7 ทศวรรษแห่งพัฒนาการเกษตรของจีน โตจนกล้างัดข้อสหรัฐฯ

335

เช้าวันอังคาร (6 ..) ตามเวลาท้องถิ่น รายงานอันน่าตื่นเต้นจากกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า บริษัทต่างๆ ของจีนหยุดซื้อสินค้าทางการเกษตรของสหรัฐอเมริกาแล้ว


จากข้อมูลของคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและการปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) รายงานตัวเลขการซื้อสินค้าเกษตรของจีนจากสหรัฐระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2562 ประกอบด้วย ถั่วเหลือง 130,000 ตัน, ข้าวฟ่าง 120,000 ตัน, ข้าวสาลี 60,000 ตัน, เนื้อหมูและผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมู 40,000 ตัน และฝ้าย 25,000 ตัน ขณะที่ยอดรวมการสั่งซื้อสินค้าทางการเกษตรจากสหรัฐในปีผ่านมา 14.3 ล้านตัน ถือว่าน้อยที่สุดในรอบ 11 ปี

นำมาสู่การกล่าวอ้างจากสหรัฐอเมริกาที่ระบุคำกล่าวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมว่า เพราะปักกิ่งไม่ทำตามสัญญาว่าจะซื้อสินค้าทางการเกษตรของสหรัฐในปริมาณมากตามข้อตกลง จึงต้องประกาศมาตรการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่ มูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 กันยายน 2562 นี้

บรรยากาศข้อตกลงสงบศึกทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐจึงพังทลายในพริบตา

ขณะที่ CCTV รายงานโดยอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่รายหนึ่งของคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและการปฏิรูปแห่งชาติจีน ระบุว่าคำกล่าวหาของทรัมป์ไม่เป็นความจริง

แต่จะจริงหรือไม่จริงภาคเกษตรกรรมของจีนวันนี้ก็ก้าวไกลจนกล้าหยุดซื้อสินค้าทางการเกษตรของสหรัฐแล้ว


ผู้นำ Indoor farming แห่งเอเชีย

การเกษตรในร่มหรือ ‘Indoor farming’ เป็นรูปแบบการเกษตรภายในโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืช เช่น อุณหภูมิ แสงแดด ความชื้น  ปริมาณน้ำ และปุ๋ย ตามรูปแบบการเพาะปลูกพืชและโครงสร้างอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะปลูกที่หลากหลาย

Indoor farming เป็นรูปแบบการเกษตรที่นอกจากจะช่วยประหยัดการใช้ทรัพยากรทั้งน้ำปุ๋ยพื้นที่เพาะปลูกและแรงงานแล้ว ยังช่วยควบคุมปริมาณและคุณภาพผลผลิตได้ตามที่ต้องการ ช่วยลดความผันผวนในด้านปริมาณและคุณภาพของผลผลิตได้ดีกว่าการเกษตรแบบดั้งเดิม

การเกษตรแบบ Indoor farming ต้องใช้เงินลงทุนสูงกว่าการเกษตรดั้งเดิม โดยเฉพาะการลงทุนระบบและเทคโนโลยีการเพาะปลูก ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ทำการเกษตรแบบ Indoor farming ส่วนใหญ่เลือกเพาะปลูกพืชที่ให้กำไรสูงและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะเวลาสั้นเพื่อเพิ่มความถี่ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตและขายสู่ตลาดได้หลายรอบ

ข้อมูลจาก Economic Intelligence Center หรือ EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า Indoor farming เป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของภาคการเกษตรที่ต้องจับตา ซึ่งในแต่ละภูมิภาคของโลกมีรูปแบบการเกษตรแบบ Indoor farming และลักษณะตลาดผู้บริโภคแตกต่างกัน

สำหรับในแถบเอเชีย จีนเป็นประเทศที่มีการพัฒนาการเกษตรแบบ Indoor farming อย่างรุดหน้า ก่อสร้างโรงงานปลูกพืช (Plant factory) ขนาดใหญ่ที่มีการใช้ระบบแสงจากไฟ LED และพลังงานแสงอาทิตย์ในหลายพื้นที่ ปักกิ่ง เทียนจิน เหลียวหนิง ชานตง เจียงซู รองรับการเพิ่มขึ้นของตลาดผู้บริโภคที่เป็นฐานประชากรกลุ่มใหญ่ และมีความต้องการอาหารที่เติบโตขึ้นทุกขณะ แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมการเกษตรของจีนที่รุดหน้าไปอย่างมาก


70 ปี การเกษตรเติบโตไร้ขีดจำกัด

การเกษตรของจีนตลอด 70 ปีที่ผ่านมา เติบโตแบบไร้ขีดจำกัด รายงานจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) ของจีนระบุว่า ผลผลิตทางการเกษตรของจีนเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 2.6 ต่อปี มีผลผลิตมากกว่า 6.58 แสนล้านกิโลกรัมในปี 2018 ใช้เลี้ยงดูประชากรมากถึงร้อยละ 20 ของโลก

พื้นที่การเพาะปลูกในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกลายเป็น 218 ล้านไร่ในปี 2018 ไม่ใช่เพียงการเพาะปลูกเท่านั้นที่จีนให้ความสำคัญ แต่ยังรวมถึงอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ และการประมงอย่างรอบด้าน โดยผลผลิตอาหารทะเลครองอันดับ 1 ของโลกมาตั้งแต่ปี 1989 ด้วยปริมาณ 64.6 ล้านตันในปี 2018 ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรด้วยการขึ้นทะเบียนฟาร์มครอบครัว 6 แสนราย และสหกรณ์การเกษตร 2.17 ล้านรายในปี 2018


The Longsheng Rice Terraces (Dragon’s Backbone) also known as Longji Rice Terraces are located in Longsheng County, about 100 kilometres (62 mi) from Guilin, Guangxi, China

สร้างความมั่นคงทางอาหาร

เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่จำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 1 ของโลก แม้จะมีพื้นที่ผลิตสินค้าทางการเกษตรจำนวนมาก แต่เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนกับจำนวนประชากรแล้วก็ยังไม่ถือว่ามาก ประกอบกับทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด รัฐบาลจีนจึงสนับสนุนการทำการเกษตรในร่ม หรือ Indoor farming ดังได้กล่าวแล้ว สนับสนุนบริษัทสัญชาติจีนให้ไปถือครองที่ดินเพาะปลูกและบริษัทผลิตอาหารในประเทศต่างๆ ทั่วโลก อาทิ ยูเครน แทนซาเนีย หรือแม้กระทั่งในสหรัฐ รวมถึงอีกหลายประเทศในอาเซียน

กระนั้นก็ตาม จีนหาได้ละทิ้งวิถีเกษตรแบบดั้งเดิม ตามนโยบายของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่เชิดชูการพึ่งพาตนเองด้วยรูปแบบแปลงนาขั้นบันได และชาวนาบางคนยังใช้ควายไถนา บนพื้นที่เพาะปลูกที่ถูกซอยยิบย่อยมากกว่า 200 ล้านแปลง

นับเป็นการก้าวย่างในโลกศิวิไลซ์โดยไม่หลงลืมต้นขั้วแห่งวัฒนธรรม นั่นคือบริบทของจีนที่ไม่เหมือนใครในโลก!!!