น้ำพระทัย ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ หลั่งริน สร้างอาชีพ เสริมความมั่นคงชายแดนไทยด้วย ‘งานศิลปาชีพ’

เชื่อว่าเราชาวไทยทุกคนต่างคุ้นเคยกับภาพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทุกหนทุกแห่ง ทั้งในพื้นที่พัฒนาแล้วตามเมืองใหญ่ รวมถึงถิ่นทุรกันดารตามเขตชายแดนไทย โดยพื้นที่ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ ทรงให้ความสำคัญกับ การพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎร โดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่ห่างไกลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อพวกเขาเหล่านี้จะได้เป็นกำลังสำคัญในการพิทักษ์ดูแลผืนป่าชายแดนไทยให้อุดมสมบูรณ์สืบไป โดยเครื่องมือหนึ่งที่พระองค์ทรงเชื่อมั่นว่าจะมีส่วนช่วยสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ คือ ‘งานศิลปาชีพ’ นั่นเอง

“…ขอให้สร้างป่าโดยมีคนอาศัยอยู่ด้วย โดยไม่ทำลายป่า คือ ต้องช่วยเขาเหล่านั้นจริงๆ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร เช่น มีที่ดินทำกิน มีน้ำ ให้การศึกษาแก่บุตรหลานของพวกเขา ส่งเสริม งานศิลปาชีพต่างๆ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อเขาอยู่ได้แล้ว เขาจะได้ช่วยดูแลป่า…”

และพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ นี้เอง ที่กลายมาเป็นแนวคิดในการจัดตั้ง สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ ณ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

น้ำพระทัย ราชินี พระราชชนนีพันปีหลวง งานศิลปาชีพ สิริกิติ์


จากพระราชดำริพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต้นแบบ “สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ”

ก่อนที่จะไปร่วมรับรู้หนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ “สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ” และร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของปวงชนชาวไทย พ.อ.วณัฐ ลักษณสิริ ผู้บัญชาการกรมพัฒนา 1 ได้ให้ข้อมูลพื้นที่บริเวณชายแดนอำเภอสวนผึ้งว่า

พ.อ.วณัฐ ลักษณสิริ

“ภูมิประเทศของจังหวัดราชบุรี อยู่บริเวณขอบเขตชายแดนไทย-เมียนมา มีเทือกเขาตะนาวศรีเรียงตัวสลับซับซ้อน ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนเขตแดนหรือกำแพงธรรมชาติระหว่างสองประเทศ เป็นป่าต้นน้ำแม่น้ำภาชีอันอุดมสมบูรณ์ และประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยง นอกจากนั้น ความน่าสนใจของพื้นที่นี้ยังอยู่ที่การเป็นแหล่งแร่ธาตุ อุดมไปด้วยแร่นานาชนิด ทำให้เกิดสัมปทานและอุตสาหกรรมเหมืองแร่ขึ้น จากนั้นผู้ที่เดินทางเข้ามารับจ้างทำเหมืองแร่ก็บุกเบิกถางป่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย และเมื่อสัมปทานทำเหมืองแร่สิ้นสุดลง ลูกจ้างในเหมืองก็เปลี่ยนมาทำเกษตรโดยบุกรุกพื้นที่ป่า ป่าไม้ก็ถูกทำลายมากขึ้น”

จนกระทั่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง ทรงได้เห็นความทุกข์ยากของราษฎร กอปรกับได้ทอดพระเนตรผืนป่าที่ถูกทำลายลง จึงทรงมีพระราชดำริที่จะฟื้นฟูผืนป่าเสื่อมโทรม สำหรับเป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้ป่าของไทย รวมถึงไม้ในพื้นถิ่นธรรมชาติดั้งเดิมของท้องถิ่นมาไว้ในที่เดียวกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปใช้เป็นแหล่งศึกษาพรรณไม้ป่าไทยในอนาคต ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในผืนป่าตะวันตก ซึ่งได้ชื่ออุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยพระองค์ทรงวางแผนโครงการนี้ควบคู่ไปกับจัดโครงการฝึกอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ให้ราษฎร โดยใช้ งานศิลปาชีพ เป็นสื่อกลาง

น้ำพระทัย ราชินี พระราชชนนีพันปีหลวง งานศิลปาชีพ สิริกิติ์

ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี 2535 โครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ ก็จัดสร้างแล้วเสร็จ โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 524,816 ไร่ ครอบคลุม 3 อำเภอในจังหวัดราชบุรี คือ อำเภอปากท่อ บ้านคา และสวนผึ้ง ด้วยความจงรักภักดีและร่วมมือร่วมใจของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ได้แก่ มูลนิธิศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองทัพบก จังหวัดราชบุรี และคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)


กำเนิดแนวคิด งานศิลปาชีพ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างความมั่นคงให้ชายแดนไทย

“…พื้นที่สวนผึ้งเป็นพื้นที่ติดชายแดนพม่า จึงจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ราษฎรในบริเวณพื้นที่นั้นมีอาชีพ มีรายได้พอเพื่อไม่ให้ย้ายถิ่น เขาจะได้เป็นหูเป็นตาให้ประเทศไทยต่อไป…”

พระราชเสาวนีย์อันแสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรยาวไกล บ่งบอกถึงความห่วงใยต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ผู้มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ผูกพันกับธรรมชาติ ผืนป่า ดังนั้น ถ้าส่งเสริมให้พวกเขามีอาชีพเสริม หลังจากเก็บเกี่ยวพืชไร่ ก็ย่อมจะลดอัตราการบุกรุกป่าและล่าสัตว์ได้แน่นอน

จุดกำเนิด งานศิลปาชีพ ในพื้นที่ชายแดนอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อครั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ เสด็จเยี่ยมราษฎรบ้านห้วย ในวันที่ 11 มกราคม 2536 และทรงมีพระราชเสาวนีย์ว่า พื้นที่แถบนี้น่าจะมีการจัดตั้งกลุ่มทอผ้าเพิ่ม เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้ราษฎรในพื้นที่หลังเก็บเกี่ยวพืชไร่

งานศิลปาชีพ

กระทั่งวันที่ 4 มกราคม 2540 จึงได้จัดตั้งกลุ่มทอผ้าไหม บ้านหนองตาดั้ง ขึ้นเป็นหมู่บ้านแรก จากนั้นไม่นาน ก็มีการตั้งกลุ่มผ้าทอไหมบ้านพุระกำขึ้น ต่อมาจึงได้จัดตั้งโรงทอผ้าขึ้นในศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เพื่อให้สมาชิกจากบ้านห้วยน้ำหนักและบ้านห้วยม่วง เข้ามาร่วมดำเนินการด้วย โดยหัตถกรรมในโครงการศิลปาชีพนี้ประกอบด้วย การทอผ้าไหมจกกะเหรี่ยง การทอผ้าพื้นเมือง การปักผ้า และการจักสานไม้ไผ่

นอกจากนั้นยังมีการตั้งกลุ่มเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งทรงมีพระราชประสงค์ให้มีการฝึกสอนทำเครื่องปั้นดินเผาให้เป็นศิลปะพื้นบ้านในท้องถิ่น อันมีเอกลักษณ์ของตนเอง และทรงพระราชทานเงินทุนในการดำเนินการทุกขั้นตอน รวมถึงครูฝึก โดยมีการนำราษฎรจาก 3 หมู่บ้าน ในตำบลตะนาวศรี ไปฝึกอบรมวิชาชีพเครื่องปั้นดินเผาที่บ้านกุดนาขาม อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร

งานศิลปาชีพ

ปัจจุบัน โครงการศิลปาชีพ ณ อำเภอสวนผึ้งแห่งนี้มีความมั่นคง สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างน่าพอใจ และเป็นที่มาของคำขวัญท้องถิ่น ซึ่งสื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าสูงสุด ที่ทรงพระราชทานแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทยแบบบูรณาการ ทั้งในเชิงพื้นที่และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนี้

  • ปกป้องผืนป่า

ชาวไทยทุกคนย่อมคุ้นเคยกับพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ (เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525 ณ บ้านถ้ำคิ้ว อำเภอล่องดาว จังหวัดสกลนคร)

“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า”

“เราต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งว่าทรัพยากรป่าไม้นั้นสำคัญต่อพวกเรามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าไม้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่ให้ความชุ่มฉ่ำต่อแผ่นดิน และป่าไม้ ต้องมีสัตว์เพื่อช่วยในการขยายพันธุ์และสร้างความสมดุลของธรรมชาติ ส่วนสัตว์ป่านั้นก็ต้องมีแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัย จึงกล่าวได้ว่า มนุษย์ ป่าไม้ และสัตว์ป่า มีความสัมพันธ์กันอย่างละเอียดลึกซึ้งจนไม่สามารถจะขาดส่วนหนึ่งส่วนใดได้”

หากพิจารณาตามพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ นับว่าโครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อำเภอสวนผึ้งแห่งนี้ เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองพระราชปณิธานในการสร้างป่าของพระองค์อย่างชัดเจน ด้วยการสร้างคนให้อยู่ร่วมกับป่า ไม่ทำลายป่า และเป็นหูเป็นตาในการปกป้องผืนป่า ด้วยการฝึกราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่าด้วย

  • เพิ่มคุณค่าครอบครัว

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ ทรงเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า หากช่วยให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพหลักและอาชีพเสริมด้วยการทำงานศิลปาชีพแล้ว ประชาชนก็จะไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐาน ย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ สมาชิกในครอบครัวได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า นับเป็นกุศโลบายในการเพิ่มคุณค่าให้สถาบันครอบครัว ซึ่งพระราชดำรินี้ก็ได้นำมาปรับใช้จริงในพื้นที่โครงการศิลปาชีพ ณ อำเภอสวนผึ้ง ด้วยการเปิดโอกาสให้ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงที่สนใจเรียนรู้งานศิลปาชีพแขนงต่างๆ มาฝึกอาชีพ สร้างสรรค์งานฝีมือเพื่อสร้างรายได้เสริมเพื่อให้ครอบครัวสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน

  • ล้อมรั้วแผ่นดิน

โครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ ส่วนใหญ่ นอกจากจะเกิดขึ้นในท้องถิ่นทุรกันดารแล้ว ยังมีไม่น้อยเกิดในพื้นที่ชายแดน ที่เป็นเช่นนี้เพราะพระราชปณิธานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้พวกเขาเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ร่วมดูแลปกป้องผืนป่า และช่วยป้องกันสถานการณ์ความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นจุดเปราะบางที่จะเกิดปัญหาเมื่อไรก็ได้

งานศิลปาชีพ

งานศิลปาชีพ

  • สร้างศิลปินชาวบ้าน

หากมองว่า ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงเป็นเพียงชาวบ้านที่มีการศึกษาน้อย ทำมาหากินด้วยการทำเกษตรกรรม และอยู่ร่วมกับผืนป่าเท่านั้น คงไม่สามารถสร้าง ‘ศิลปินชาวบ้าน’ ฝีมือเยี่ยมได้ ทว่า ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกลและเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า พระบรมราชชนนีพันปีหลวงของปวงชนชาวไทย ทรงเล็งเห็นว่าชาวบ้านเหล่านี้สามารถฝึกฝนและเป็น ‘ศิลปินชาวบ้าน’ ผู้สร้างสรรค์งานฝีมืออันทรงคุณค่าได้

พระองค์จึงทรงเป็นผู้เจียระไนหินให้เป็นเพชรเม็ดงามได้อย่างน่าทึ่ง

  • แหล่งผลิตอาหารแดนไกล

ควบคู่ไปกับโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ ยังได้ทรงสานต่อพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พัฒนาโครงการแหล่งผลิตอาหารและวนเกษตรบ้านหนองตาดั้ง เพื่อเป็นโมเดลแหล่งผลิตอาหารแดนไกล โดยจัดสรรพื้นที่ 48 ไร่ ให้เริ่มงานวนเกษตร แบ่งพื้นที่ปลูกไม้ผล เช่น ขนุน ลำไย น้อยหน่า ส้มโอ มะนาว มะกอก ฝรั่ง และเลี้ยงเป็ด ไก่ หมู ด้วย

มาในปี 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้กรมประมงช่วยสอนราษฎรในเขตพื้นที่ที่ติดกับชายแดนเมียนมา อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ให้เลี้ยงปลาเป็นอาหาร และทรงเห็นชอบให้ตั้งบ้านหนองตาดั้ง เป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตอาหาร ร่วมกับการเป็นต้นแบบของแหล่งผลิตอาหารที่เปิดกว้างให้ชุมชนทั่วประเทศมาศึกษาเรียนรู้ต่อไป

งานศิลปาชีพ

  • มรดกไทยคู่แผ่นดิน

ปัจจุบันมีสมาชิกศิลปาชีพของศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จำนวน 116 คน ที่สร้างสรรค์งานศิลปาชีพ อันวิจิตรหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น งานทอผ้า งานปักผ้า งานจักสาน และการทำเครื่องปั้นดินเผา

โดยตลอด 22 ปีของการก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพฯ แห่งนี้ ส่งผลให้คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของราษฎรบริเวณชายแดน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จาก 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยน้ำหนัก บ้านห้วยม่วง บ้านหนองตาดั้ง และบ้านพุระกำ มีรายได้เฉลี่ยทั้งกลุ่มถึงเดือนละทั้งหมด 300,000 บาท โดยเป็นค่าแรงที่ได้รับจากงานฝีมือที่สร้างสรรค์ขึ้น ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปจะเป็นมรดกคู่แผ่นดินไทยสืบไป นับเป็นผลลัพธ์จากพระมหากรุณาธิคุณและน้ำพระทัยฉ่ำเย็นที่หลั่งรินไปทั่วทุกพื้นที่ของไทย โดยไร้ซึ่งระยะทาง ชนชั้น และเชื้อชาติ มากั้นขวางอย่างแท้จริง


ที่มา : ขอบคุณ กิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรศึกษาดูงาน “ชุมชนเข้มแข็ง สืบสานแนวพระราชดำริ” อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จัดโดย มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ


หลากหลายโครงการพระราชดำริที่ยังผลให้เกิดความกินดีอยู่ดีของปวงชนชาวไทย

ต่อยอดโครงการพระราชดำริด้านสาธารณสุข ในหลวง รัชกาลที่ 10 สู่ภารกิจมอบชีวิตใหม่ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั่วไทย ของ ‘มูลนิธิกาญจนบารมี’

เปลี่ยนปัญหาเป็นพลัง พลิก ‘จังหวัดกาฬสินธุ์’ สู่พื้นที่ต้นแบบชุมชนเข้มแข็ง เติบโตด้วยเกษตรอินทรีย์

น้ำพระทัยฉ่ำเย็น ‘สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ’ พัฒนาคน สร้างอาชีพ & ความกินดีอยู่ดี ให้ ชาวสนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา