สองสามปีมานี้ เวลาเดินทางไปบรรยายหรือประชุม ผมมักได้รับคำถามประมาณว่า ได้ยินว่าหุ่นยนต์จะมาทำงานแทนที่คน แล้วคนจะตกงานกันหมดมั้ย?
คำถามทำนองนี้ ทำให้ผมอดย้อนคิดไปถึงเรื่องราวในนวนิยายวิทยาศาสตร์และหนังแนวไซ-ไฟ เรื่องราวการต่อสู้กันระหว่างคนกับหุ่นยนต์ไม่ได้ Parasite
ในรอบร้อยกว่าปีของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลก มีพล็อตเกี่ยวกับการเข้าห้ำหั่นกันของกองทัพหุ่นยนต์กับไพร่พลมนุษย์ ปรากฏในหนังหลายเรื่อง
และเมื่อสองสามวันมานี้ ก็มีภาพยนตร์เกาหลีใต้เรื่องหนึ่ง แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องราวการต่อสู้ระหว่างหุ่นยนต์กับคน แต่โครงเรื่องนั้นได้ชวนให้ผมครุ่นคิด
นั่นคือหนังที่มีชื่อว่า Parasite ซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึงจากคอภาพยนตร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่นักวิจารณ์หนังชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก

โดย Parasite ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด คือการได้รับ Palme d’Or หรือ “รางวัลปาล์มทองคำ” ใน “เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์” หรือ Cannes Film Festival
ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในหมู่แฟนพันธุ์แท้นักดูหนัง ว่า “เทศกาลหนังเมืองคานส์” คือศูนย์รวมของภาพยนตร์ศิลปะ แตกต่างจากหนังพาณิชย์ของฮอลลีวูด
และการได้รับยกย่องจากคนใน “วงการหนัง ART” ในปี ค.ศ. 2019 นี้ ก็เป็นการการันตีถึงคุณภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
Parasiteiเป็นเรื่องราวของสองครอบครัวที่มีฐานะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่มีเหตุให้ต้องมาสัมพันธ์กัน และเกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึงที่ลุกลามบานปลาย
ตั้งชื่อเป็นภาษาไทยว่า “ชนชั้นปรสิต” ที่สะท้อนถึงวิถีความเป็นอยู่ที่แตกต่างสามารถกำหนดและแสดงถึงวิธีคิด รวมถึงหลักในการใช้ชีวิตแต่ละครอบครัว
หากเรามองการปะทะกันระหว่างชนชั้นสูงกับชนชั้นล่างในภาพยนตร์เรื่อง Parasiteiเทียบกับการต่อสู้กันของหุ่นยนต์กับคนในนิยายวิทยาศาสตร์และหนังไซ-ไฟ
ก็อาจไม่พบความแตกต่างในประเด็นความขัดแย้งดังกล่าว เพราะถ้าเปรียบคนรวยที่เพียบพร้อมทรัพย์สินเงินทองกับ A.I.ที่สมบูรณ์แบบด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี กับคนจนที่ขาดไร้ไปทุกสิ่ง โดยในยุคโบราณก็คือเบี้ยล่างคนรวยตลอดมา และในยุคอนาคตก็อาจมีสถานะทางสังคมที่ด้อยกว่าหุ่นยนต์ ซึ่งมีหลายแนวโน้มชี้ไปทางนี้
ไม่ว่าจะเป็นการที่แรงงานจำนวนมากกำลังจะถูกแทนที่โดยหุ่นยนต์ เช่นเดียวกับการที่ทุนใหญ่ได้ทยอยกลืนกินทุนย่อยหรือกิจการขนาดเล็ก จนคนยากคนจนไม่มีที่ยืน
ตอกย้ำภาพช่องว่างที่กระชากสถานะของคนจนกับคนรวยให้แยกห่างออกจากกันอย่างรุนแรงในยุคนวัตกรรมนี้ โดยมีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นตัวเร่งเร้า




ขณะที่นั่งดู “ชนชั้นปรสิต” ฉากของ “สังคม Dystopia” ในนวนิยายวิทยาศาสตร์และหนังแนวไซ-ไฟ ที่มนุษย์ซ่องสุมไพร่พลเข้าต่อกรกับกองทัพหุ่นยนต์ก็แว่บเข้ามา

เป็นไปได้หรือไม่ ในยุคหุ่นยนต์กำลังจะครองโลกนี้ สงครามระหว่างเครื่องจักร ไม่ว่าจะเป็น A.I. หรือหุ่นยนต์กับคนก็ใกล้จะปรากฏเป็นจริงเข้าไปทุกที
เพราะลำพัง ความแตกต่างระหว่างชนชั้นในปัจจุบัน ที่คนจนถูกกดชนชั้นเอาไว้ภายใต้กลไกของระบบทุนนิยมไม่ให้เงยหน้าขึ้นมาจากสภาพการทำมาหากิน
หากมีสารกระตุ้นที่ชื่อหุ่นยนต์เข้ามาแย่งอาชีพของมนุษย์เพิ่มขึ้นอีก 1 ตัวแปร ก็ไม่แน่ว่า สงครามห้ำหั่นของคนกับเครื่องจักรใน “สังคม Dystopia” ก็อาจเป็นจริง
ผมเคยเขียนถึง “ภาษีหุ่นยนต์” เอาไว้ใน SALIKA ของเราแห่งนี้ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นมาตรการที่ดีอันหนึ่งซึ่งสามารถช่วยเยียวยาความขัดแย้งดังกล่าวได้
แต่ลำพัง “ภาษีหุ่นยนต์” คงไม่เพียงพอ หากมโนสำนึกของชนชั้นผู้กุมเทคโนโลยียังมองไม่เห็นหัวคนจน “สังคม Dystopia” ใน Parasite ก็อาจเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้











