ออกแบบเมืองอัจฉริยะ ต้องสอดรับ ‘การพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ’ & เมืองสมาร์ท คนต้องสมาร์ทตามด้วย 2 Key success สมาร์ทซิตี้ อีอีซี

739

ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เรานำเสนอเรื่องเกี่ยวกับ สมาร์ทซิตี้ Smart city ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องราวของการสร้าง เมืองอัจฉริยะ ยังคงอยู่ในกระแสความสนใจของผู้คน ครั้งนี้ จึงหยิบเอาแง่มุมของการสร้าง ‘สมาร์ทซิตี้ อีอีซี’ หรือ เมืองอัจฉริยะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งกำลังถูกจับตามองโดยประชาชนทั้งประเทศ ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศและว่าที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอาเซียน มาบอกเล่าอีกครั้ง เพราะการสร้างสมาร์ทซิตี้ในฝันครั้งนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยหลักการออกแบบเมือง ที่เอื้อทั้งต่อการทำธุรกิจ เป็นที่ตั้งของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย และเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คน


จะออกแบบ สมาร์ทซิตี้ อีอีซี ให้ตอบโจทย์ ต้องคำนึงถึงเป้าหมายการพัฒนารอบด้าน

ฐาปนา บุณยประวิตร

ทั้งนี้ มีคำแนะนำจาก บทความในคอลัมน์ Smart EEC จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เรื่อง “อีอีซี ต้องออกแบบเมือง” โดย ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย ซึ่งได้นำเสนอแนวคิดที่น่าสนใจ ดังนี้

ในโอกาสที่อีอีซีมีกฎหมายให้อำนาจบังคับรูปแบบกายภาพในรายละเอียด จึงขอเสนอให้คณะกรรมการกำหนดนโยบายออกแบบเมืองตามหลักการผังเมืองและสถาปัตยกรรมผังเมือง โดยกำหนดพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ศูนย์เศรษฐกิจเมืองชลบุรี บางแสน ศรีราชา พัทยา แหลมฉบัง ปลวกแดง มาบตาพุด ระยอง ได้รับการปรับปรุง ฟื้นฟู ให้เสร็จสิ้นในช่วงแผนระยะ 3 ปี ต่อจากนั้น ให้ออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูศูนย์เศรษฐกิจเกิดใหม่หรือชุมชนที่ควรได้รับการออกแบบเป็นศูนย์เศรษฐกิจที่รองรับการเติบโตในอนนาคต โดยในการออกแบบ ต้องคำนึงถึงเจตนารมณ์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศเป็นหลัก ดังนี้

  • มุ่งสู่การสร้างสมดุลด้านสภาพแวดล้อม เป็นการออกแบบที่ต้องสร้างความสมดุลระหว่างคนและธรรมชาติ รวมถึงแหล่งธรรมชาติของเมือกับสภาพทางธรรมชาติของโลก
  • ตอบสนองต่อการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างงานที่ยั่งยืนให้ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเศรษฐกิจและธุรกิจท้องถิ่น
  • ตอบสนองการยกระดับสุขภาพและสุขภาวะชุมชน รวมถึงด้านความปลอดภัย ความสะดวกในการเข้าถึงสถานที่สาธารณะ พื้นที่สีเขียว แหล่งธรรมชาติ และแหล่งเรียนรู้
  • เอื้อต่อการอนุรักษ์และสงวนรักษาแหล่งอาหาร ซึ่งหมายถึงพืชพรรณท้องถิ่นและภูมิปัญญาพื้นถิ่น ความสำคัญที่เน้นย้ำสำหรับเจตนารมณ์และเป้าหมายการออกแบบ คือ การออกแบบฟื้นฟูกายภาพที่สร้างโอกาสให้คนได้ประสานความคิด แลกเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนาและร่วมรับผิดชอบในการพัฒนาเมือง


