หลังจากจัดงานที่กรุงเทพฯ 2 ครั้ง แล้วประสบความสำเร็จAIS Academy’ หน่วยงานของ AIS ที่จัดทำโครงการส่งต่อความรู้สู่สังคมไทย เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศตื่นตัวเรื่องดิจิทัลและเทคโนโลยี นำทัพวิทยากรจากองค์กรชั้นนำ ทั้ง Google Cloud, IBM, Amazon, ไทยคม และ The Standard ไปให้ความรู้รั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการ ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ ในงาน AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค


ทำไมต้องเป็นเชียงใหม่?

เท้าความก่อนว่า AIS Academy เกิดขึ้นมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยเอไอเอส Transformation ตัวเองจากโอเปอเรเตอร์เป็น Digital Service Provider ปีแรกของการก่อตั้งจึงระดมทีม รวบรวมองค์ความรู้ใหม่ๆ และปั้นเป็น Academy เพื่อสร้างความแข็งแรงให้แก่คนภายใน โดยเริ่มจากการเทรนนิง นำองค์ความรู้มาให้พนักงาน ต่อมามองว่าองค์ความรู้เป็นสิ่งที่คนทั่วไปก็ต้องการจึงเกิด Academy For Thais ขึ้นที่กรุงเทพฯ และต่อยอดแนวคิดสู่ระดับภูมิภาค

AIS Academy
คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม

“เอไอเอสทำ ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ เพราะสังคมไทยคือสังคมที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เราจึงขยายองค์ความรู้โดยอาศัยวัฒนธรรมของการ ‘คิดเผื่อ’ คือถ้าเอกชนช่วยกันทำ ช่วยกันแชร์ความรู้ก็น่าจะทำให้สังคมไทยเข้มแข็งมากขึ้น และเพราะเมืองไทยไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ พี่น้องในภูมิภาคอื่นก็ต้องการองค์ความรู้เช่นกัน เราจึงตัดสินใจเคลื่อนพลไปสู่ภูมิภาค ภารกิจคิดเผื่อเริ่มแรกจึงเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่

“อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า จังหวัดเชียงใหม่มีเศรษฐกิจที่เติบโตและมีศักยภาพสูง ด้วยองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เศรษฐกิจ การศึกษา ความพร้อมทางสภาพสังคม การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง และระบบสาธารณสุข ที่ได้มาตรฐานยอมรับในระดับสากล และเชียงใหม่ก็มีความพร้อม เป็นอีกเมืองหลักอันดับต้นๆ ของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เราจึงเลือกจัดงานที่นี่ก่อน”  คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล เอไอเอส กล่าว

ท่ามกลางการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด คุณศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงโลกที่เปลี่ยนไปและความจำเป็นที่จะต้องเติมองค์ความรู้ว่า 

AIS Academy
คุณศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ

“เรายังต้องเติมความสามารถให้คนเชียงใหม่ ซึ่งหนีไม่พ้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อให้แข่งขันได้ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวินาที การปรับตัวก็ต้องใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเช่นกัน ในด้านยุทธศาสตร์ก็ต้องสร้างคน ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ต้องนำเทคโนโลยีมาสู่ชีวิต สู่การพัฒนา ไม่ว่าเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ สังคมจะเป็นอย่างไร ก็ต้องใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ นำพาเราไปข้างหน้า ชีิวิตจึงต้องเปลี่ยนแปลง ต้องสร้างสรรค์ และต้องขอบคุณเอไอเอสที่มาให้ความรู้แก่ภูมิภาคเป็นครั้งแรก เชื่อว่าการถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้จะไปสู่ครอบครัว คนรอบข้าง บุคลากรในองค์กร ทั้งชาวเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ประเทศไทยก็จะแข็งแรงยิ่งขึ้น” 

องค์ความรู้จากเวที ACADEMY for THAIs: to the Region ณ เชียงใหม่ ครั้งแรกนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับความรู้และมีทางเลือกในการต่อยอดธุรกิจให้แข็งแกร่ง โดยทางเอไอเอสเรียกว่าเป็นการแชร์ สูตร Business Transformation ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้ประกอบการพร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกยุคดิจิทัล และจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างยั่งยืนต่อไป


