นอกเหนือจากการเดินหน้าพัฒนาบุคลากร ด้วยการศึกษาและวิจัยความต้องการของภาคอุตสาหกรรมผู้ใช้แรงงาน ในพื้นที่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อวางแผนผลิตกำลังคนตอบสนองความต้องการของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างตรงจุดแล้ว คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC ยังมีบทบาทในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาร่วมกันพิชิต ภารกิจพัฒนาบุคลากร ทั้งในแง่ของการสร้างเสริมทักษะที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นทักษะวิชาชีพ หรือทักษะ Soft skill ที่จำเป็นในการทำงาน โดยมุ่งไปที่การเพิ่มทักษะเหล่านี้ในวิชาชีพที่เป็นที่ต้องการทั้ง 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายนี่เอง

โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ภารกิจพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมทั้ง 10 S-curve ก็ได้รับการยกระดับให้เข้มข้นและจริงจังขึ้น ผ่านการประชุมหารือพัฒนาความร่วมมือกันในเรื่องมาตรฐานการศึกษาและอุตสาหกรรม ระหว่าง EEC HDC และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะ คุณวุฒิวิชาชีพต่างๆ ของคนทำงานในสายงานต่างๆ โดยโฟกัสไปที่การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและกำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง 10 อุตสาหกรรม


รวมพลัง 3 หน่วยงานหลัก หนุน ภารกิจพัฒนาบุคลากร 10 S curve ให้ครบทุกมิติ ตอบสนองความต้องการผู้ประกอบการ

ดร.อภิชาติ ทองอยู่ ประธาน EEC HDC และประธานในการประชุมครั้งนี้ กล่าวถึง การพัฒนาความร่วมมือในเรื่องของมาตรฐานการศึกษาและอุตสาหกรรม ระหว่าง EEC HDC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ว่า

ดร.อภิชาติ ทองอยู่

“การประชุมหารือในครั้งนี้ EEC HDC ได้เชิญ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแรงงาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งมีส่วนในการพัฒนามาตรฐานการศึกษาและคุณวุฒิวิชาชีพเข้ามาร่วมมือกัน โดยมีมติว่าจะทำงานร่วมกันในรูปแบบของคณะทำงาน เพื่อจัดทำข้อมูลในระบบการทำงานไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และสามารถเชื่อมกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ในการผลิตบุคลากรได้อย่างแม่นยำ ภายใต้มาตรฐานและหลักการเดียวกัน โดยจะเสริมในเรื่องของการพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพการทำงานโดยสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ จะเป็นหน่วยงานหลักที่เข้ามาเสริมความเข้มแข็งของการผลิตบุคลากรในด้านนี้”

ด้วยเหตุนี้ ดร.อภิชาติ กล่าวเสริมถึงความคาดหวังต่อความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ทาง EEC HDC และทั้ง 3 หน่วยงาน ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาบุคลากรใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ 10 S-curve ในลักษณะของคณะทำงานร่วมกันเพื่อเสริมศักยภาพในการพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้มีคุณภาพมากขึ้น


ฟังมุมมองจาก สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กับความตั้งใจร่วมพิชิต ภารกิจพัฒนาบุคลากร

ด้าน นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ได้ให้มุมมองในการประชุมหารือเพื่อก่อให้เกิดคณะทำงานที่จะมาร่วมมือกันขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาคุณวุฒิและมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อตอบสนองการขับเคลื่อนโครงการอีอีซี ว่า

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล

“เนื่องจากเราเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของท่านนายกรัฐมนตรี หน้าที่ของเรา คือ การสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะและทักษะในการประกอบอาชีพต่างๆ รวมถึงดำเนินงานในเรื่องของการให้การรับรองในกรณีที่มีกลุ่มคนทำงานหรือผู้ประกอบการเข้ามาร้องขอ ทางสถาบันฯ ก็จะประเมินมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพในอาชีพตามหลักการประเมินที่ทางสถาบันฯได้จัดทำขึ้นมา ด้วยการตรวจสอบว่าผู้มายื่นคำขอนั้นมีความรู้ มีทักษะ และสมรรถนะที่จะทำอาชีพนั้นได้จริงๆหรือไม่”

ทั้งนี้ มาในบริบทของการเดินหน้าโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี คุณพิสิฐ สื่อสารว่า ทาง สคช.ทราบดีว่าเป็นโครงการที่รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มนักลงทุน นักธุรกิจ และผู้ประกอบการเหล่านี้ก็ต้องการกำลังคนที่มีความรู้ เพื่อมารองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและภาคการผลิตในเขตพื้นที่อีอีซี ซึ่งจากการสำรวจของ EEC HDC ที่วันนี้เราได้ประชุมหารือกัน พบว่ามีความต้องการกำลังคนในเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 4 แสนอัตรา

“หน้าที่ของ สคช. ในความร่วมมือนี้ คือ การเร่งทำมาตรฐานวิชาชีพที่ตอบสนองกับภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 S-curve นี้มารองรับความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่อีอีซี ขณะเดียวกัน เราก็มีหน้าที่ต้องเตรียมการทดสอบบุคลากรเหล่านี้ ว่ามีความสามารถในการทำวิชาชีพนั้นๆ ได้จริง เพื่อที่ผู้มาลงทุน ผู้ประกอบการต่างๆมีความมั่นใจว่าการมาลงทุนในพื้นที่อีอีซีนั้น จะมีกำลังแรงงานคุณภาพที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของเขาได้“

โดยตอนนี้ คุณพิสิฐ อัปเดตว่า ในภารกิจด้านนี้ ทาง สคช. ได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านหน่วยงานที่จะมาประเมิน ด้วยการขอความร่วมมือจากเครือข่ายภาคการศึกษา เปิดโอกาสให้คนที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรมแล้วอยากขยับขยายมาทำงานในพื้นที่อีอีซีก็สามารถติดต่อมาที่สถาบันฯเพื่อเข้ามารับการรับรองได้ โดยในตอนนี้เราก็มีหน่วยงานที่อยู่ในเขตพื้นที่อีอีซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ทดสอบสมรรถนะวิชาชีพในพื้นที่อยู่แล้ว ที่จังหวัดระยอง ชลบุรี

ดังนั้น การประชุมในวันนี้ ผู้อำนวยการ สคช. ระบุชัดว่าเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่ทาง EEC HDC ที่เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่พัฒนาบุคลากรและกำลังคนคุณภาพในพื้นที่อีอีซี ได้มาร่วมมือกับทั้งทาง สคช. และยังมีพันธมิตรหน่วยงานรัฐอย่าง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ทำให้เรามองเห็นทิศทางการพัฒนากำลังคนและบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมของประเทศที่มีประสิทธิภาพ ชัดเจน เป็นรูปธรรมมากขึ้น

“โดยที่ผ่านมา การทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพของทาง สคช. เราทำเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล และในรอบ 2 ปี ที่ผ่านมา เราได้มีการจัดทำมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้ง 10 S-curve ของอีอีซี พอสมควร ตรงนี้นี่เองที่เราจะเอากางดูกันในคณะทำงานว่าเรามีมาตรฐานอะไรที่พร้อมให้ทำการประเมิน หรือนำไปสู่การฝึกอบรมเพื่อสร้างเสริมสมรรถนะบุคลากรเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน มีมาตรฐานวิชาชีพอะไรที่เป็นที่ต้องการแต่เรายังไม่ได้ทำ ก็จะเดินหน้าที่จะสร้างมาตรฐานวิชาชีพนั้นโดยเร็ว”

นอกจากนั้น จากการประชุมหารือกันครั้งนี้ ทาง สคช. ก็ได้กำหนดภารกิจเร่งด่วนเพิ่มเติมด้วย นั่นคือ การขยายหน่วยงานหรือศูนย์ทดสอบสมรรถภาพ ที่จะมาทำหน้าที่ทดสอบความสามารถของคนทำงานในแต่ละวิชาชีพ ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญหรืออาจารย์ของแต่ละวิชาชีพนั้นมาดำเนินงานตรงนี้ เป็นผู้มากำกับการสอบ ทั้งการสอบข้อเขียนและปฏิบัติ โดยแต่ละวิชาชีพจะมีความหนัก-เบาของการทดสอบต่างกัน

ทั้งนี้ ทาง สคช. มั่นใจว่าถ้าการประชุมหารือครั้งนี้นำมาสู่โครงการพัฒนามาตรฐาน ยกระดับคุณวุฒิวิชาชีพต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นมาตรฐาน ย่อมเป็นปัจจัยที่ดึงดูดนักลงทุน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซีได้อย่างมั่นใจว่าพวกเขาจะมีบุคลากรที่มีคุณภาพที่จะเข้ามาทำงานอย่างเพียงพอแน่นอน


ยังมีอีกหลายภารกิจ เพื่อพัฒนาบุคลากร กำลังคน สนองความต้องการของอีอีซี

‘มทร.ตะวันออก’ พลิกขั้วบัณฑิตพันธุ์ใหม่ รับ ‘อีอีซีโมเดล’ โรงงานจองตัวก่อนจบ สตาร์ท 2 หมื่นอัพ

EEC HDC กับภารกิจปั้นบุคลากร 500,000 ตำแหน่ง ‘ดิจิทัล หุ่นยนต์ สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์’ มาแรง!!!

คน ‘ดิจิทัล’ ขาดแคลน ‘อีอีซี’ ต้องการ 1.8 แสนอัตรา ‘ดีอี’ เร่งปั๊มเต็มสปีด