สัมภาษณ์พิเศษ ทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการ EEC เรื่อง ‘ผังเมืองอีอีซี’ Master Plan ฉบับแรกของเมืองไทยกับรอยต่างทางความคิด

ภายหลังกลุ่มเครือข่ายเพื่อนตะวันออก วาระเปลี่ยนตะวันออก ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สำนักงานอีอีซี โดยมี นางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการสายงานพัฒนาพื้นที่และชุมชน สกพอ. เป็นผู้รับเรื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้


Q : รู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น?

A : ถือเป็นประเด็นร้อนในเรื่องของการจัดทำผังเมืองรวมอีอีซี หรือที่เราเรียกว่าผังการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งทางอีอีซีก็ยังยืนยันอยู่เสมอว่า กระบวนการจัดทำผังเมืองรวมอีอีซี เราทำตามกฎหมายของอีอีซี  ภายใต้การดำเนินงานของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นไปตาม พ...อีอีซี มาตรา 29-30-31-32 ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน เรื่องการให้ความสำคัญในด้านความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เราย้ำอยู่เสมอในเรื่องนี้


Q : การทำประชาพิจารณ์ครอบคลุมขนาดไหน?

A : อันดับแรกเราให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดมารับฟังก่อน จากนั้นจึงขยายผลไปเรื่อยๆ เป็นระดับอำเภอ ระดับตำบล ระดับผู้ใหญ่บ้านลงไปตามลำดับ รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการภาคเอกชน และท้ายสุดที่เราลืมไม่ได้คือ ในส่วนของพี่น้องประชาชน ประกอบกับเรามั่นใจอยู่เสมอว่ากลไกของรัฐทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือว่าเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชน เมื่อมารับฟังข้อมูลพวกนี้ก็ต้องกระจายถึงพี่น้องประชาชนอยู่แล้วแต่เราก็ไม่ละเลยที่จะเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้ามารับฟังการทำงานของเราในระดับอำเภอ ระดับตำบลต่างๆ อยู่เสมอที่เราต้องทำแบบนี้เพราะถือเป็นการทำงานครั้งแรกของประเทศไทยที่เราพยายามกำหนดรูปแบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการ


Q : แต่ผู้คัดค้านมองว่าการจัดทำผังเมืองครั้งนี้ไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ?

A : ย้ำอีกครั้งในเรื่องกระบวนการจัดทำผังเมืองรวม จะต้องเป็นไปตามหลักวิชาการของผังเมือง ซึ่งเราก็ยังยืนยันว่าทุกกิจกรรมในการวิเคราะห์ผังเมืองเราทำแบบเป็นขั้นเป็นตอน ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง พ...เขียนไว้ว่าต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับตั้งแต่ที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาภาคตะวันออกเห็นชอบแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งคณะกรรมการนโยบายฯ เห็นชอบมาตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม ปี 2561 ถ้าต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีหมายถึงจะต้องประกาศบังคับใช้ก่อนวันที่ 9 หรือประมาณวันที่ 9 สิงหาคม 2562


Q : มีการมองว่าการจัดทำผังเมืองฉบับนี้ทำตามคำสั่ง คสช.

A : บางครั้งผู้ที่มีความเห็นต่างมักจะไปอ้างในเรื่องคำสั่ง คสช. 47/60 คำสั่งนั้นเขามีกระบวนการเขียนไว้เช่นเดียวกันในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของผังเมือง แต่ถ้าทำตามคำสั่ง คสช.จะต้องแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นั่นคือกระบวนการของคำสั่ง คสช. แต่ท้ายสุด พ...ประกาศบังคับใช้ขึ้นมาและกำหนดให้กระบวนการจัดทำผังเมืองมีความละเอียด รอบคอบ เราก็เลยต้องดำเนินการตาม พ... เราไม่ได้ดำเนินการตามคำสั่ง คสช. แต่ทั้งหลายทั้งปวงเราเตรียมไว้หมดแล้ว มีการพิสูจน์ สำรวจพื้นที่ต่างๆ ว่าบริเวณไหนเป็นอย่างไร อีกอย่างหนึ่งผังเมืองของ 3 จังหวัดภาคตะวันออก (ฉะเชิงเทราชลบุรีระยอง) ก็มีอยู่แล้ว รวมถึงผังเล็กๆ ระดับอำเภอ ระดับตำบล อย่างฉะเชิงเทรา มีถึง 13 ผัง ระยอง 8 ผัง ชลบุรี 14 ผัง


Q : ผังเมืองอีอีซีแตกต่างจากผังเมืองของ 3 จังหวัดอย่างไร?

