‘เจน นำชัยศิริ’ Industry 4.0 is NOW! ภาคอุตสาหกรรม จับมือ นักวิจัย ประเทศไทยไปได้ไกลกว่าที่คิด

449

“ในฐานะผู้มีประสบการณ์ คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เคยดำรงตำแหน่งทั้ง กรรมการและรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเซียไฟเบอร์ จำกัด (มหาชน) (พ.ศ. 2527-2540) ประธานกลุ่ม อุตสาหกรรมสิ่งทอ (พ.ศ. 2549-2551) ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2559-พ.ศ. 2561) และยังมีตำแหน่งน้อยใหญ่ในฐานะที่ปรึกษาหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคอุตสาหกรรมอีกหลายตำแหน่งที่ไม่ได้เอ่ยถึง เจน นำชัยศิริ จึงเป็นผู้ที่สามารถฉายภาพเส้นทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยได้ชัดมากคนหนึ่ง

มาในวันนี้ คุณเจน ดำรงตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา และประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด การประชุมวิชาการระดับบัณฑิตศึกษา สกสว. ประจำปี 2562 หรือ TSRI Congress 2019 พร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Disruptive Technology for World Society” ซึ่งตลอดเวลา 15 นาที ของการปาฐกถาครั้งนี้ คุณ เจน นำชัยศิริ ได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญที่ต้องนำแนวคิด Industry 4.0 มาใช้ในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ไปยังเป้าหมายที่กำหนดใน Thailand 4.0 ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว


อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย

Industry 4.0 & Thailand 4.0 is NOW! อุตสาหกรรมไทยไม่ปรับตัว รอดยาก

ปาฐกถา ของ สมาชิกวุฒิสภาท่านนี้ เริ่มต้นจากการปูพื้นเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรม และปัจจัยในเรื่องของ Disruptive Technology ที่เข้ามามีบทบาทและกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยทุกวันนี้ให้ผู้ฟังที่เข้าร่วมงาน TSRI Congress 2019 ได้ทราบก่อนว่า

“แน่นอนว่า เรื่องของ Disruptive Technology เป็นเรื่องที่ภาคอุตสาหกรรม จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมากที่สุด และจะเป็นภาคที่ต้องพึ่งพิงการศึกษาวิจัย งานวิจัยทั้งทางด้านสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพื่อมาตอบโจทย์ปัญหาในกระบวนการผลิตมากที่สุด”

“ดังนั้น ในการขับเครื่องประเทศไทยไปข้างหน้าในยุคนี้ ต้องเรียกว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่ผ่านมา ทางภาคอุตสาหกรรมได้มีการนำเสนอประเด็นเรื่อง Industry 4.0 ถ้าเรายังจำกันได้ แนวคิดนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศเยอรมันนี ที่เริ่มมีการพูดถึง Industry 4.0 จากนั้น เมื่อแนวคิดนี้เกิดขึ้นและแพร่หลาย ทางสภาอุตสาหกรรมก็จับเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน กระบวนการผลิต ให้ปรับมาสู่แนวทาง Industry 4.0 ให้มากที่สุด”

“ณ เวลานั้น ผมเชื่อว่ายังมีความงงอยู่มาก ในทุกภาคส่วน เหมือนที่เราทราบกันว่า ทำไมถึงมาเริ่มที่ 4.0 เลย แล้ว 1.0-3.0 หายไปไหน จึงเริ่มมีคำอธิบายออกมาว่า 1.0 คือตั้งแต่สมัย เจมส์ วัตต์ ทำเครื่องจักรไอน้ำขึ้นมา เป็นการเปิดศักราชการใช้เครื่องจักรมาแทนแรงงานมนุษย์ แรงงานสัตว์ ที่เราใช้กันมาในอดีต มาในยุค 2.0 พอมนุษย์เริ่มรู้จักไฟฟ้า เราก็มีการคิดค้น มอเตอร์ไฟฟ้า ขึ้น

“จากนั้นก็นำมาสู่เรื่องของสายพานการผลิต หรือเรียกว่า Production Line แล้วจึงมาสู่ยุคของการถือกำเนิด คอมพิวเตอร์ ที่พัฒนาขึ้นมาในยุค ปี 1980 เป็นการเริ่มใช้ระบบดิจิทัลคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม นับว่าโลกขยับเข้ามาในยุค 3.0 แล้ว”