สรุปวิสัยทัศน์ สกัดองค์ความรู้

เวที ACADEMY for THAIs: to the Region เริ่มแชร์วิสัยทัศน์และคำแนะนำสำหรับภาคธุรกิจโดย Yuval Dvir, Global Head of Scaled Partnership, Google Cloud และ กิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคลาวด์และซอฟท์แวร์โซลูชั่น บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด

วิสัยทัศน์และคำแนะนำจาก Google Cloud โดย Yuval Dvir

สิ่งที่ Yuval Dvir นำเสนอแบ่งได้เป็น 3 ประเด็นหลัก คือ AI หรือปัญญาประดิษฐ์, วัฒนธรรมองค์กร และโลกที่ถูก Disrupt กับการเตรียมตัวเพื่ออนาคต ซึ่งทั้งหมดสัมพันธ์กับ Data 

AIS ACADEMY
Yuval Dvir

Yuval เริ่มเล่าเรื่องของ Elon Musk นวัตกรที่คิดและสร้างนวัตกรรมสุดล้ำจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งล่าสุดเผยผลงานด้านการเชื่อมสมองกับสมาร์โฟนภายใต้บริษัท Neurallink โดยให้ระบบศึกษาการทำงานของสมอง แล้วให้สมองทำงานกับเครื่องจักรกลได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สมองสั่งงาน บังคับ ควบคุม หรือคำนวณอย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นว่า Disruption มีส่วนทับซ้อนกับทางชีววิทยาอยู่มาก และเป็นความท้าทายที่องค์กรต่างๆ ต้องพบเจอ 

หรือในเรื่องความสมดุลของสมอง บางคนอาจจะมีประจุไฟฟ้าออกมาจากเซลล์ประสาทมากเกินไป บางคนมีระดับสารเคมีในสมองผิดปกติ Yuval ยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีกับการทำงานของสมอง เช่น คนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล สามารถสอนให้ระบบเรียนรู้แล้วใช้ VR ไปพูดคุยกับคนกลุ่มนี้เพื่อช่วยเหลือหรือร่วมบำบัดรักษาได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ AI จะเลียนแบบสมองได้ มนุษย์ก็ต้องมี Data แล้วสอนให้เครื่องจักรเรียนรู้ (Machine Learning) ด้านชีววิทยาก่อน เช่น เซลล์ประสาทเป็นอย่างไร ทำงานอย่างไร เมื่อระบบเรียนรู้และเข้าใจการทำงานของสมองก็จะทำให้เกิดความเฉลียวฉลาดทางชีววิทยาขึ้น

ต่อด้วยการกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการสร้าง AI ว่ามาจากเกม Space Invaders ที่มนุษย์พยายามใช้ AI เล่นเกม โดยสอนให้มันเรียนรู้ว่าเล่นเกมอย่างไร พัฒนาเรื่อยมาจนเกิดการแข่งขันหมากรุกระหว่างมนุษย์กับ AlphaGo (Google DeepMind) ซึ่งเมื่อ AI เรียนรู้แพทเทิร์นการเล่นแล้ว ยังมองเห็นการวางหมากรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นแพทเทิร์นที่ไม่เคยมีคนเล่นมาก่อน จึงสามารถเอาชนะมนุษย์ได้ในที่สุด 

ในด้าน Digital Transformation เห็นได้ชัดจากแบรนด์ Yahoo, Blockbuster, Nokia ที่ล้มหายตายจากไปในยุคดิจิทัล ส่วน Netflix ที่มาแรงก็ยังหุ้นตก เพราะเจอ Disney+ กับ apple TV+ ขึ้นมาท้าทายและชิงส่วนแบ่งตลาด ทำให้เห็นว่า ถ้าคุณไม่ท้าทายตัวเองก็จะมีคนมาท้าทายคุณ  ดังนั้น องค์กรต่างๆ ต้อง พลิกโฉมวัฒนธรรมองค์กร เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง ด้วยมายด์เซ็ต Stay Humble คือ ให้คิดเสมอว่าเรายังไม่ได้รู้อะไรมากมาย ดังนั้น เราต้องรู้ว่ายังไม่รู้ทั้งหมด และอย่า Humble อ่อนน้อมถ่อมตนเกินไป เพราะไม่มีใครทำตาม 

