เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 กลุ่มเครือข่ายเพื่อนตะวันออก วาระเปลี่ยนตะวันออก ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สำนักงานอีอีซี โดยมี นางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการสายงานพัฒนาพื้นที่และชุมชน สำนักงานอีอีซี เป็นผู้ออกมารับหนังสือ โดยกลุ่มเครือข่ายภาคตะวันออกได้ยื่นแถลงการณ์ 3 ข้อหยุดผังเมืองอีอีซี เนื่องจากมองว่าโครงการนี้ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และเป็นการปรับผังเมืองเอื้อประโยชน์กับนายทุน โดยมีการตั้งประเด็นคำถามหลักๆ 3 ข้อ ดังนี้

กลุ่มเพื่อนเครือข่ายตะวันออก : การจัดทำผังเมืองของสำนักงานอีอีซี เป็นลักษณะการจัดทำผังการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นรายโครงการที่กำหนดมาแล้วตามนโยบายเขตพัฒนาพิเศษของรัฐ ไม่ได้จัดทำโดยการศึกษาศักยภาพของพื้นที่ตามหลักการผังเมือง

นางสาวทัศนีย์ : กระบวนการจัดทําแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินฯ ดําเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการจัดทำผังเมืองและผังพื้นที่ของประเทศไทย องค์กรนี้ได้ทํางานตามหลักวิชาการของผังเมืองเสมอมา และเป็นหลักของประเทศในการจัดทําผังเมืองและผังที่เป็นทางการที่ประกาศใช้อยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นการกล่าวอ้างว่าผังการใช้พื้นที่ของอีอีซีไม่ตรงกับหลักผังเมืองสากล และไม่ตรงกับนิยามของผังเมือง จึงเป็นความเห็นผิดกับข้อเท็จจริง
นอกจากนั้นในการจัดทําผังการใช้พื้นที่อีอีซี กรมโยธาธิการและผังเมืองยังได้คํานึงถึงความสัมพันธ์กับชุมชน สุขภาวะของประชาชน สภาพแวดล้อม และระบบนิเวศตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นผังการใช้พื้นที่ครอบคลุมหลายจังหวัดเป็นผังแรก ซึ่งต้องการให้เป็นต้นแบบของผังการใช้ที่ดินในกลุ่มจังหวัดอื่นๆ ในอนาคต อาทิ การกันพื้นที่ป่าไม้ไว้ชัดเจนเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกอีกต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบํารุงรักษาป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลําธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ตามมติ คณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยกําหนดระยะห่างจากป่าไม้ ไม่น้อยกว่า 1 กิโลเมตร ห้ามตั้งโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือการกันที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมไว้อย่างชัดเจน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสงวนรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในบริเวณแหล่งน้ำ ชายฝั่งทะเล พื้นที่ต้นน้ำ โดยกําหนดระยะห่างจากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำหรือลําคลอง ไม่น้อยกว่า 500 เมตร ห้ามตั้งโรงงานตามกฎหมาย เป็นต้น

กลุ่มเพื่อนเครือข่ายตะวันออก : มีการเปลี่ยนสีผังเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มคนบางกลุ่ม เช่น การเปลี่ยนสีเขียวชนบทเกษตรกรรมที่สมบูรณ์ แหล่งความมั่นคงทางอาหารที่สำคัญของภาคตะวันออกและประเทศ ไปเป็นสีม่วงสำหรับนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เป็นการทำลายวิถีชีวิต เศรษฐกิจของชุมชน และสร้างผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก
นางสาวทัศนีย์ : การจัดทําผังการใช้พื้นที่ของอีอีซี ได้นําเอาปัจจัยการพัฒนาที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมาเป็นปัจจัยหลัก โดยได้วางผังการใช้พื้นที่ให้เกิดการกระจายประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยใช้หลักวิชาการผังเมืองเพื่อสร้างความต่อเนื่องและเชื่อมโยงสอดคล้องกันทั้ง 8 ระบบได้แก่
- 1) ระบบสาธารณูปโภค
- 2) ระบบคมนาคมและขนส่ง
- 3) ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
- 4) ระบบการตั้งถิ่นฐานและภูมิสังคม
- 5) ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษและการประกอบกิจการ
- 6) ระบบบริหารจัดการน้ำ
- 7) ระบบการควบคุมและขจัดมลภาวะ
- 8) ระบบป้องกันอุบัติภัย
จะเห็นได้ว่าผังเมืองอีอีซีได้ถูกวางให้รองรับการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกมิติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่อย่างมีหลักวิชาการ โดยคํานึงถึงความสัมพันธ์กับชุมชน สุขภาวะของประชาชน สภาพแวดล้อม และระบบนิเวศตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย นอกจากนั้นการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมจะต้องดําเนินการตามกฎหมายอื่นๆ อย่างเคร่งครัด เช่น กฎหมายว่าด้วยการขุดดินและถมดิน กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยการจัดสรร กฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ กฎหมายปฏิรูปที่ดิน และกฎหมายอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นการตรวจสอบการดําเนินงานไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน แม้ในการรับฟังความคิดเห็นประชาชนหลายครั้งในทั้ง 3 จังหวัด เช่นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ในบางอําเภอที่อยู่ด้านด้านในต้องการให้เพิ่มพื้นที่สีม่วง เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพหลากหลายมากขึ้น แต่การวางผังก็ยังคงสงวนพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ไว้อย่างเคร่งครัดตามหลักวิชาการ