“จากนั้นมาที่คำถามว่า แล้วการเกิดขึ้นของ หุ่นยนต์ หรือ Robot นี่คือสิ่งบ่งบอกถึง Industry 4.0 หรือไม่ ผมอยากบอกตรงนี้ว่า ที่จริงแล้ว Industry 4.0 ไปเกินกว่านั้น เพราะการเกิดขึ้นของโรบอต หรือหุ่นยนต์ นับว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่อยู่แค่ในยุคดิจิทัลคอมพิวเตอร์เท่านั้น ซึ่งมาตอบโจทย์การทำงานได้หลากหลายขึ้นเท่านั้น”

“กลับมาที่คำถามว่า แล้วหลักใหญ่ใจความของ Industry 4.0 คืออะไร จริงๆ แล้ว แนวทางนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกา ให้อีกนิยามหนึ่งว่า Smart Manufacturing จนมาถึงในบริบทของประเทศญี่ปุ่น ที่ให้คำจำกัดความที่มีความชัดเจนมากขึ้น และตรงประเด็นมากขึ้น โดยเรียกแนวคิดการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ว่า Connected Industry ที่เป็นเช่นนี้ เพราะทุกฝ่าย ทุกส่วน ในโรงงานอุตสาหกรรม จะทำงานกันแบบ Connected หรือ เชื่อมต่อ ถึงกันหมด”

“ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วย Digital revolution หรือ Digital Technology ที่เข้ามามีบทบาทหรือออกมาแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เมื่อมันเป็น Connected Industry กระบวนการผลิตทุกขั้นตอนก็สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ด้วยการทำ Online Optimization โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในตำแหน่งวิศวกรการผลิต หรือ Industrial Engineering ก็จะยิ่งเข้าใจดีถึงอานุภาพของการใช้ระบบ Online Optimization ว่ามันจะเข้ามาช่วยในการวางกระบวนการผลิตให้ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดยอด คือให้ประสิทธิภาพที่เยี่ยมยอด ชนิดที่ว่าไม่มีอะไรที่มันสูงไปกว่านี้แล้ว”

“เพราะฉะนั้น ปรากฏการณ์นี้ มันทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมของโลก พัฒนาไปได้แบบเต็มศักยภาพ เต็มประสิทธิภาพ นั่นเอง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวแค่การนำเอาโรบอตมาใช้เพียงอย่างเดียว แต่หลักๆ คือการเอา Digital Technology มาช่วยเสริมในส่วนของกระบวนการผลิต ให้ส่วนหนึ่งในภาคการผลิต สามารถคุย เชื่อมต่อ สื่อสาร การทำงานกับอีกส่วนหนึ่งได้ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เป็น Input ที่สำคัญ ให้กับอีกฝ่ายหนึ่งหรือส่วนอื่นทำงานได้อย่างสอดคล้องและได้ผลงาน ผลิต ออกมาดีที่สุด นี่ล่ะคือ Connected technology หรือ Industry 4.0“

“ผมเคยพบกับ Prof. Behnam N. Tabrizi ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับเปลี่ยนองค์กร และเป็นที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัค โอบามา ท่านได้ให้คำจำกัดความ Industry 4.0 ว่า Real time enterprise ซึ่งสื่อความหมายไปในทิศทางเดียวกับของประเทศญี่ปุ่น มันก็คือ Real time optimization นั่นเอง”

“มาถึงตอนนี้ ในบริบทของประเทศไทย เราไม่ได้พูดถึงแค่ Industry 4.0 อย่างเดียวเท่านั้น ตอนนี้เราพูดถึง Thailand 4.0 เมื่อปี 2015 เราได้เผยแพร่แนวคิดเพื่อสร้างการรับรู้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยไปว่า ต้องหันมามองแล้วว่า ผู้ประกอบการทั่วโลก เขาทำอะไรกันบ้างในยุค Industry 4.0 และเราจะทำอะไรได้อย่างเขาบ้าง และต้องมีการนำเสนอเรื่องนี้ในงาน Thailand Industry Expo ปี 2015”

“งานนั้นก็มีทางรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาเยี่ยมชม ผมมีโอกาสอธิบายให้ท่านฟังว่า แนวคิด Industry 4.0 ที่ควรนำมาปรับใช้ในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทย คืออะไร ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริง และเมื่อภาคอุตสาหกรรมทำได้ ทั้งประเทศ ทุกองคาพยพ ก็สามารถขับเคลื่อนไปยัง Thailand 4.0 ได้เช่นกัน”