A : เราเก็บรายละเอียดทั้งหมดจากผังจังหวัดมาร้อยเรียงกัน พื้นที่ไหนที่เป็นอุปสรรคซึ่งกันและกันก็นำมาปรับเปลี่ยนบริบทการทำงาน ให้มีระเบียบมากขึ้น พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่เกษตรชั้นดีเรากันไว้ชัดเจน พื้นที่ไหนเป็นลุ่มน้ำ เรากันไว้ชัดเจน รวมถึงพื้นที่ป่าไม้ ผังเมืองรวมอีอีซีจึงถือเป็นมาสเตอร์แพลนในการจัดทำผังเมืองรวมระดับสากล ปกติแล้วในระดับสากลเขาจะทำมาสเตอร์แพลนออกมาก่อนแล้วค่อยทำผังรายจังหวัดตาม ครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่เราทำผังเมืองรวมก่อนเพื่อนำไปจัดทำผังจังหวัดต่อไป โดยนำร่องใน 3 จังหวัด ซึ่งในอดีต เราทำงานบนหลักการที่ไม่สอดคล้องกันเท่าไหร่ แม้จะสอดคล้องกับหลักวิชาการก็ตาม เราจึงบอกว่าผังเมืองรวมอีอีซีเป็นผังเมืองที่สอดคล้องกับหลักการจัดทำผังเมืองรวมทุกประการและเป็นไปตามมาตรฐานสากล


Q : บางคนมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องทำผังเมืองรวมอีอีซี ในเมื่อมีผังจังหวัดอยู่แล้ว?

A : พื้นที่ที่เจริญแล้วบางครั้งเขาก็ไม่ต้องการ เพราะเสมือนว่าเขาบริโภคความเจริญ อยู่อุ่น กินอิ่ม กับกระบวนการที่เป็นอยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่าประเทศไทยยังมีพื้นที่ของพี่น้องประชาชนที่เขายังไขว่คว้าหาความเจริญอยู่ จากบันทึกการประชุมเห็นชัดเจนเลยว่าพี่น้องประชาชนด้านในอย่างอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ยกมือขึ้นมาเลยว่าเราต้องการความเจริญ เพราะพนมสารคามติดกับปราจีนบุรี สระแก้ว กัมพูชา พวกเขาไขว่คว้าหาความเจริญเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา ในฐานะที่เราเป็นคนกลาง สำนักงานนโยบายและแผนกรมโยธาธิการฯ จึงต้องรับฟังความคิดเห็นทุกประเด็น นำมาปรับเปลี่ยนปรับแก้ไขอยู่เสมอ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะเห็นว่าการจัดทำผังเมืองไม่เคยนิ่งเลย เพราะว่าเมื่อเอาหลักวิชาการมาตั้งแล้วเราก็พยายามให้สอดรับกับกระบวนการทั้งปวง อันนี้คือหลักการที่เราได้พยายามสื่อสารให้กับพี่น้องรับทราบ ไม่ว่าในเรื่องของผังเมือง ในเรื่องกระบวนการจัดทำผังเมือง ในเรื่องพระราชบัญญัติว่าเขียนไว้อย่างไร รวมถึงกระบวนการของการรับฟังความคิดเห็น


Q : เห็นว่าพื้นที่เกษตรบางแห่งถูกปรับเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม?