ทำอย่างไรจึงจะพลิกโฉมวัฒนธรรมองค์กรได้? Yuval บอกว่า ผู้นำคือผู้สร้างวัฒนธรรม แล้วยกคำพูดของ Eric Schmidt อดีตผู้บริหารกูเกิลที่กล่าวไว้ว่า วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อมีการริเริ่มทำสิ่งใหม่ ตั้งบริษัทใหม่ ดังนั้น ผู้นำต้องเรียนรู้ตลอดเวลา มีวิสัยทัศน์ด้านการใช้เทคโนโลยี และรู้จักประยุกต์ใช้ศาสตร์ทั้งวิทย์และศิลป์ เช่น องค์กรมีความเชี่ยวชาญด้านหนึ่ง ผู้นำอาจใช้เทคโนโลยีคลาวด์ซัพพอร์ตการทำงาน แล้วให้องค์กรไปโฟกัสสิ่งที่องค์กรเก่งที่สุด 

สิ่งที่เราโฟกัสทุกวันนี้อาจไม่ใช่เรื่อง Data แต่เป็นการนำ Data หรือนำไอเดียไปใช้ให้เกิดประโยชน์หรือใช้แก้ปัญหา โดยต้องทำแบบ Lean คือ ทำน้อยได้มาก โฟกัสสิ่งที่สำคัญจริงๆ (Less is more, focus on what truly matters.) และมีแนวคิดแบบ Agile คือ ปรับวัฒนธรรมองค์กร ให้ช่วยกันคิด แบ่งส่วนกันทำ ลงมือทำตามเป้าหมายที่ชัดเจน

Yuval ทิ้งท้ายว่า หนึ่งในสิ่งที่กูเกิลทำอยู่คือ การพัฒนา Machine Learning ให้ดีขึ้น ในลักษณะของ Connectomics คือ พัฒนาการทำงานร่วมกันของสมองกับเครื่องจักรให้อัจฉริยะเป็น Supermachine เนื่องจาก AI จะเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ในอนาคต ขณะเดียวกัน ชีวิตมนุษย์จะยืนยาวขึ้น และมนุษย์จะไม่สามารถมีอาชีพเดิมได้ตลอดไป ดังนั้น ทุกคนจึงต้อง Learn – Unlearn – Relearn คือ เรียนรู้ตลอดชีวิต


วิสัยทัศน์และคำแนะนำจาก ไอบีเอ็ม ประเทศไทย โดย กิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์

การคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง กิตติพงษ์เริ่มเล่าจากความสำเร็จขององค์กรว่า IBM มีผลงานวิจัยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยในปี 2018 บริษัทจดสิทธิบัตรมากถึง 9,100 สิทธิบัตร

แต่การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทำให้โมเดลธุรกิจเปลี่ยนไปจากเดิม ผู้บริหารองค์กรต่างก็เกิดคำถามว่า องค์กรจะอยู่รอดหรือไม่ IBM จึงทำวิจัยทั้งในด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ โดยร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ Wharton, Harvard ศึกษาวิจัยจากผู้ตอบแบบสอบถาม 12,854 ราย รวม 112 ประเทศ พบว่า องค์ประกอบด้านการตลาด (Market Factors), เทคโนโลยี (Technology) และทักษะ (People Skills) เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของศตวรรษนี้ และเชื่อว่าลักษณะงานจะเปลี่ยนไป 100% ในวันข้างหน้า

AIS Academy
คุณกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์

Incumbents Strike Back กิตติพงษ์แนะวิธีนำดิจิทัลเข้าไปปรับใช้ในองค์กร

  • Dancing with Disruption นำเทคโนโลยีมาใช้และกระโจนเข้าไปแข่งหรือซื้อสตาร์ทอัพ

ความน่ากลัวของการทำธุรกิจคือ สตาร์ทอัพเปลี่ยนตัวเองได้เร็ว และถ้าองค์กรธุรกิจใดต้องการความเร็ว โตเร็ว แนะนำให้ ‘เข้าซื้อกิจการ’ ยกตัวอย่าง

