ด้วยความตั้งใจร่วมกันที่จะสร้าง SMART Community ในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการพัฒนาโครงการ Edu-Town และ Medi-Town แห่งแรกบนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี จึงเกิดความร่วมมือกันระหว่างตัวแทนภาคธุรกิจ ‘อมตะ คอร์ปอเรชัน’ (AMATA) และตัวแทนภาคการศึกษาของชาติอย่าง ‘มหาวิทยาลัยมหิดล’
โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โครงการพัฒนา Edu-Town และ Medi-Town ครบวงจร แห่งแรกบนพื้นที่อีอีซี ก็ได้เดินหน้าไปอีกขั้น กับการลงนามความร่วมมือบันทึกความเข้าใจระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล กับ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ณ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
เปิดตัว SMART Community ที่ตั้ง Edu-Town และ Medi-Town แห่งแรกบนพื้นที่อีอีซี
นอกจากการลงนามความร่วมมือบันทึกความเข้าใจแล้ว ภายในงานนี้ยังได้กล่าวถึงคอนเซปต์ของการสร้าง SMART Community ว่ามีวัตถุประสงค์ตอบโจทย์ภาคการศึกษาและการแพทย์สมัยใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10+2 S curve ของโครงการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกด้านใดบ้าง
เพราะทั้ง Edu-Town และ Medi-Town ที่กำลังจะสร้างขึ้นนี้ ตอบสนองตรงต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร และหนึ่งในสองอุตสาหกรรมที่เพิ่งได้รับการบรรจุเข้ามาอย่าง อุตสาหกรรมพัฒนาบุคลากรและการศึกษา อย่างชัดเจน

ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้มีที่มาจาก มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหนึ่งในคู่ร่วมมือหลักกับ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสร้าง SMART Community ในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการพัฒนา Edu-Town และ Medi-Town ร่วมกัน
ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า ความยั่งยืน คือ ความสำเร็จ และ ความฝันในการทำประโยชน์เพื่อมนุษยชาติ คือ แรงผลักดันในการทำงาน ทำให้เกิดการวางแผนการทำงานในอนาคตเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
- การอบรม short-course training ให้อุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ในนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่ใกล้เคียงในสาขาที่กำลังเป็นที่ต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ผ่านมา คณบดีและตัวแทนจากหลายส่วนงานได้เดินทางไปเยือนนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเป็นระยะๆ เช่นเดียวกับที่ผู้บริหารของอมตะ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เข้าหารือกับหลายส่วนงานในมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อวางแผนรูปแบบการทำงานและกิจกรรมร่วมกัน
- การแสวงหาความร่วมมือด้านการวิจัย รวมถึงการพัฒนาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพ
- การให้บริการด้านสุขภาพ กับกลุ่มผู้บริหารโรงงานและแรงงานในพื้นที่ รวมทั้งการสร้างบริการทางการแพทย์ใหม่ๆ ให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมในนิคมฯ
- การแสวงหาความร่วมมือกับพันธมิตรต่างชาติ เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและบริษัท อมตะ คอร์เปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ ศ.นพ.บรรจง ย้ำชัดว่า ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นภารกิจที่สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยมหิดลในการเสริมสร้างความรู้ เทคโนโลยี วิทยาการที่มีคุณภาพและทันสมัย ผ่านการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อพัฒนาทุนมนุษย์อันเป็นกำลังสำคัญของชาติ ให้มีความสามารถทัดเทียมและพร้อมแข่งขันในระดับนานาชาติ รับมือกับโอกาสและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในศตวรรษที่ 21

SMART Community โปรเจกต์ฝันให้ไกล ต้องไปให้ถึงของ AMATA

กล่าวได้เลยว่า โครงการความร่วมมือในการเดินหน้าสร้าง Edu-Town และ Medi-Town ร่วมกัน ระหว่าง AMATA และ มหาวิทยาลัยมหิดลในครั้งนี้ สอดคล้องกับความตั้งใจของ วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AMATA ที่เคยแถลงไว้เมื่อปี 2560 ว่า
“บริษัทได้กำหนดแผนการดำเนินงานระยะ 5 ปี (2560-2564) โดยมุ่งสู่การเป็นผู้นำเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ระดับโลก ด้วยการผนวกแนวทางการบริหารความยั่งยืนเข้ากับแผนธุรกิจเพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ตอบรับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลก หรือ mega forces ที่ให้ความสำคัญเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งบริษัทได้ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ให้สอดรับกับแผนธุรกิจที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พร้อมกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอมตะให้เป็นพื้นที่การลงทุนที่สมบูรณ์แบบในเขตอีอีซี ด้วยความหวังว่าศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาคนี้ สร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประเทศไทยต่อไป”

ตลอดรอบปีที่ผ่านมา AMATA มีการพัฒนาโครงการย่อยต่างๆ ภายใต้แนวคิดเมืองอัจฉริยะอมตะ (AMATA Smart City) โดยพัฒนาร่วมกับเมืองอัจฉริยะระดับโลก เช่น โยโกฮาม่าซิตี้ และบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมรวมทั้งหมด 15 โครงการ ทั้งในด้านพลังงาน ด้านการผลิต ด้านสังคม ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ด้านอุตสาหกรรมการบิน และด้านการศึกษา
“ทั้งนี้ การเดินหน้าโครงการเหล่านี้จะมีส่วนสนับสนุนให้เมืองอัจฉริยะอมตะสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พัฒนาเป็นศูนย์กลางการทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและแหล่งนวัตกรรมในภูมิภาคอาเซียน โดยบริษัทสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสร้างบุคลากรรองรับตลาดงานใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ร่วมกับการสร้างโอกาสให้คนที่ทำงานในเมืองแห่งนี้และชุมชนโดยรอบมีคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ผมคาดว่าโมเดลการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอมตะนั้น จะนำไปเป็นต้นแบบให้กับการพัฒนาธุรกิจใหม่ในต่างประเทศของบริษัทอีกด้วย”
ที่มา : รายงานความยั่งยืน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ปี 2560
ยังมีอีกหลากหลายโครงการสร้างสรรค์ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน พื้นที่อีอีซี คลิกอ่านกันต่อเลย
เขตเศรษฐกิจพิเศษ ดัน ‘หมู่บ้านเล็ก…เล็ก’ สู่ ‘มหานครไฮเทค’ เครื่องมือดึงดูดการลงทุนยุคใหม่