A : ต้องยอมรับว่าวันนี้ในด้านภูมิศาสตร์ต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย พื้นที่เกษตรบางแห่งปลูกข้าวไม่ได้ ปลูกพืชชนิดอื่นก็ขาดทุน เราจะจัดการพื้นที่เหล่านี้ให้เป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร นี่คือหลักการของการจัดทำผังเมืองเชิงเทคนิค เชิงหลักวิชาการ แต่ถ้าพื้นที่เกษตรใดที่ยังปลูกพืชที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เราก็ไม่ไปแตะต้อง เนื่องจากบริบทกฎของการพัฒนาที่ต้องดำเนินการควบคู่และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์ชาติในด้านความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน หมายถึงว่าเราจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอยู่แล้ว นี่เป็นประเด็นที่เราตระหนักอยู่เสมอ


Q : จะสื่อสารกับชาวบ้านจากตำบลโยธะกาและเขาดินที่เขารู้สึกว่ากำลังได้รับผลกระทบอย่างไร?

A : ในส่วนของพี่น้องตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เราก็ทราบว่าเขาอยู่ในพื้นที่ทหาร ซึ่งหลักการทางวิชาการของผังเมือง พื้นที่ทหารและพื้นที่ความมั่นคงต้องกำหนดเป็นสีขาว เมื่อเรากำหนดว่าผังอีอีซีต้องมีความถูกต้องชัดเจน พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่อนุรักษ์ต้องกันไว้ เช่นเดียวกัน พื้นที่ที่เป็นสีขาวเราก็ต้องบ่งบอกชัดเจน แต่ไม่ได้เป็นการขับไล่พี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่แต่อย่างใด พื้นที่สีขาวของทหารหลายแห่งก็มีพี่น้องประชาชนอยู่ร่วมกัน ใช้ชีวิตแบบปกติ แต่ในส่วนที่พี่น้องชาวโยธะกากังวล เพราะเขาเกรงว่าทหารจะไปขับไล่ ซึ่งโดยทั่วไปทหารเรือไม่ได้ทำแบบนั้น หากเขาต้องการนำพื้นที่ไปทำกิจกรรมทางทหารเรือจริงๆ เขาก็จะให้ประชาชนย้ายไปอยู่ในพื้นที่อื่นตามหลักการบริหารจัดการให้พี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการจัดทำโครงการของเขาอยู่แล้ว ในขณะที่อีอีซีย้ำเสมอว่า เราไม่มีโครงการใดอยู่ในพื้นที่ของโยธะกาเลย

อีกหนึ่งพื้นที่คือ บริเวณตำบลเขาดิน อำเภอบางปะกง พี่น้องประชาชนก็กังวลอยู่เสมอว่าจะเอาพื้นที่บริเวณเขาดินซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรมาพัฒนาเพื่อรองรับอุตสาหกรรม เรายังยืนยันอยู่เสมอว่าพื้นที่ที่จะนำมาพัฒนารองรับอุตสาหกรรมจะมีมาตรการป้องกันมากมายเหลือเกิน เช่นพื้นที่ติดแม่น้ำลำคลอง เรากันไว้เลย 500 เมตร ห้ามทำกิจกรรม แล้วยังสงวนไว้ด้วยว่า 200 เมตร จากริมฝั่งเข้ามาต้องไม่มีการปลูกสร้างอะไรเลย ต้องทำแค่ในเรื่องการปลูกป่า ตลอดแม่น้ำบางปะกงเรามีหลักการพวกนี้ชัดเจน พื้นที่ถัดเข้ามาอาจดำเนินการได้แต่ไม่สามารถทำโรงงานอุตสาหกรรมที่มีไลน์การผลิตได้เลย นั่นหมายถึงว่า การจัดทำผังเมืองรวมเราค่อนข้างมีรายละเอียดชัดเจน ส่วนพื้นที่ป่าไม้การจัดทำผังเมืองรวมจะต้องไกลจากป่าประมาณ 1 กิโลเมตร นี่คือหลักของการจัดทำผังเมือง แต่เราไปห้ามไม่ได้หรอกว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมจะไปอยู่ในพื้นที่ราบหรือพื้นที่อื่นไม่ได้เลย กระบวนการที่เราควรมาดูคือเรื่องการติดตามมากกว่าว่าถ้าพัฒนาแล้วต้องสอดส่องดูแลแบบเข้มงวด ซึ่งสำนักงานอีอีซีเป็นเกตเวย์สำคัญ สามารถประสานการทำงานบูรณาการกับทุกภาคส่วนได้ตลอดเวลา จะทำให้ประเทศเราก้าวข้ามกับดักต่างๆ ได้ ทุกคนเดินหน้าไปพร้อมกัน


Q : ความกังวลต่อนิคมอมตะในเรื่องขวางทางน้ำจะบริหารจัดการอย่างไร?