    • Walmart เข้าซื้อธุรกิจออนไลน์ JET.com มาเสริมทัพ ส่งผลให้ยอดขายอีคอมเมิร์ซโตขึ้น 40%
    • UPS องค์กรระดับโลกที่ทำธุรกิจส่งของเข้าไปซื้อกิจการ Coyote Logistics สตาร์ทอัพที่ไม่มีรถในมือ แต่มีสมาชิก 30,000 กว่าราย ทำให้ UPS ได้ฐานลูกค้าเพิ่ม
    • Unilever ซื้อมีดโกนหนวดจาก Dollar Shave Club (DSC) เพราะมองเห็นโอกาส 2 ทาง คือ 1) ได้ฐานลูกค้าของ Dollar Shave Club ซึ่งมาจากช่องทางออนไลน์ และ 2) ได้ใบมีดโกนมาเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ Unilever 

ในมุมของภาคธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI และการเก็บ Data กิตติพงษ์ยกตัวอย่าง ดังนี้

    • Crédit Mutuel ธนาคารในฝรั่งเศสประสบปัญหาร้องเรียนจำนวนมากจึงนำระบบ AI เข้ามาช่วยตอบคำถามลูกค้าทางอีเมล ช่วยให้พนักงานมีความสุขมากขึ้น และปัญหาต่างๆ ที่ได้รับร้องเรียนก็นำมาเก็บเป็น Data ใช้ประโยชน์ในช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลก็มีอายุของมัน
    • Le4Casino ร้านค้าปลีกในฝรั่งเศส เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน มี co-woking space ให้ลูกค้าใช้บริการ นำระบบอัตโนมัติมาช่วยด้านการจัดการ การชำระเงิน จึงไม่ต้องมีพนักงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง
    • IoT Devices ที่ใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ของ IBM Watson เข้ามาช่วยดูการทำงานส่วนต่างๆ และบอกได้ว่าระบบใดอาจเกิดปัญหาภายใน 90 วัน ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็พบว่ามีปัญหาจริง ปตท. จึงนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในโรงแยกแก๊สทั้ง 6 โรง
    • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ นำ AI มาใช้ในด้าน Healthcare เพื่อช่วยวิเคราะห์โรคมะเร็ง จากที่หมอต้องอ่านศึกษาข้อมูล อ่านหนังสือมากกว่า 165 ชั่วโมง เมื่อมี AI ก็ช่วยวิเคราะห์และตัดสินใจได้เร็วขึ้นว่าจะช่วยผู้ป่วยอย่างไร และจากใช้ AI ตรวจมะเร็ง 4 ด้าน ก็เพิ่มเป็น 13 ด้าน

  • Trust in the journey การทำธุรกิจต้องเชื่อใจกัน ทำงานร่วมกัน และสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน

ในโลกที่มีทั้งคู่ค้าและลูกค้า ทุกองค์กรก็มีข้อมูลบริษัท (Privacy Data) อยู่ในมือ แต่ในยุคที่แข่งกันด้วย Data คู่แข่งจะยอมแชร์ข้อมูลลูกค้าระหว่างกันมากขึ้นถ้าได้ประโยชน์ โดยยังต้องป้องกันการเข้าถึงข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า เช่น 

    • DHL มีนโยบายร่วมดำเนินงานกับพาร์ทเนอร์ในการสร้างนวัตกรรม โดยมีมากกว่า 6,000 โครงการ เช่นที่ร่วมกับ ParcelCopter ใช้เวลาส่งยาได้ภายในเวลา 8 นาที จากที่เคยใช้เวลา 30 นาที หรือที่ร่วมกับแบรนด์ Volkswagen ทดลองส่งของถึงที่รถจอดรถของลูกค้าในเยอรมนีด้วยเทคโนโลยี GPS Mapping 
    • MUJI สร้างผลิตภัณฑ์ Minimal ให้ลูกค้าติด ถึงขนาดที่ลูกค้าช่วยคิดสินค้าให้ MUJI ผลิต ซึ่งขายดีกว่าที่ทีมออกแบบทำถึง 3 เท่าในปีแรก

