Thailand IoT Industry Whitepaper : เผยการเติบโตและเบื้องลึกของ IoT ที่คนไทยควรรู้

252

ข้อมูลใน ‘Thailand IoT Industry Whitepaper’ จะทำให้ผู้อ่าน ผู้สนใจรู้เกี่ยวกับ Mobile IoT สมัยใหม่ และให้คำแนะนำได้ว่า ทำไมเราจึงควรใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ควรนำไปใช้เมื่อใด ใช้อย่างไร และเพื่อสนับสนุนตัวอย่างการใช้งาน (Use Case) ที่ครบวงจร ร่วมกับการเสนอแนวทางพัฒนาให้เป็นไปตามนโยบายและมาตรฐาน IoT ระดับชาติ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดก็สามารถนำข้อมูลในสมุดปกขาวเล่มนี้ไปใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจ พัฒนาเมืองจากเทคโนโลยี IoT ได้


อนาคตและอิทธิพลของ IoT ต่อเศรษฐกิจดิจิทัล

การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติง (Cloud Computing) บิ๊กดาต้าและการวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทาง ICT ซึ่งทำให้ IoT กลายเป็นแรงผลักดันหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจ

  • ต้นทุนของเซ็นเซอร์ IoT ลดลงทุกๆ ปี
  • ต้นทุนการประมวลผลคอมพิวเตอร์ลดลงไปถึง 70 เท่าจากอดีต

รายงานล่าสุดจาก GSMA Intelligence ระบุว่า ตลาด IoT จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2568 ขณะที่มูลค่าตลาดจะแตกต่างกันไปตามการเชื่อมต่อ แพลตฟอร์ม การใช้งานและบริการ  เมื่อถึงตอนนั้น จะมีการเชื่อมต่อ IoT เพิ่มขึ้นเป็น 2.5 หมื่นล้าน (ทั้งที่เป็นเครือข่ายมือถือและไม่ใช่เครือข่ายมือถือ) โดยแรงสนับสนุนหลักจะมาจากการเติบโตของตลาด IoT ในอุตสาหกรรม

มีการคาดการณ์ไว้ว่า ประเทศที่จะเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเทคโนโลยี IoT ทั้งในด้านการเชื่อมต่อและรายได้ว่าจะอยู่ในเอเชียแปซิฟิกเป็นส่วนใหญ่

บริการมืออาชีพด้าน IoT ซึ่งรวมถึงการบูรณาการระบบ (System Integration หรือ SI) บริการด้านการจัดการและให้คำปรึกษา จะครองส่วนแบ่งรายได้ถึง 27% จากรายได้ IoT สุทธิภายในปี 2568

GSMA Intelligence รายงานว่าการเชื่อมต่อ IoT ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 หมื่นล้านในปี 2568 Mobile IoT อย่าง NB-IoT (Narrowband IoT) และ LTE-M (Long Term Evolution for Machines) ได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ซึ่งกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว


เทคโนโลยี Mobile IoT

3rd Generation Partnership Project (3GPP) หน่วยงานมาตรฐานระดับโลก กำหนดชุดเทคโนโลยีเครือข่ายมือถือใหม่สำหรับ IoT ไว้ในปี 2559 โดยตั้งชื่อว่า Mobile IoT

  • Narrowband IoT (NB-IoT/LTE Cat-NB) เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีนี้ และเป็นเครือข่ายที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักพัฒนาและผู้ให้บริการโซลูชัน IoT ในการพัฒนาโอกาสด้านเทคโนโลยีให้กลายเป็นตัวอย่างการใช้งานเชิงพาณิชย์
  • LTE-M (eMTC/LTE Cat-M) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี IoT เครือข่ายมือถือใหม่ที่รองรับตัวอย่างการใช้งานด้วยอัตราการส่งข้อมูลที่เร็วขึ้นและความหน่วงเวลาต่ำ
  • NB-IoT และ LTE-M ส่งเสริมกันและกัน และเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนา IoT
  • NB-IoT จะมาพร้อมกับการครอบคลุมพื้นที่ในอาคาร การรองรับอุปกรณ์ความหน่วงต่ำจำนวนมาก การรับรู้ที่หน่วงเวลาต่ำ ค่าต้นทุนอุปกรณ์ที่ต่ำมาก การใช้พลังงานอุปกรณ์ต่ำ และโครงสร้างเครือข่ายที่ได้รับการปรับให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