เรียนรู้จาก Success case พร้อมปรับใช้ ออกแบบ สมาร์ทซิตี้ อีอีซี ในฝัน

นายเสมอ นิ่มเงิน

นอกจากคำแนะนำจากบทความของ นายกสมาคมการผังเมืองไทย แล้ว ยังมีเรื่องน่าสนใจจากการถอดบทเรียนความสำเร็จในการสร้างสมาร์ทซิตี้ ประเทศสิงคโปร์ จากบทความเรื่อง “เมืองอัจฉริยะ (Smart City) คืออะไร และจะเกิดขึ้นได้อย่างไร” โดย นายเสมอ นิ่มเงิน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิชาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ ที่เกริ่นว่า “แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มี Smart City ที่สมบูรณ์เป็นรูปเป็นร่าง แต่ก็กำลังขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่เป้าหมายที่คัดเลือกเป็นเมืองอัจฉริยะต้นเเบบด้วยกัน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา” ซึ่งแน่นอนว่า 3 จังหวัดหลัง คือ พื้นที่ของโครงการอีอีซี นั่นเอง

โดยการพัฒนา เมืองอัจฉริยะต้นแบบ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ 3 กระทรวง คือ กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มาร่วมจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งต้องมีองค์ประกอบ 7 ด้าน ดังต่อไปนี้

  1. การสัญจรอัจฉริยะ Smart Mobility
  2. ชุมชนอัจฉริยะ Smart Community
  3. เศรษฐกิจอัจฉริยะ Smart Economy
  4. สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ Smart Environment
  5. การปกครองอัจฉริยะ Smart Governance
  6. อาคารอัจฉริยะ Smart Building
  7. พลังงานอัจฉริยะ Smart Energy

จากนั้นผู้เขียนบทความ ได้หยิบยกเอาบทเรียนจากความสำเร็จของประเทศสิงคโปร์ในการสร้าง Smart city มาบอกเล่าให้ฟังในประเด็นสำคัญ ดังนี้

สิงคโปร์ มีการวางแผนแนวทางการพัฒนาประเทศว่าจะก้าวสู่การเป็น Smart Nation หรือประเทศแห่งนวัตกรรม ที่รัฐบาลมีเป้าหมายจะใช้เทคโนโลยี IT ในการสร้างงานและสร้างรายได้ ทั้งยังมีเป้าหมายให้ประเทศกลายเป็นสังคมปลอดเงินสด ใช้ระบบ e-Payment ครอบคลุมในทุกธุรกิจ

นอกจากนั้น ประเทศสิงคโปร์ยังเน้นในการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมข้อมูล Open Government Data ที่ให้ประชาชนและภาคเอกชนเข้าถึงข้อมูลของรัฐ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ถึงจะเปลี่ยนเมืองให้ทันสมัยด้วย IT แต่สิงคโปร์ก็ให้ความสำคัญกับ Cybersecurity ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยมีการป้องกันความเป็นส่วนตัวในข้อมูลของประชาชนอย่างเคร่งครัด

และยังเน้นพัฒนาระบบสาธารณสุข ดูแลสุขภาพของประชาชน และการขนส่ง โดยมองว่าอีก 15 ปีข้างหน้า ประเทศจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งหากบริการด้านสุขภาพมีประสิทธิภาพ มีการขนส่งด้วยเทคโนโลยีรองรับ จะทำให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของการสร้างสมาร์ทซิตี้ในฝัน

ส่วนด้านการขนส่ง สิงคโปร์ ยังได้พัฒนารถยนต์ขับเองได้ และด้านการแพทย์ ก็มีการใช้เทคโนโลยี TeleHealth ที่ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงระบบดูแลสุขภาพได้แม้อยู่ที่บ้าน ด้วยแอปพลิเคชันที่ทางการสิงคโปร์ได้พัฒนาขึ้นมากมาย ที่ล้วนเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวสิงคโปร์ในทุกด้าน

ไม่ว่าจะด้านสุขภาพ ที่มีแอป HealthHub ให้บันทึกข้อมูลสุขภาพ แอป MyResponder ที่เมื่อมีผู้ป่วยโรคหัวใจช็อค จะช่วยเหลือเบื้องต้นและแจ้งเตือนเรียกรถพยาบาลให้ทันที ด้านการเดินทาง ที่มีแอป MyTransport.SG ที่บอกตารางเวลา เส้นทางการเดินรถ หรือด้านความปลอดภัยที่มีแอปช่วยรายงานเหตุร้าย หรืออุบัติเหตุ นี่ยังไม่รวมถึงแอปอื่นๆ อีกมากมายที่รัฐบาลออกมาให้ประชาชนใช้กันด้วย

ความตั้งใจดีทั้งหมดนี้ ทำให้ล่าสุดสิงคโปร์ครองแชมป์ Smart City อันดับหนึ่งใน “ดัชนีผลประกอบการสมาร์ทซิตี้โลก” (Global Smart CityPerformance Index) ประจำปี 2017 โดยความสำเร็จนี้เกิดมาจากการให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเป็นหลักนั่นเอง

“ต่อให้ประเทศจะมีทรัพยากรจำกัดแค่ไหน แต่สิงคโปร์ก็สามารถเร่งศักยภาพของตนให้ทัดเทียมกับนานาชาติได้จากที่มีนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือล้ำกว่าประเทศอื่น โดยเฉพาะนโยบายทางการศึกษาและแรงสนับสนุนจากรัฐบาลที่ช่วยผลิตคนให้มีความสามารถในการพัฒนาประเทศต่อไปได้ เพราะเมืองจะ “สมาร์ท” หรือฉลาด ไม่ใช่เพราะใช้เทคโนโลยีที่จัดว่าฉลาด แต่ฉลาดเพราะใช้เทคโนโลยีเป็นมากกว่า”

ประเด็นสำคัญของความสำเร็จนี้ จึงมาจากการพัฒนาคน ปลูกฝังให้ตระหนักและมีส่วนร่วมอย่างมีคุณธรรม ดังนั้น ระบบขนส่งดีๆ ดูตารางรถเมล์ได้ตรงเวลา ท้องถนนไม่แออัด สาธารณสุขเป็นเลิศ บ้านเมืองปลอดภัยมีกล้องวงจรปิด ผลิตพลังงานร่วมกันใช้ ใส่ใจฟังเสียงประชาชน คงเป็นรูปแบบเมืองในฝันที่จะเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่มาจากเทคโนโลยีที่ล้าสมัย แต่เกิดได้จากทุกคน ทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาไปด้วยกัน


ถึงตอนนี้ บอกได้เลยว่า สมาร์ทซิตี้ อีอีซี ในฝัน จะเกิดขึ้นได้จริง นอกจากจะต้องใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือแล้ว ยังต้องมีการปรับใช้หลักการออกแบบเมืองที่เหมาะสม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศ และคงต้องมาขบคิดในประเด็นที่ว่า ถ้าเมือง สมาร์ท ไปแล้ว แต่คนยังไม่สมาร์ทตาม ถึงตอนนั้น สมาร์ทซิตี้ คงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรต่อประเทศชาติได้เต็มที่อย่างที่คาดหวังไว้แน่นอน


ที่มา :

  • อ้างอิง บทความ เรื่อง คอลัมน์ Smart EEC จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เรื่อง “อีอีซี ต้องออกแบบเมือง” โดย ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย
  • บทความ เรื่อง “เมืองอัจฉริยะ (Smart City) คืออะไร และจะเกิดขึ้นได้อย่างไร” โดย นายเสมอ นิ่มเงิน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิชาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์

ยังมีบทความนำเสนอหลากหลายแง่มุม เรื่องการสร้างสมาร์ทซิตี้ ให้ได้อ่านกันต่อ

แผนปั้น ‘สมาร์ทซิตี้’ ของประเทศเป็นอย่างไร เราจะได้มีชีวิตดีๆ ที่ลงตัวยิ่งขึ้น

ฟัง ‘อาทร ช่วยณรงค์’ กำนัน ต.บางพระ จ.ฉะเชิงเทรา บอกเล่าภารกิจใช้พลังประชาคมท้องถิ่น สร้างชุมชนตอบรับ ‘สมาร์ทซิตี้ ฉะเชิงเทรา’

พัทยา จับมือ ม.บูรพา ผุด ‘บิ๊กดาต้า’ รับ ‘สมาร์ทซิตี้’