Orchestrating the Future โมเดลธุรกิจใหม่ ทุกคนต้องให้ความสำคัญกับหลายๆ แพลตฟอร์ม

    • LINE จากแอปพลิเคชันแชตก็ต่อยอดทำอะไรได้หลากหลาย จากที่ทำสำรวจ เม็ดเงิน 1.2 ล้านล้านกำลังจะลงทุนในแพลตฟอร์มใหม่ๆ หุ้นบริษัทก็จะดีขึ้น
    • Beam Brush แพลตฟอร์มจำหน่ายแปรงสีฟันอัจฉริยะ โดยให้ต่อ Bluetooth ส่ง data เข้าไปในสมาร์ทโฟนว่าแปรงฟันดีหรือไม่ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อประกันสุขภาพฟัน ก็จากข้อมูลดังกล่าวก็สามารถขายประกันสุขภาพฟันผ่านหมอฟันได้ โดยคนที่แปรงฟันดีและยอมให้ข้อมูลจะได้รับส่วนลดค่าใช้จ่าย
    • MAERSK ระบบโลจิสติกส์ที่ยังมี 20% เป็นงานเอกสาร IBM จึงเข้าไปสร้างความร่วมมือในการทำบล็อกเชน จึงมีการเก็บข้อมูลที่แน่ชัดและไม่สามารถแก้ไขได้
    • ธนาคารกรุงเทพ ชวนธนาคารไทย 22 แห่ง ทำบล็อกเชน โดยมีภาคเอกชนจาก ปตท. การไฟฟ้า ให้ความร่วมมือ เพื่อยกระดับความสามารถของโลกการเงินและแบงก์ชาติก็ชวนใช้บล็อกเชน
  • Innovation in motion นวัตกรรม ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริหารสั่งแล้วจะเกิด แต่เป็น ‘วัฒนธรรม’ ที่จะทำให้เปลี่ยน และเป็นผู้นำอยู่ตลอด

    • Haier แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากจีนที่เจ้าของธุรกิจยอมให้ลูกน้องทดลองและทำผิดพลาดได้ โดยเปิดโอกาสให้สร้างทีมงานใหม่ประมาณ 10-20 คน จากการรวมหลายฝ่ายเข้าด้วยกัน แล้วแต่ละทีมย่อยก็ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งไอเดียตู้เย็น 3 ประตู ได้รับความสนใจและเมื่อผลิตจริงก็สร้างรายได้ให้บริษัทถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ 

กล่าวโดยสรุป องค์กรที่ไม่อยากถูกดิสรัปต์ต้องมี DIS คือ D – data ต้องนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์และทำให้เกิดข้อมูลเชิงลึก (Insight) โดยใช้ AI ช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรเก่งขึ้น องค์กรประสบความสำเร็จมากขึ้น I – Intelligence ความฉลาด อัจฉริยะ ไม่มีการรั่วไหลของข้อมูล และ S – Skill ต้องเตรียมทักษะให้บุคลากรทำเรื่องใหม่ๆ โดยมีวัฒนธรรมองค์กรว่า เปิดโอกาสให้ความล้มเหลวเกิดขึ้นได้

อีกบทความจากงานเดียวกัน ยังมีวงเสวนาแชร์ความรู้และประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการใช้ Data

ถอดบทเรียน 4 องค์กรชั้นนำจากงาน “ภารกิจคิดเผื่อ” เพื่อคนไทย ทำไมเราต้องสนใจ Data?


หากสนใจเรื่อง Data, Big Data เราแนะนำให้อ่านบทความเหล่านี้ต่อ

Big Data คืออะไร อยู่ในชีวิตประจำวันของเราตอนไหน ใช้ประโยชน์อะไรได้?

รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์ 3 อาชีพ สายเทคฯ รับยุค Big Data โตแรง ที่คนรุ่นใหม่ต้องรู้

DIAMONDS : ระบบวิเคราะห์การเรียนรู้และออกข้อสอบด้วย Data & AI ผู้ช่วยครูคนใหม่ในยุคดิจิทัล