ความเป็นไปได้ของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ในมุมมองของ เจน นำชัยศิริ

หากถามว่า ทำไม Thailand 4.0 ถึงเกิดขึ้นและประสบความสำเร็จได้แน่นอน เจน นำชัยศิริ อดีตประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม เผยมุมมองส่วนตัวพร้อมอธิบายให้เห็นภาพอีกครั้งว่า

“นี่ก็เพราะประเทศไทยผ่านการพัฒนามาทั้ง 3 รูปแบบ คือ 3 ยุค แล้ว ตั้งแต่ 1.0-3.0 คือตั้งแต่เราก่อร่างสร้างประเทศ เราใช้ เกษตรกรรม เป็นตัวนำ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศไทยในยุคตั้งต้น พอมายุคที่สอง คือ ยุคที่เราเริ่มมีอุตสาหกรรม เพราะเราต้องการทดแทนการนำเข้า เนื่องจากมีการเปิดประเทศทำการค้ามากขึ้น เพื่อนำเข้าสินค้า นวัตกรรม ต่างๆที่มาอำนวยความสะดวกให้กับการทำงาน การใช้ชีวิตมากขึ้น

“แต่พอถึงจุดหนึ่ง ก็เกิดความคิดว่า การพึ่งพาการนำเข้าตลอด ไม่ใช่เรื่องที่ดี จึงเริ่มมีการนำเข้าเครื่องจักรเข้ามาเพื่อดำเนินการผลิตเอง นี่เป็นการทำอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้า นี่คือ ไทยแลนด์ 2.0 Initial Industrialization”

“ถัดมา พอเราค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ก็เข้ามาสู่ยุคของการค้นพบ ที่เรียกว่ายุคโชติช่วงชัชวาล อุตสาหกรรมก็เริ่มปรับ จากเดิมที่เป็นการซื้อเครื่องจักร ซื้อวัตถุดิบ มาผลิตเพื่อเป็นสินค้าทดแทนการนำเข้า ก็กลายเป็นการ ยกระดับการผลิตขึ้นมา ให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัตถุดิบที่มาจากปิโตรเคมี เพราะก๊าซในอ่าวไทย เป็นก๊าซเปียก เราสามารถดึงเอาสัดส่วนที่พลาสติก พัฒนาออกมาให้เป็นวัตถุดิบจากพลาสติก แล้วนำมาใช้ได้ แทนที่จะเอามาเผาอย่างเดียว”

“และนี่เองเป็นจุดเริ่มที่ทำให้ประเทศไทยพัฒนามาเป็น ประเทศไทย 3.0 คือเราเริ่มมี Supply chain ในประเทศ เริ่มส่งออกวัตถุดิบ และพัฒนาอุตสาหกรรมให้เป็น Mainstream ทำให้ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมคิดเป็นสัดส่วนเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีประเทศ”

“แล้ว 4.0 เราจะไปในทิศทางใดต่อ? คำตอบของคำถามนี้ก็ต้องย้อนกลับไปดูตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาศที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ตรงนี้คงเห็นชัดว่ามีแนวโน้มที่ไม่ค่อยดีนัก การส่งออกก็ลดลง เราหวังพึ่งการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวก็ลดลง ดังนั้น คำตอบในยุค ไทยแลนด์ 3.0 จึงไม่สามารถนำประเทศให้พัฒนาไปในอนาคตได้อีกต่อไป”

“คำตอบมันเลยต้องขยับมาเป็น ไทยแลนด์ 4.0 ที่ คุณสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้หยิบยกมาพูดอย่างชัดเจนว่า ในตอนนี้ ประเทศไทยจะต้องพัฒนาไปในทิศทางของ ไทยแลนด์ 4.0 ที่ประกอบด้วย ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม การพัฒนาผลิตภาพ และสามเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเราไม่มี งานวิจัย”


งานวิจัยตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ คือ Key success ของ Thailand  4.0

เพราะฉะนั้น Key success สำคัญ ที่คุณเจนมองว่าจะกลายมาเป็นปัจจัยความสำเร็จ นำพาประเทศสู่ Thailand  4.0 ได้จริงนั้น คือ

“เราต้องมองไปที่ การพัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาทักษะ การทำให้เกิดความคิดใหม่ๆที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ดีๆ เพื่อมาเป็น เครื่องยนต์ มาขับเคลื่อนประเทศไทยไปในอนาคต นี่เป็นการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศไทย 4.0 ที่เกี่ยวข้องกับ งานวิจัย”

