ดราม่า ‘กระดุม 5 เม็ด’ การเมืองกับความจนที่ยังพูดวนๆ ในแบบเดิมๆ

390

วาทกรรมที่นักการเมืองหยิบยกเรื่อง “ที่ดิน” ขึ้นมาอภิปรายผ่านนัยของ “กระดุม 5 เม็ด” เพื่อแก้ปัญหาความยากจนนั้น เป็นมุมมองที่เวียนวนอยู่ในกับดักความคิดแบบเดิมๆ ของเศรษฐกิจโลกตลอดศตวรรษที่ผ่านมา!


เป็นวงจรที่บ้านเมืองวนเวียนอยู่ในประสบการณ์ความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการจัดการปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ด้วยมายาคติที่ว่าความจน ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาเกษตรกร ชาวนา ฯลฯ เกิดจากการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและการไม่มีที่ดินทำกิน!

ถ้าใครเป็นชาวนา เกษตรกร (ที่ไม่ใช่ชาวนา-เกษตรกรแบบการเมือง) หรือเคยทำงานเข้าถึงเกษตรกร-ชาวนาจริงๆ จะรู้ว่า เรื่องที่ดินที่ยกมาอ้างเป็นกระดุมเม็ดแรกที่กลัดผิดนั้น ไม่ใช่ปัญหาหลักที่เป็นแก่นแกนจริง เพราะชาวไร่ชาวนาส่วนใหญ่ในบ้านเมืองเราต่างรับ “มรดกที่ดิน” และ “ความเป็นเกษตรกร” มาจากบรรพบุรุษทั้งนั้น ซึ่งกรณีความยากจน-เหลื่อมล้ำในโครงสร้างภาคเกษตรกรรมและกลุ่มสังคมฐานราก เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ

ในช่วงต้นทศวรรษ พ.ศ. 2530 มีการศึกษาวิจัยระดับลึกถึงครัวเรือนเกษตรกรพบว่า ปัจจัยของการ ก่อตัว – เติบโต – แตกตัว ของครัวเรือนเกษตรกร มีปัญหาความไม่สัมพันธ์กันระหว่าง “การผลิต” กับ “การบริโภคในครัวเรือน” อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องการรุกคืบของทุนนิยมใดๆ ด้วย! เรื่องดังกล่าวต้องลงลึก ทำความเข้าใจถึงจะเห็นภาพความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจครัวเรือนและความยากจนขาดแคลนจริงๆ!

การไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเกษตรกร ชาวนา หรือแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำรวมถึงเรื่องที่ดิน ที่มีการอธิบายความว่า มันเป็นปัจจัยพื้นฐานความยากจนนั้น เอาเข้าจริงเป็นแค่ดราม่าการเมือง-การตัดต่อข้อมูลให้ดูดีเท่านั้น! ซึ่งสะท้อนถึงเจ้าของความคิดนี้ว่า ยังติดอยู่ในกับดักความคิดของโลกเก่า ที่มองปัญหาความยากจนแบบลวกๆ หวังผลทางการเมืองฉาบฉวย! ผู้ที่มีประสบการณ์เรื่องปัญหาเกษตรกร ความเหลื่อมล้ำ ที่ดิน ฯลฯ จะรู้ดีว่าการแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะปัญหาเกษตรกรและเกษตรกรรมมักจะถูกมอง-ถูกจัดการแบบการเมือง ใช้กระบวนการทางการเมืองเข้าแก้ปัญหา! ไม่ได้เจาะลึกถึงปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือนของเกษตรกรหรือชาวนาจริงๆ จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกทำให้เป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น

นี่คือกระดุมที่กลัดผิดเม็ดจริงๆ …ไม่ใช่เรื่องการถือครองที่ดิน!

ทุกยุคสมัยที่ผ่านมา ทั้งรัฐและเอกชนต่างที่มีความพยายามเข้าถึงปัญหาที่ว่านี้ แต่ก็มักกลายเป็นเรื่องการเมือง หรือถูกบิดเบือนให้เป็นการเมือง การสร้างคะแนนนิยม ไปจนถึงเป็นปฏิบัติการเพื่อยุติแรงกดดันของกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมในแต่ละช่วงเวลาที่รัฐบาลช่วงนั้นๆ เผชิญอยู่ ซึ่งที่จริงแล้วก็คือปัญหาการเมืองทั้งสิ้น นี่ต่างหากคือมูลเหตุสำคัญที่การแก้ปัญหาความยากจนให้เกษตรกรไม่ประสบความสำเร็จ!

การอภิปรายถึงกระดุม 5 เม็ด จึงเป็นแค่บทพากย์เดิมๆ ที่พยายามปรับใส่ตัวเลขให้เป็นปัจจุบัน แล้วหยิบมาสร้างให้เป็นวาทกรรมน่าสนใจ แต่ที่สุดก็ไร้กระบวนวิธีการแก้ไขในทางปฏิบัติ (solution) ในประเด็นการจัดการเศรษฐกิจฐานรากหรือเศรษฐกิจครัวเรือนชาวนาเช่นเดิม! หลังจากนักการเมืองได้หยิบใช้โอกาสแสดงตัวตนสร้างพื้นที่ทางสังคมผ่านการอภิปรายในสภา โดยมีสื่อออนไลน์ช่วยส่งต่อขยายผลอีกทอดหนึ่ง ก็จะไม่มีผลอะไรกับเกษตรกรจริงๆ จังๆ ขึ้นมา!

การอภิปรายที่มีขึ้นจึงเป็นเพียงเป็นละครเศร้า จบสั้นๆ ที่แสดงกันในสภาแค่นั้นเอง!

ถ้าย้อนพิจารณาดีๆ ถึงการดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน ความเหลื่อมล้ำ เรื่องเกษตรกรชาวนาที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน ฯลฯ จะพบว่ามีการพูด-การทำกันมาหลายรูปแบบที่ได้ทำต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ ทั้งการจัดสรรที่ดิน การพัฒนาที่ดิน การปฏิรูปที่ดินแบบ สปก. ไปจนถึงปฏิบัติการของภาคเอกชนอีกหลายแบบที่ช่วยเรื่องการถือครองที่ดิน แม้กระทั่ง NGO บางกลุ่มก็เคยใช้ความรุนแรง-เคลื่อนไหวเข้ายึดจับจองที่ดินในรูปของเครือข่ายสมัชชาที่ดินต่างๆ จนเกิดเป็นคดีความใหญ่โต สุดท้ายกลายเป็นเรื่องบุกรุก-ตบทรัพย์กันเฉย!

การกระทำที่ผ่านมาไม่ได้สะท้อนประสบการณ์ที่นำไปสู่ความสำเร็จแต่อย่างใด และยังตอกย้ำว่า ปัญหาเรื่องที่ดิน-การถือครองที่ดินนั้นเป็นเพียงมายาภาพที่เลือนลาง ไม่ใช่ปัญหาฐานราก!

อย่าลืมว่าการพัฒนาเกษตรกรรมโดยเฉพาะชาวนาส่วนใหญ่ เป็นชาวนาที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากคนรุ่นก่อน ไม่ได้เป็นชาวนาหรือเกษตรกร “มืออาชีพ” การรับมรดกตกทอดมาจากคนรุ่นก่อนที่ต้องเผชิญหน้ากับความผันแปรของฤดูกาล จึงรับเอาวัฒนธรรม “หาเช้ากินค่ำ” มาด้วย เราจึงได้เห็นศักยภาพของชาวนาที่แตกต่างหลากหลาย

เกษตรกรบางคนใช้ที่ดินเพียงหนึ่งไร่หรือเช่าที่ดินก็สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นมาได้ ขณะที่เกษตรกรบางกลุ่มถือครองที่ดินมากมายแต่กลับยากจน เพราะคอยรอฟ้ารอฝน หรือเห็นความเคลื่อนไหวของชาวนาจากภาคกลาง ยามที่ข้าวราคาข้าวสูงก็นำเครื่องมือการผลิตไปเช่าที่นาที่เชียงรายทำกินรายปี จนได้เงินมากมาย!

ศักยภาพการผลิต การบริหารจัดการการผลิต การปรับตัวเข้ากับโลกยุคใหม่ได้เปลี่ยน “เศรษฐกิจฐานแรงงานและฐานทรัพยากร” สู่ “เศรษฐกิจฐานความรู้-นวัตกรรม” สร้างความก้าวหน้าไปไกลโดยมีเทคโนโลยีเข้าช่วย

นวัตกรรมการเกษตรและสิ่งแวดล้อมวันนี้ หนุนเสริมให้ผู้คนที่เป็นเกษตรกรมืออาชีพก้าวพ้นจากความขาดแคลน ความยากจน และปรับลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างน่าทึ่ง สามารถสร้างผลผลิตที่สูงกว่า คุณภาพดีกว่า ต้นทุนต่ำกว่า และใช้เนื้อที่น้อยกว่า!

นี่คือความเป็นจริงของโลกยุคใหม่ที่ต้องก้าวพ้นจากความคิดเก่าๆ ซึ่งวนอยู่ในกับดักเศรษฐกิจฐานทรัพยากร-ฐานแรงงาน และการเมืองเรื่องที่ดิน


 

 

เรื่อง : Apichartology