สำหรับการขอให้กำหนดพื้นที่บริเวณรอยต่อจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดชลบุรี บริเวณนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรี โครงการ 2 เป็นที่ดินประเภทส่งเสริมเกษตรกรรมนั้น ขอเรียนว่าการออกกฎหมายไม่สามารถมีผลย้อนหลังได้ เพียงแต่สามารถกําหนดมาตรการติดตาม ตรวจสอบในประเด็นที่เป็นห่วง และกังวลอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ที่ผ่านมา สกพอ.ได้ทําหนังสือสอบถามไปยังบริษัทผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม และ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) พบข้อเท็จจริงว่า
- 1) โครงการนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรี โครงการ 2 ได้ดําเนินการถูกต้อง ครบถ้วน ตามขั้นตอนจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม โดยได้ประกาศเขตนิคมอุตสาหกรรมไปตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2553 พื้นที่ประมาณ 8,000 ไร่ ทั้งนี้ ก่อนที่คณะกรรมการ กนอ.จะอนุมัติให้เป็นนิคมฯ โครงการฯได้ผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน มีหนังสือยินยอมจากประชาชนและผู้นําท้องถิ่นให้สามารถจัดตั้งนิคมฯแล้ว อีกทั้งการออกแบบโครงการฯ เป็นไปตามหลักวิชาการทุกประการ รวมถึงมีมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม สกพอ.เห็นว่าโครงการดังกล่าวดําเนินการถูกต้องตามกระบวนการแล้ว จึงได้ประกาศยกระดับนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรี โครงการ 2 เป็นเขตส่งเสริมฯ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับการลงทุนตามนโยบาย EEC พื้นที่ประมาณ 6,000 ไร่
- 2) หลังจากที่โครงการได้รับการประกาศเขตนิคมอุตสาหกรรมแล้ว บริษัทได้ดําเนินการ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ หรือ EIA แต่ในช่วงเวลานั้น ได้มีประกาศบังคับใช้ผังเมืองรวมจังหวัดชลบุรี โดย กําหนดบริเวณพื้นที่โครงการฯเป็นพื้นที่สีเขียว ต่อมาบริษัทผู้พัฒนาโครงการฯ ได้ยื่นขอเปลี่ยนแปลงสีผังเมืองต่อกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นสีม่วง โดยได้ดําเนินการผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น พร้อมที่จะประกาศบังคับใช้ และมีการกําหนดมาตรการ เงื่อนไข ในการพัฒนาโครงการในด้านต่างๆ ชัดเจน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่การประกาศบังคับใช้แต่อย่างใด ส่งผลให้การพัฒนาโครงการไม่เป็นไปตามแผน
ประเด็นทั้งหลายดังกล่าว สกพอ.ให้สร้างความรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้เสีย ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนํามาประกอบการพิจารณาด้วย
กลุ่มเพื่อนเครือข่ายตะวันออก : การใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 47/2560 และออกกฎหมาย พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นการใช้กฎหมายเร่งรัดการจัดทำผังเมืองเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการจัดทำผังเมือง

นางสาวทัศนีย์ : ในการดําเนินการที่ผ่านมาได้ให้ความสําคัญการมีส่วนร่วม โดยมีการรับฟังความเห็นกว่า 40 ครั้ง สกพอ. กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมทั้งหน่วยงานกลางและหน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันเผยแพร่ความรู้ด้านผังการใช้พื้นที่ในอีอีซีตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โดยเน้นการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ และตลอดเวลาได้นําข้อคิดเห็นและสาระสําคัญที่เป็นประโยชน์มาปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินมีประสิทธิภาพและมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการสัมมนาระดมความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาอีอีซี ซึ่งมักมีเรื่องผังการใช้ที่ดินด้วยทุกครั้งแล้ว ที่ผ่านมายังได้นํา ร่างแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินฯ ไปรับฟังความคิดเห็นโดยตรงกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกอําเภอมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 จําแนกเป็น
- 1) กลุ่มผู้แทนของประชาชน ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน
- 2) หน่ายงานราชการ
- 3) ภาคเอกชน
- 4) ประชาชน
- 5) กลุ่มเครือข่ายเพื่อนตะวันออก ทั้งในเวทีที่เป็นทางการกว่า 25 ครั้ง และเวทีที่ไม่เป็นทางการไม่น้อยกว่า 15 ครั้ง