“ตอนนี้ ต้องยอมรับว่า จากที่ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งทรัพยากร อย่างดีบุก ตอนนี้เราไม่มีแล้ว จากที่เคยมีแรงงานเหลือเฟือ ส่งไปช่วยวิกฤตขาดแคลนแรงงานในตะวันออกกลาง ไต้หวัน และอีกหลายประเทศ ปัจจุบันก็ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ถามว่า แล้วประเทศไทย เหลืออะไรในตอนนี้ ตอบได้เลยว่า สิ่งที่เหลืออยู่ และเป็นทรัพยากรที่ดี ที่ต้องการการพัฒนาอย่างเหมาะสม และจะนำพาประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้า นั่นคือ สมองของคนไทย ความคิดสร้างสรรค์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากนี้”

“ผมเชื่อว่า Idea มัน inspired Idea นั่นคือ ความคิดมันเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีความคิดก่อนหน้านั้น เหมือนในการ Brainstorm ก็เป็นกระบวนการนำเสนอแนวคิดจากมันสมองของหลายคน คนนี้คิดแบบนี้ อีกคนคิดต่อยอดแนวคิดออกไปในมุมอื่น นี่เป็นจุดกำเนิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพราะฉะนั้น การทำให้เกิดการ Brainstorm ทำให้เกิดความคิดต่อยอด เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับงานวิจัย และการคิดค้นนวัตกรรม ที่จะเกิดขึ้นต่อไป และนำประเทศไทยให้ไปในทางที่เป็นไทยแลนด์ 4.0 โดยแท้จริง”

“เพราะไม่เช่นนั้นเราก็จะกินบุญเก่า และ Margin ที่เราได้เฉพาะกับแค่การผลิตเพียงอย่างเดียว มันไม่เพียงพอแน่นอน และแนวคิดที่ว่า ประเทศไทยจะพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ขณะเดียวกัน เราก็ต้องสื่อสารกับคนไทยทุกคนว่า เวลาเขาไปกัน ให้ลุกขึ้น แล้วเดินตามกันไป อย่ายอมให้เขาทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะจะต้องลุกขึ้น และก้าวเดินด้วยตัวเอง ซึ่งในขั้นตอนนี้เอง เป็นสิ่งที่นักวิจัยจะช่วยได้”

“อย่างไรก็ตาม ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการพัฒนานักวิจัย ให้เกิดนักวิจัยชาวไทยเก่งๆเยอะๆ มีการให้งบประมาณการทำวิจัยอย่างพอเพียง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนางานวิจัยที่เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศในทุกด้าน”

“ขณะเดียวกัน ถ้าดูผลการสำรวจของ WIPO ในเรื่องของ Innovation Index ซึ่งรายงานล่าสุดที่ออกมา ที่ว่า เวียดนามแซงไทยไปแล้วในเรื่องนี้นั้น ถ้าไปพิจารณาดูตัวเลขจริงในเรื่อง Input งานวิจัย ผมยืนยัน ประเทศไทย ไม่แพ้ เวียดนาม แต่ในส่วนของ Output เวียดนาม แซงไทยไปแล้วจริงๆ”

“ตรงนี้เองที่ทั้งหน่วยงาน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องมาร่วมกันคิดและตีโจทย์ให้แตกว่าการใช้ Input หรือ งบประมาณในการพัฒนางานวิจัยให้ได้ประโยชน์ ต้องมีเกณฑ์ ตัวชี้วัด มีการติดตาม แสดงผล เผยแพร่ ที่มีประสิทธิภาพ เมื่อนั้นเอง ที่เราจะสามารถทำให้ผลของงานวิจัยนั้นแสดงศักยภาพและขับเคลื่อนประเทศไทยได้อย่างแท้จริง”


ยังมีบทความนำเสนอแนวคิดสร้างสรรค์ เพื่อการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน ให้ได้อ่านกันเพิ่มเติม

5 ปีแห่งขวากหนามกับความในใจ ‘ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์’

คุยกับ ‘อภิชาต ทองอยู่’ ผู้ปั้นการศึกษาแบบ EEC Model สร้างอนาคตยุคใหม่ให้เด็กไทย

ผศ.ดร.เทอดเกียรติ ลิมปิทีปราการ มองปัญหาให้เป็นโอกาส พัฒนากำลังคนคุณภาพ ‘ระบบรางและรถไฟความเร็วสูง’ ของไทย