วิธีสังเกต ลูกคุณเป็น “เด็กปัญญาเลิศ” (Gifted Child) ตอนที่ 2

519

คุณลักษณะเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษภายใต้ของกระบวนการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้สำหรับเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษ มีหลักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้สำหรับเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษจำนวนมาก ทั้งไทยและต่างประเทศ 


อาทิ  Mary Ruth Coleman นักวิชาการด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษแห่ง National Research Center on the Gifted and Talented ได้กำหนดคุณลักษณะ 12 ประการของเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ ไว้ดังต่อไปนี้ (National Research Center on the Gifted and Talented, 2001)

คุณลักษณะที่ 1: แรงจูงใจ (Motivation) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้: มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้หรือมีความพยายามในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนบรรลุวัตถุประสงค์ของงาน แสวงหาความรู้หรือมุ่งหวังที่จะเป็นบุคคลในอาชีพหรืองานที่ตนเองสนใจ

คุณลักษณะที่ 2: ความสนใจ (Interests) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้: มีความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจริงจัง

คุณลักษณะที่ 3: ทักษะในการสื่อสาร (Communication Skills) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้: มีวิธีการสื่อสารที่ดีกว่าคนทั่วไป ทั้งในด้านการใช้ภาษา ไม่ใช้ภาษา และสัญลักษณ์ต่างๆ

คุณลักษณะที่ 4: ความสามารถในการแก้ปัญหา (Problem-Solving Ability) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้: มีระบบในการแก้ปัญหา หากเกิดอุปสรรคก็สามารถคิดหาแนวทางใหม่เพื่อแก้ปัญหานั้นๆ ได้อย่างสร้างสรรค์

คุณลักษณะที่ 5: ความจำ (Memory) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้: มีความรู้ความจำเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนสามารถจดจำเรื่องราวหรือรายละเอียดของเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ

คุณลักษณะที่ 6: ความอยากรู้อยากเห็นและเสาะแสวงหา (Inquiry/Curiosity) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้: ตั้งคำถามที่ซับซ้อนเหนือกว่าเด็กในวัยเดียวกัน มีความสามารถในการสืบค้นหรือสำรวจข้อมูลต่างๆ

คุณลักษณะที่ 7: ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (Insight) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้: เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ หรือบูรณาการความคิดและระเบียบต่างๆ ได้ดี

คุณลักษณะที่ 8: ความมีเหตุผล (Reasoning) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้: สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ มองเหตุการณ์ต่างๆ อย่างทะลุปรุโปร่ง ให้คำตอบได้อย่างสมเหตุผลและนุ่มนวล

คุณลักษณะที่ 9: จินตนาการ/ความคิดสร้างสรรค์ (Imagination/Creativity) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้: มีความคิดแปลกใหม่ ช่างประดิษฐ์ เจ้าความคิด มีความคิดที่ยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาหรือเลือกใช้สิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

คุณลักษณะที่ 10: อารมณ์ขัน (Humor) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้: อารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี เป็นคนตลก

คุณลักษณะที่ 11: เอาจริงเอาจัง (Intensity) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้: มีพลังอย่างแรงกล้า มุ่งมั่นที่จะทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จ

คุณลักษณะที่ 12: ไวต่อความรู้สึกของผู้อื่น (Sensitivity) ตัวอย่างพฤติกรรมที่สังเกตได้ : มีความเมตตากรุณา เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ยุติธรรม (เสารรัตน์ ภัทรฐิตินันท์, 2552)

สอดคล้องกับ ทฤษฎีการเรียนรู้ Constructivism ภายใต้รูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Piaget ที่ได้เชื่อมโยงกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎี Constructivism กับเด็กปัญญาเลิศ (Susan Pass, 2004) ที่กล่าวว่า ตามสถิติทั่วโลกมีเด็กปัญญาเลิศ (Gifted) หรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษประมาณร้อยละ 5 ของเด็กนักเรียนทั้งหมด ซึ่งเด็กปัญญาเลิศมักมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากเด็กปกติทั่วไปที่อยู่ในวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด โดยลักษณะพฤติกรรมทั่วไปของเด็กปัญญาเลิศตามแนวคิดของ Susan Pass มีดังต่อไปนี้

  1. สามารถเรียนรู้ที่จะอ่านได้ตั้งแต่อายุยังน้อย มีความเข้าใจในเรื่องภาษาได้ดีกว่าเด็กวัยเดียวกัน
  2. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถที่จะคิดสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเอง และมีความคิดที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ
  3. สามารถคิดหาทางออกหรือทางแก้ปัญหาที่แตกต่างไปจากคนอื่น
  4. สามารถคิดเชื่อมโยงสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันให้สามารถเกี่ยวข้องกันได้
  5. มีความสุขที่จะเรียนรู้การแก้ปัญหา
  6. เป็นเด็กช่างสงสัย ชอบถามโน่นถามนี่อยู่ตลอดเวลาคำถามมักเป็นคำถามในลักษณะที่ต้องการคำอธิบายว่า ทำไม อย่างไร
  7. มีความคิดแปลกๆ ใหม่ๆ เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ด้วยตนเอง ไม่ตามแบบอย่างคนอื่น
  8. ค่อนข้างไวต่อความรู้สึกของคนอื่น สามารถอ่านคนอื่นออก โดยไม่ต้องใช้ภาษาพูด
  9. ชอบแสดงความคิดเห็น
  10. สามารถปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงได้
  11. อาจมีความสามารถพิเศษบางอย่าง เช่น ด้านดนตรี หรือด้านกีฬา

ขณะเดียวกัน อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ (2551) ได้กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่า เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษของประเทศไทย โดยเฉลี่ยแล้วมีอยู่ไม่น้อยกว่าสถิติในประเทศอื่นๆ คือประมาณร้อยละ 3 มีแววที่จะเป็นเด็กอัจฉริยะในแต่ละสาขา แต่ไม่ได้ถูกค้นพบ เพราะเด็กเหล่านี้จะอยู่รวมอยู่กับเด็กปกติกระจายอยู่ตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ทุกโรงเรียนจะมีเด็กที่มีความสามารถพิเศษ บางครั้งการค้นหาทำได้ยากและบางคนกว่าจะค้นพบได้ก็สายเกินไป ตามหลักการทดสอบเพื่อค้นหาอัจฉริยภาพของเด็กว่ามีแววด้านใดนั้น ขณะนี้มี 10 แวว ได้แก่ 1) แววนักคิด 2) แววนักวิชาการ 3) แววนักวิทยาศาสตร์ 4) แววนักคณิตศาสตร์ 5) แววนักภาษา 6) แววผู้นำ 7) แววสร้างสรรค์ 8) แววนักกีฬา 9) แววนักดนตรี และ 10) แววศิลปิน

ซึ่งแต่ละแววจะมีคุณลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน เช่น แววนักวิทยาศาสตร์ เป็นเด็กกระหายใคร่รู้ในสิ่งต่างๆ ว่าทำได้อย่างไร ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ ชอบเฝ้าดู จับต้อง ดม มองเห็นความเชื่อมโยงของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ชอบทำงานที่ต้องลงมือปฏิบัติ ทดลอง ชอบวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์เรื่องต่างๆ อย่างมีเหตุผล หรือแววศิลปิน จะเป็นเด็กสนใจศิลปะ ใช้เวลาว่างวาดภาพ ขีดเขียน มีสมาธินานกับศิลปะ มีความสุขกับงานศิลปะ อยากมีอาชีพทางศิลปะ มีประสาทสัมผัส มือ ตา ดี มีทักษะสามารถใช้กิริยา ท่าทางสื่ออารมณ์ได้ดี เป็นต้น


อ่านบทความเรื่อง เด็กปัญญาเลิศ ตั้งแต่ตอนแรก

วิธีสังเกต ลูกคุณเป็น “เด็กปัญญาเลิศ” (Gifted Child) หรือไม่?