PropTech Sandbox พื้นที่ทดสอบนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยของ ‘Siri Ventures’ ซึ่งมี 3 สตาร์ทอัพกับ สวทช. ร่วมด้วย

142

ถ้ามอง CVC หรือ กองทุนสำหรับลงทุนด้านเทคโนโลยีองค์กรในกลุ่ม PropTech ที่โดดเด่นในประเทศไทยก็เห็นจะมีอยู่สองแบรนด์คือ ‘สิริ เวนเจอร์ส’ (Siri Ventures) ของ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ ‘เออร์บันเทค เวนเจอร์ส’ (UrbanTech Ventures) ของ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์

ในด้านความเคลื่อนไหวล่าสุด สิริ เวนเจอร์ส ออกมาเผยแผนทดสอบนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยใน SIRI VENTURES Private PropTech Sandbox รายแรกของไทยที่โครงการ T77

นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด (SIRI VENTURES) เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ 3 สตาร์ทอัพแห่งอนาคต AIROVR, Fling และ SoundEye เพื่อเข้าร่วมพัฒนาและทดลองใช้นวัตกรรมสำหรับการอยู่อาศัยแห่งอนาคต


เผยรายละเอียด 3 สตารท์อัพที่ร่วมพัฒนานวัตกรรม

  1. รถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Car) ภายใต้ความร่วมมือกับ AIROVR สตาร์ทอัพผู้พัฒนาระบบสำหรับรถยนต์ไร้คนขับสัญชาติไทย และ สวทช. ในฐานะหน่วยงานชั้นนำของประเทศในด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่

โดย AIROVR จะพัฒนาระบบที่จำเป็นสำหรับ “รถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับ” เพื่อขนส่งผู้โดยสารจากโครงการที่อยู่อาศัยไปยังรถไฟฟ้า (First Mile Transportation) และขนส่งจากรถไฟฟ้ากลับมายังโครงการที่อยู่อาศัย (Last Mile Transportation) ขณะที่ สวทช. จะช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่จำเป็น ได้แก่ 

  • ระบบ Drive-by-Wire การบูรณาการเซนเซอร์สำหรับรถยนต์ไร้คนขับ 
  • ระบบบ่งชี้ตำแหน่งและการนำทาง 
  • ระบบควบคุมและสั่งการ 
  • แผนที่ 3D ความละเอียดสูง เพื่อให้สามารถวิ่งได้จริงในโครงการ T77

“เรื่องการขนส่ง First Mile and Last Mile Transportation เริ่มเกิดขึ้นจริงแล้วในต่างประเทศ เรามองเห็นโอกาสที่จะร่วมส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงในไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายของการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิต โดยเริ่มต้นจากการนำร่องทดลองวิ่งเฉพาะภายในโครงการ T77 ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งถือเป็นการทดลองวิ่งรถยนต์ไร้คนขับเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในไทย” นายจิรพัฒน์กล่าว

  1. โดรน เดลิเวอรี (Drone Delivery) ภายใต้ความร่วมมือกับ Fling สตาร์ทอัพผู้พัฒนาโดรนสัญชาติไทย โดย Fling จะนำโดรนมาใช้ทดลองส่งสินค้าจาก Habito Mall ไปยังโครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริในพื้นที่โครงการ T77 แต่จะเริ่มทดลองได้หลังจากผ่านขั้นตอนขออนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

  1. การดูแลรักษาความปลอดภัย (Security) ภายใต้ความร่วมมือกับ SoundEye สตาร์ทอัพผู้พัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมเทคโนโลยีเรียนรู้เสียงต่างๆ เพื่ออาคารอัจฉริยะ (Smart Building) รายแรกของโลก ที่ผ่านมา ไมโครโฟนเซนเซอร์ของ SoundEye เข้าไปมีส่วนช่วยตรวจจับเสียงผิดปกติ อาทิ เสียงร้องขอความช่วยเหลือ เสียงน้ำรั่วซึม เสียงปืน ในอาคารประเภทต่างๆ มาแล้วหลายแห่งในสิงคโปร์ รวมถึงสนามบินชางฮี โดยจะเริ่มทดลองในพื้นที่โครงการ T77 ช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งถือเป็นการทดลองใช้ระบบของ SoundEye ครั้งแรกในโครงการที่อยู่อาศัย

“หากสามารถพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ได้จริงในอนาคต เราอาจเห็นรถยนต์ไร้คนขับ ไปจนถึงโดรนที่เป็น Air Taxi เข้ามา Disrupt เทรนด์การใช้ชีวิตให้มีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจุดประกายแนวทางยกระดับวงการขนส่งไทย ขณะเดียวกัน ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ให้แก่วงการอสังหาริมทรัพย์ไทย เพราะการเดินทางของผู้บริโภคจะสะดวกสบายมากขึ้น จนทำเลไม่ใช่ปัจจัยหลักของการเลือกที่อยู่อาศัย ดังนั้น การเป็นพันธมิตรระหว่าง สิริ เวนเจอร์ส สวทช. และสตาร์ทอัพทั้ง 3 ด้านในครั้งนี้ นับเป็นก้าวที่สำคัญ” จิรพัฒน์กล่าวย้ำ


สิริ เวนเจอร์ส ยังมีแผนลงทุนในสตาร์ทอัพอีก 4 ด้าน 

  1. เทคโนโลยีด้านการก่อสร้าง (ConsTech) ในสัดส่วน 20% ของงบลงทุน มุ่งเน้นเทคโนโลยีที่ช่วยควบคุมคุณภาพการก่อสร้าง (QC) 
  2. เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน (Sustainablity) ในสัดส่วน 30% มุ่งเน้นด้านการใช้ทรัพยากรอย่างฉลาดและการกำจัดของเสียที่มีประสิทธิภาพ
  3. เทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ (PropTech) ในสัดส่วน 20% มุ่งเน้นด้านรูปแบบการใช้ชีวิตแบบใหม่และ Tokenization
  4. เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยและสุขภาพ (LivingTech & HealthTech) ในสัดส่วน 30% มุ่งเน้นด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย โดยเฉพาะเรื่องการใช้เสียง ซึ่งปัจจุบันมีสตาร์ทอัพหลายรายที่ผ่านการพิจารณาจนถึงขั้นทดสอบความเป็นไปได้ (Proof of Concept)

ตามแผนการลงทุนในสตาร์ทอัพ 4 ด้านที่กล่าวมานี้ สิริ เวนเจอร์สจะดำเนินการภายในครึ่งปีหลังของปี 2562 ด้วยงบลงทุน 600 ล้านบาท ส่วนการลงทุนที่ผ่านมา สตาร์ทอัพหลายรายก็มีผลการดำเนินงานที่น่าพึงพอใจ อาทิ

  • Semtive สตาร์ทอัพผู้พัฒนากังหันลมพลังงานไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัย โดยเริ่มทยอยส่งมอบกังหันลมสำหรับใช้ในครัวเรือนมาให้บริษัทแล้ว
  • Neuron สตาร์ทอัพ e-Scooter สัญชาติสิงคโปร์ เริ่มให้บริการแล้วในโครงการดีคอนโด พิงค์ และขยายการให้บริการไปในพื้นที่พร้อมพงษ์-อ่อนนุช ตลอดจนในพื้นที่รอบตัวเมืองเชียงใหม่
  • OnionShack พัฒนา “น้องแสนรู้” หุ่นยนต์พนักงานคนใหม่ของแสนสิริ ที่จะเข้ามาตอบเรื่องนวัตกรรม ณ The Cloud ชั้น 3 สยามพารากอน

(จากซ้ายไปขวา) 1. ดร.ตัน โย้ว คี ประธานกรรมการ SoundEye, 2. ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), 3. นายอมเรศ ชุมสาย ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIROVR, 4. นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด, 5. นายไมเคิล บรูซ เคอรี่ ประธานกรรมการ Fling, 6. นายจีรวัฒน์ กุลทรัพย์อุดม Head of Ecosystem บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด

บทบาท สวทช. หน่วยงานภาครัฐที่ร่วมพัฒนาโครงการนำร่อง

ด้าน ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สำนักงานมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่มาอย่างต่อเนื่อง นับจากเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า จนมาถึงรถยนต์ไร้คนขับ นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม เพื่อผลักดันนโยบายและกฎระเบียบต่างๆ สนับสนุนและเตรียมความพร้อมประเทศไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับในอนาคตอันใกล้ อีกทั้งยังตระเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เช่น

  • ศูนย์เฉพาะทางด้านระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ 
  • ศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
  • ศูนย์ทดสอบรถยนต์ไร้คนขับที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi)

ความร่วมมือระหว่าง บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด และ AIROVR จึงเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีที่ สวทช. วิจัยและพัฒนา มาสาธิตการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง เพื่อประโยชน์แก่ภาคธุรกิจและภาคประชาชน รวมถึงการจัดทำ 3D Mapping ของโครงการ T77 ให้สามารถเชื่อมโยงกับ รถยนต์ไร้คนขับ ของ AIROVR และ โดรน เดลิเวอรี่ ของ Fling เพื่อนำไปใช้ในโครงการนำร่องได้อย่างเป็นรูปธรรม

“ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้ร่วมมือกับ สิริ เวนเจอร์ส และพันธมิตรสตาร์ทอัพ ทำให้โครงการนำร่องนี้เกิดขึ้นได้จริงเป็นครั้งแรกของไทย เพราะเรื่องรถยนต์ไร้คนขับและโดรน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว หลายๆ ประเทศกำลังศึกษาและพัฒนาทั้ง 2 เรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม หากวันนี้เรามีก้าวแรกที่ดี เชื่อว่าเรายังสามารถพัฒนาและประยุกต์รถยนต์ไร้คนขับและโดรนไปพลิกโฉมการใช้ชีวิตของผู้คนได้อย่างมหาศาล”  ดร.เจนกฤษณ์กล่าว


เสริมระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ต่อยอดทุกด้านเพื่อการอยู่อาศัย

สิริ เวนเจอร์ส ยังส่งเสริมระบบนิเวศสตาร์ทอัพและเชื่อมโยงกับพันธมิตรใหม่ โดยสร้างความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) มหาวิทยาลัยชั้นนำซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดของสตาร์ทอัพสิงคโปร์ ด้วยการพาสตาร์ทอัพที่โดดเด่นของไทยไปร่วมโชว์เคสและขึ้นพูดบนเวทีระดับภูมิภาค ทั้งยังส่งเสริมระบบนิเวศสตาร์ทอัพของไทยด้าน PropTech และ LivingTech ให้เข้าถึงโอกาสในระดับภูมิภาค และเปิดโอกาสให้พนักงานแสนสิริก้าวสู่การเป็นสตาร์ทอัพและเจ้าของธุรกิจ ดโดยการสนับสนุนทั้งด้านเวลา ทรัพยากร การให้คำปรึกษา และเงินทุนเบื้องต้นกว่าหลายล้านบาทต่อทีม ภายใต้โครงการ THE FOUNDER

สิริ เวนเจอร์สยังทำวิจัยและพัฒนา (Lab & Development) เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านอีกหลากหลายรูปแบบ เช่น Sansiri Home Service Application (HSA) ซึ่งมี Homestore แพลตฟอร์มออนไลน์แมกกาซีนที่ผู้อ่านสามารถซื้อสินค้าที่ชอบได้, การจับมือกับเครือสมิติเวช ขยายขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมด้านสุขภาพแก่ลูกบ้านผ่าน HSA, การให้บริการด้าน Payment เพื่อให้ลูกบ้านสามารถผ่อนดาวน์ตรงกับธนาคาร รวมไปถึงค่าส่วนกลาง โดยแพลตฟอร์มจะเชื่อมต่อกับแอปธนาคารโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น KPlus, SCB Easy

นอกจากนี้ บริษัทยังมีเป้าหมายที่จะติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศกว่า 60 พื้นที่ในโครงการทั่วประเทศ และยังมุ่งพัฒนา Smart Meter เพื่อให้ลูกบ้านสามารถตรวจสอบสถานะการใช้น้ำประปาและไฟฟ้าของตัวเองได้ตลอดเวลาอีกด้วย


อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์กับความเคลื่อนไหวในแง่มุมอื่นๆ

ภาครัฐ-เอกชน จับมือ พร้อมปรับตัวรับ ‘Energy disruption’ ด้วยนวัตกรรมพลังงานทดแทน

มาถูกทางแล้ว! Cambridge – Berkeley – Stanford จับมือ ภาครัฐ-เอกชนไทย ยกระดับนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้ (Tech Transfer) สู่คนไทย