A : อย่าลืมว่านิคมอุตสาหกรรมอมตนครได้รับประกาศเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 2553 ก่อนจะมีโครงการอีอีซี การที่เขาจะพัฒนาอะไรก็ตาม พื้นที่ราบสามารถเอาไปดีไซน์กำหนดการออกแบบได้ทุกสิ่ง แต่เราคำนึงถึงศักยภาพมากกว่า ถ้าขวางทางน้ำไหลจะมีกระบวนการจัดทำไม่ให้ขวางทางน้ำไหลได้อย่างไร มีการขุดท่อหรือขุดคลองเพิ่มเติมอย่างไร  หลักการพวกนี้จะไปปรากฏในการจัดทำผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอซึ่งเรามีเงื่อนไขชัดเจนว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ราบเมื่อนำไปพัฒนาจะต้องมีหลักการในการดูแลเรื่องน้ำท่วมน้ำขัง มีการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ แม้กระทั่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก็ต้องช่วยกันสอดส่องหรือกระทรวงอุตสาหกรรมก็ต้องลงมาดู เราพยายามทำงานแบบบูรณาการทุกกระทรวงทบวงกรม เป้าหมายคือพี่น้องประชาชนต้องไม่ได้รับผลกระทบจากการทำงานของนโยบายภาครัฐ


Q : เครือข่ายเพื่อนตะวันออกบอกว่าควรกำหนดพื้นที่ผังเมืองร่วมกัน?

A : การดำเนินงานจัดทำผังเมืองช่วงที่ผ่านมา กลุ่มเพื่อนตะวันออกก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเรามาโดยตลอด ทำงานร่วมกับอีอีซีและกรมโยธิการมาโดยตลอด เราก็เอาความเห็นของเขานี่แหละมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ สอดคล้องสอดรับกับหลักวิชาการผังเมือง จำได้อย่างน้อย 3 ครั้ง ที่อีอีซีและกรมโยธาธิการฯได้ปรึกษาเรื่องผังเมืองกับกลุ่มเพื่อนตะวันออก เราไปประชุมร่วมกับเขา ซึ่งเขาจะมีผังแม่บทของเขามาเช่นเดียวกัน โดยเขาทำไว้เลยว่าพื้นที่ไหนตรงไหนอยากให้เป็นสีอะไรแล้วยื่นมาให้เรา


Q : หากพวกเขาฟ้องศาลจะส่งผลอย่างไรต่อผังเมืองฉบับนี้?

A : ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน อันไหนคิดว่าไม่ถูกต้อง เขาก็ดำเนินการตามเส้นทางที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ได้ แต่ก่อนจะไปถึงหลักการฟ้องศาล วันนี้เราได้พิสูจน์แล้วว่า เราทำตามเงื่อนไขเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี และขอย้ำว่าเราดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอนตามหลักการ ถ้าไปฟ้องศาลในประเด็นไหนอย่างไรศาลจะรับฟ้องหรือไม่ก็จะต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิสูจน์ว่าหลักการที่เขาฟ้องๆ ในประเด็นไหน อย่างไรบ้าง ซึ่งวันนี้เราดำเนินการครบถ้วนและพร้อมเอาหลักฐานพวกนี้ไปยื่นต่อศาล เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ดำเนินการไป เรามีหลักฐานที่จะยื่นให้ศาลพิจารณา


Q : แนวทางของผังเมืองนับจากนี้?

A : หลังการรับฟังประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้วเราก็จะนำประกาศผังเมืองไปติดประกาศต่อสาธารณะ ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งจะประชุมหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วเสร็จ ในคณะกรรมนโยบายฯ มีคณะรัฐมนตรี 14 กระทรวงผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชนมาดูว่าแผนผังพวกนี้เป็นอย่างไรหลังจากเสนอคณะกรรมนโยบายฯ เห็นชอบแล้วก็เสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบแล้วไม่มีข้อทักท้วงประการใดก็นำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป