 2013-2016 สัดส่วนการถือครองของเกษตรกรรายย่อยค่อยๆ ลดลง และเมื่อสิ้นปีตามระยะเวลาดังกล่าว สินค้าเกษตรก็เหลือน้อยกว่า 40%

ดังนั้น จึงมีแนวโน้มที่ผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมเกษตรรัสเซียจะเพิ่มขึ้น ทั้งจากฟาร์มและองค์กรเกษตรประเภทต่างๆ ในเวลาเดียวกัน เจ้าของของฟาร์มต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำและใช้เงินลงทุนน้อยจึงควบรวมกิจการ เพราะไม่สามารถต้านทานการแข่งขันด้านราคาและเคลื่อนย้ายการลงทุนไปยังภาคการผลิตอื่นๆ ได้

นโยบายของรัฐสำหรับการพัฒนาการเกษตรและกฎระเบียบของตลาดสำหรับสินค้าเกษตร วัตถุดิบ และอาหาร มีเป้าหมายหลักและประเด็นสำคัญอยู่ที่การพัฒนาอุตสาหกรรมรวมถึงเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันของผลิตภัณฑ์จากภาคการเกษตรทั้งในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ โดยคงไว้ซึ่งความเป็นอิสระในด้านการบริหารจัดการอาหารของประเทศ ตามดัชนีชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักคำสอนเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร การเพิ่มขึ้นของอัตราทดแทนการนำเข้าที่เกี่ยวกับนม เนื้อสัตว์ ผักผลไม้ และมันฝรั่งจึงเกิดขึ้นอัตโนมัติ

ความช่วยเหลือจากภาครัฐในด้านต่างๆ รวมถึงภาคการเกษตรในปี 2016 มีจำนวนถึง 237 พันล้านรูเบิล ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐมากกว่า 30 ประเภทคือ การชดเชยต้นทุนส่วนหนึ่งของเงินกู้ยืมระยะยาว โดยการให้ทุนฟรีถึง 1.5 ล้านรูเบิล เพื่อสนับสนุนฟาร์มที่สร้างขึ้นใหม่ เช่นเดียวกับการจ่ายเงินก้อนเพื่อการพัฒนาสังคมในจำนวนมากถึง 30,000 ล้านรูเบิล เพื่อเป็นเงินอุดหนุนส่วนหนึ่งจากเงินดาวน์ที่ใช้เช่าเครื่องจักรกลการเกษตรของเกษตรกร

เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมการเกษตรจึงนำมาสู่วิธีการใหม่ เช่น การชดเชยส่วนแบ่งต้นทุนทางตรงของนักลงทุนในการลงทุนก่อสร้างอาคารและสิ่งอื่นๆ ช่วยให้ได้ผลตอบแทนกลับคืนประมาณ 20% ของเงินทุน และเพื่อแก้ปัญหานี้ ปี 2017 จึงมีการจัดสรรเงิน 16 พันล้านรูเบิล โดยมีเงื่อนไขหลายประการที่ดึงดูดเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับเป็นเงินทุนให้ผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรที่ซับซ้อน

การเพิ่มส่วนแบ่งของผู้ผลิต ณ ราคาอาหารขั้นสุดท้าย การรักษาเสถียรภาพของราคาสำหรับทรัพยากรวัสดุในอุตสาหกรรมเกษตร มีประเด็นสำคัญที่ช่วยให้เติบโตในภาคเกษตรได้คือ การใช้อุปกรณ์ทางเทคนิครวมถึงการแนะนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แก่เกษตรกร ซึ่งเป็นวิธีพัฒนาการเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงอุปกรณ์ออพติคัลที่กำลังพัฒนาให้สามารถกำหนดจำนวนศัตรูพืชต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่จากความสูงของเที่ยวบิน ตลอดจนการแนะนำเทคที่น่าจะระบุโรคพืชในระยะแรก ทั้งนี้ยังมีความคาดหวังอย่างจริงจังที่จะใช้อุปกรณ์อินฟราเรดควบคุมการเคลื่อนไหวของฝูงแกะและโคด้วย

นักวิทยาศาสตร์กำลังทำงานเพื่อสร้างแอปพลิเคชันบนมือถือเพื่อช่วยให้สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ จากระยะไกล ทั้งสำหรับการใช้ภายในฟาร์มและอำนวยความสะดวกในการจัดระเบียบกระบวนการผลิต ขณะที่รัฐให้การสนับสนุนพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพันธุ์และพันธุวิศวกรรม รวมทั้งการปรับปรุงพันธุ์สัตว์และพืชที่ให้ผลผลิตสูงซึ่งทนต่อปัจจัยที่ไม่พึงประสงค์ และในสถานการณ์ปัจจุบัน สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาก็ช่วยให้รัสเซียกลายเป็นผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง นม เนย และอื่นๆ ได้

จากตัวเลขและสถานการณ์ของสินค้าเกษตรในรัสเซียทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นข้อเท็จจริงซึ่งอยู่บนหลักการและเหตุผลที่ภาครัฐสามารถใช้นโยบายของตนเองฟื้นฟูภาคการเกษตรได้สำเร็จท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตร โดยข้อเท็จจริงที่หน้างาน แผนงาน กับการตรวจสอบตัวเลขที่คลาดเคลื่อนจากแผนงาน น่าจะเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายความมั่นคงด้านอาหารทั้งของรัสเซียและรัฐอื่นๆ


ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย

 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย