เผยความลับ ‘วิธีแก้จน’ ของคนในภาคการเกษตร

การส่งเสริมการผลิต ไม่ใช่การแก้ปัญหาความยากจนในภาคการเกษตร แต่เป็นความคิดริเริ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการลดความยากจนและอุตสาหกรรมทางการเกษตร เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรในท้องถิ่น โดยการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับครัวเรือนในชนบทที่ยากจนให้ได้ทำงานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ


กล่าวคือ น่าจะมีการบูรณาการจัดตั้งกลไกของภาคการผลิตในรูปแบบไหนก็ได้ที่สร้างความได้เปรียบ เนื่องจากการผลิตที่ต่างคนต่างผลิตนำมาสู่ความวุ่นวาย ไม่สามารถวางแผนควบคุมได้ ทั้งยังมีต้นทุนธุรกรรมที่สูง และเมื่อเข้าสู่ตลาดได้ก็ไม่ได้ส่วนแบ่งที่ควรจะได้ กลับกลายเป็นความล้มเหลว 

วิธีการอย่างหนึ่งที่ผู้ผลิตทำได้โดยเพิ่มโครงสร้างใหม่ คือ อาศัยกลยุทธ์การเติบโตจากภายนอก เพื่อการส่งเสริมการผลิต แต่ตรงนี้น่าจะเป็นปัญหาใหญ่และเป็นกล่องดำ เพราะที่ผ่านมาไม่ช่วยให้การประสานงานนั้นสัมฤทธิผล เนื่องจากภาคการผลิตเองนั้นไม่สามารถที่จะดันให้เกิดระบบเศรษฐกิจในตลาดเองได้ หากไม่มีการประสานงานกันในโครงสร้างใหม่ของกลไกการจัดตั้งทางเศรษฐกิจของภาคการผลิต

นี่น่าจะตอบคำถามได้ว่า ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานั้น ไทยขาดทั้งเกียร์เร่งและคนขับ ทำให้เศรษฐกิจในส่วนนี้วังเวงและเงียบเหงา

โดยรูปแบบที่ภาคการผลิตนิยมใช้ในการรวมตัวกัน คือ สหกรณ์ (แต่เป็นแบบมืออาชีพไม่ใช่สมัครเล่น) โดยครัวเรือนที่ยากจนในหมู่บ้าน ครัวเรือนที่ยากจนในพื้นที่ชนบทห่างไกล จะได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมในห่วงโซ่มูลค่าอาหารที่ทันสมัย ซึ่งสามารถจดทะเบียนได้ 100% 

ธุรกิจด้านการเกษตรมีบทบาทสำคัญในการนำพาเกษตรกรไปสู่ตลาดในเมืองและสร้างห่วงโซ่มูลค่าที่ตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและผู้บริโภคได้ ซึ่ง ‘สหกรณ์’ เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถทำให้ภาคการผลิตเติบโตได้ นอกจากนี้ หากสามารถหาพันธมิตร เช่น ร่วมกับบริษัทได้ ก็จะสามารถใช้ประสบการณ์ของพันธมิตรในด้านการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายได้อีกทางหนึ่ง

จากการสังเกต ผู้ที่ทำตามแนวคิดข้างต้นเป็นไปในด้านบวก ทิศทางเดียวกันว่าไม่ต้องการออกจากครอบครัวและย้ายไปอยู่ในเมืองเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่สามารถอยู่ใกล้บ้านและมีส่วนร่วมในด้านการเกษตรบนที่ดินของตัวเองได้ รวมถึงกำไรจากผลิตภัณฑ์ที่ร่วมขายในตลาดทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น สรุปได้ว่า นับตั้งแต่เข้าร่วมสหกรณ์ ความร่วมมือช่วยให้พวกเขามีแหล่งรายได้เพิ่ม เป็นการปรับปรุงสถานะทางการเงิน และสามารถใช้ชีวิตกับครอบครัวในหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ได้

ในขณะที่การลดความยากจนลงได้จำเป็นที่จะต้องลงทุนในภาคการผลิต ซึ่งมีการใช้แรงงานเข้มข้น อย่างปศุสัตว์ หากสามารถร่วมมือกับบริษัทขนาดใหญ่ ไม่ใช่แบบพันธสัญญา และร่วมมือกับสหกรณ์ท้องถิ่นก็สามารถสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์จากตลาดตนเองได้ 

ในด้านกลับกัน บริษัทขนาดใหญ่สามารถจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาได้ เช่น วัตถุดิบสำหรับการเลี้ยงสัตว์และช่วยรักษาโรคสัตว์ ทำให้เกิดส่วนแบ่งของตนเองในตลาด และด้วยวิธีการแบบนี้ การช่วยเหลือของบริษัทขนาดใหญ่ก็จะเป็นไปได้จริง ซึ่งในหลายประเทศที่ใช้วิธีการดังกล่าวก็ได้ผล

ผลจากความร่วมมือนี้สามารถสร้างงานและเพิ่มผลกำไรให้แก่สมาชิกของสหกรณ์ซึ่งจดทะเบียนในชุมชนและครัวเรือนที่ยากจนได้ รวมถึงการได้รับคำแนะนำทางเทคนิคที่เกี่ยวกับข้อเสนอการลงทุนของสหกรณ์เหล่านี้ ซึ่งมักจะมีความหลากหลายและอาจรวมถึงการท่องเที่ยวในชนบท การผลิตพืชสมุนไพร และแปรรูปผลผลิต รวมถึงการเลี้ยงปศุสัตว์ ความยืดหยุ่น และการเปิดกว้างที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอต่างๆ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบหลักของโครงการพัฒนาชนบท

และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สหกรณ์และธุรกิจการเกษตรสามารถสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งและเข้าสู่ตลาดที่ทันสมัยได้

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งสำคัญอีกคือ ผู้หญิงควรสามารถเข้าร่วมประชุมร่วมกันและออกเสียงลงคะแนนเมื่อมีการตัดสินใจที่สำคัญเหมือนผู้ชายได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของสหกรณ์ อย่างไรก็ตาม ยังสามารถใช้ประโยชน์จากการสนับสนุนโครงการเพื่อปรับปรุงการผลิตและการขายผลิตภัณฑ์หรือแหล่งอาหารได้อีกด้วย

สำหรับกำไร จ่ายให้สมาชิกของสหกรณ์ ซึ่งรวมถึงการจดทะเบียนการผลิตสินค้าคุณภาพสูงจำนวนมาก เช่น การผลิตพืชผล การเลี้ยงโคนม เป็นงานที่ต้องใช้แรงงานและจำนวนของผลผลิตที่ได้ก็สำคัญ เพราะสิ่งนี้ช่วยลดความยากจนได้

ถึงตอนนี้ปฎิเสธไม่ได้ว่า เรายังขาดการใช้โครงการเพื่อสร้างกลไกการจัดตั้งทางเศรษฐกิจของภาคการผลิต และที่สำคัญ เชื่อว่าเศรษฐกิจดำเนินไปได้โดยไม่ต้องประสานการดำเนินการและใส่เกียร์เร่ง เพราะน่าจะเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ที่กำหนดนโยบาย มากกว่าจะเป็นปัญหาด้านการลดความยากจน


 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย


แนวทางการแก้ปัญหาความยากจนด้วยวิธีอื่นๆ ที่ผู้เขียนวิเคราะห์ไว้

แจกที่ดิน-ที่ทำกินให้เกษตรกรไทย ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน

5 ข้อสังเกตหลังจากฟัง ‘การแถลงนโยบายของรัฐบาล’