สถาปัตยกรรมของ Mobile IoT

โซลูชั่น IoT พื้นฐานประกอบด้วยสถาปัตยกรรม ดังนี้

  • ระดับแรกคือ ระดับตรวจจับ (ระดับอุปกรณ์) เป็นขั้นแรกของการรับรู้โลกภายนอกและแหล่งข้อมูล IoT
  • ระดับต่อมาคือ ระดับเครือข่าย จะเป็นเหมือนท่อที่คอยส่งผ่านข้อมูล การเลือกเทคโนโลยีเครือข่ายที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อการสร้างเครือข่าย IoT ที่มีประสิทธิภาพ
  • ระดับสุดท้ายคือ ระดับการนำไปใช้งาน ซึ่งเป็นระดับที่ทำให้เกิดส่วนแบ่งมูลค่าทางการค้ามากที่สุด โดยสามารถสร้างมูลค่าจากข้อมูล IoT ได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการใช้คลาวด์คอมพิวติง บิ๊กดาต้า การวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีอื่นๆ

การเปรียบเทียบเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และข้อดีของ Mobile IoT

การให้บริการ Mobile IoT ต้องเป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับสากลและคลื่นความถี่ที่มีใบอนุญาต โดย NB-IoT และ LTE-M นั้นมีมาตรฐานที่เป็นไปตามความคาดหวังของลูกค้าในด้านการทำงาน ความเสถียร ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย ความคุ้มค่าคุ้มราคา และความสามารถในการให้บริการได้อย่างครอบคลุม ตารางด้านล่างแสดงถึงตัวบ่งชี้ทางเทคนิคของเทคโนโลยี IoT โดยลูกค้าสามารถเลือกโซลูชันที่เหมาะกับตนได้โดยอิงข้อมูลจากตารางนี้

ดังที่เห็นในตาราง NB-IoT มีข้อดีอยู่หลายประการ ซึ่งรวมถึงความครอบคลุมของเครือข่าย ประสิทธิภาพของคลื่นความถี่ อัตราการรับส่งข้อมูล การใช้พลังงาน และค่าใช้จ่ายสำหรับโมดูล ดังนั้น เมื่อใช้ LPWA จะเห็นว่า NB-IoT เป็นตัวเลือกที่เหนือกว่า 


ส่วนสำคัญในกลยุทธ์ของ 5G

ผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกกำลังเริ่มเปิดตัวบริการเครือข่าย NB-IoT และ LTE-M และนำมาใช้เป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์ 5G IoT ในระยะยาว โดย Mobile IoT นั้นมีความเกี่ยวข้องกับ Low Power Wide Area หรือ LPWA (ระบบที่ใช้พลังงานต่ำและมีความสามารถในการขยายสัญญาณให้ครอบคลุมได้ไกล) ซึ่งเป็นเครือข่าย IoT ที่ปลอดภัย ดำเนินการโดยผู้ให้บริการเครือข่าย และได้มาตรฐาน 3GPP ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงคาดหวังว่า 5G จะมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและช่วยขับเคลื่อนตัวอย่างการใช้งานที่มีแมชชีนเข้ามาช่วย การใช้ 5G จะช่วยให้เส้นทางของเทคโนโลยี 3GPP อย่างเช่น NB-IoT และ LTE-M ใกล้ความจริงมากขึ้นและกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว 5G

ตามรายงานในปี 2561: 

  • 5G NR mMTC จะไม่ครอบคลุมการใช้ระบบ LPWA
  • NB-IoT/LTE-M ที่มีอยู่ได้รับการพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของ 5G

ความคืบหน้าล่าสุดของ NB-IoT ในเดือนกรกฎาคม 2562:

  • ITU-R กำหนดไว้อย่างเป็นทางการว่า NB-IoT จะนำไปผสานรวมกับเทคโนโลยีที่มีโอกาสเป็น 5G และจะให้บริการร่วมกับ NR ในฐานะส่วนสำคัญของ 5G

Mobile IoT กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก

GSMA รายงานว่า นับจนถึงเดือนมิถุนายน 2562 มีการเปิดตัวเครือข่าย Mobile IoT เชิงพาณิชย์ (ทั้ง NB-IoT และ LTE-M) ไปแล้วกว่า 118 เครือข่าย คาดว่าการครอบคลุมของเครือข่ายจะเพิ่มขึ้นเป็น 93% ในตลาด IoT ที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2562 โดย ณ ตอนนี้ ประเทศจีนมีผู้ใช้ NB-IoT แล้วเกิน 50 ล้านคน และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จำนวนผู้ใช้จะเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านคน โดยราวๆ 10 ล้านคน จะเป็นผู้ใช้ระบบน้ำอัจฉริยะ ระบบก๊าซอัจฉริยะ เครื่องตรวจจับควัน และอุปกรณ์อื่นๆ 

use cases iot
Source : www.huawei.com

นอกจากประเทศจีนแล้ว ตลาด IoT ในภูมิภาคอื่นๆ ของโลกก็มีความคึกคักไม่แพ้กัน ในยุโรป โครงการมากมายต่างมีผู้ใช้งานไม่น้อยกว่า 100,000 ราย เช่น

  • โครงการ Connected Sheep ระบบติดตามตำแหน่งของแกะในฟาร์มในนอร์เวย์ 
  • มิเตอร์วัดพลังงานอัจฉริยะในสวีเดน
  • ระบบตู้จัดไฟล์เอกสารอัจฉริยะในเยอรมนี
  • ระบบจอดรถอัจฉริยะในเยอรมนีและเบลเยียม
  • ตู้คอนเทนเนอร์อัจฉริยะในออสเตรีย
  • ระบบควบคุมเครื่องทำน้ำอุ่นอัจฉริยะในเนเธอร์แลนด์

ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยนับว่าเป็นตลาดที่มีความตื่นตัวมากทีเดียว เพราะเริ่มมีโครงการที่สามารถนำไปต่อยอดได้ อาทิ

  • ระบบจักรยานยนต์สำหรับตำรวจ
  • ระบบจอดรถอัจฉริยะ
  • โปรแกรมติดตามตำแหน่งของนักเรียนเพื่อป้องกันภัยอันตราย

ในภูมิภาคอื่นๆ ก็ประสบความสำเร็จจากการพัฒนา NB-IoT ด้วยเช่นกัน ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกาล้วนใช้งานและพัฒนาเทคโนโลยี IoT ในวงกว้างกันแล้วทั้งสิ้น

พื้นฐานสำคัญสำหรับตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี IoT

การเชื่อมต่อ (Connectivity) ช่วยทำให้เกิดการรับรู้และการวัดผลเทคโนโลยีอย่างคลาวด์ ไอโอที บิ๊กดาต้า บรอดแบนด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่จะทรานสฟอร์มเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และตัวขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณาเพื่อประเมินและวัดผลกระทบของการเชื่อมต่อที่มีต่อเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศหนึ่งๆ 


นโยบายด้าน IoT ของรัฐบาลไทย

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังเร่งดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่จำเป็นเพื่อเปิดให้บริการ 5G ในราวปี 2563 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะรวมถึงโรดแมปการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อให้ครอบคลุมคลื่นที่หลากหลาย

กสทช.วางแผนจัดสรรคลื่นดาวน์ลิงก์และอัพลิงก์รวมจำนวน 380 เมกะเฮิร์ตซ์ ครอบคลุม 4 คลื่นความถี่ในราวปี 2563 ประกอบด้วย

  • คลื่นความถี่ 2600 MHz จำนวน 180 เมกะเฮิร์ตซ์ และคลื่นความถี่ 1800 MHz จำนวน 90 เมกะเฮิร์ตซ์ ในเดือนสิงหาคม 2561
  • คลื่นความถี่ 700 MHz อีก 90 เมกะเฮิร์ตซ์ ในราวปี 2563 

ทั้งนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพของโมบายบรอดแบนด์ให้ดีขึ้นจะเป็นตัวอย่างการใช้งาน (Use Case) ของเทคโนโลยี 5G ครั้งแรกในประเทศ ซึ่งจะตามมาด้วยตัวอย่างการใช้งาน IoT ที่ได้รับการพัฒนายิ่งขึ้น 

และภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อน IoT ในระดับประเทศผ่านการดำเนินงาน 4 โครงการสำคัญ ได้แก่ เมืองอัจฉริยะ​ นำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯ, เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา, ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ทั่วประเทศ และ โครงการที่อยู่ภายใต้ depa เช่น การสนับสนุนให้ SMEs ใช้ IoT ในการทำธุรกิจ

IoT Engine for Thailand 4.0


ข้อเสนอการพัฒนา Mobile IoT สำหรับประเทศไทย

  • คำแนะนำด้านการสนับสนุนนโยบาย IoT ของประเทศไทย

ในช่วงแรกของการพัฒนา IoT รัฐบาลสามารถที่จะกำหนดนโยบายสนับสนุนในด้านต่างๆ ดังนี้

  1. กำหนดแผนระยะยาวในด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City), การเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ และกำหนดให้การพัฒนา IoT เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
  2. ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยี IoT ในระยะต้น โดยเฉพาะการสนับสนุนทางด้านภาษี และนโยบายให้เงินอุดหนุน
  3. เมื่อพิจารณาด้านความปลอดภัยและการพัฒนาอย่างยั่งยืน Mobile IoT (NB-IoT) เป็นตัวเลือกหลักสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและมาตรฐานการครองชีพของประชาชนให้ดีขึ้น
smart cities roadmap thailand
โรดแมปแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะในไทย ตั้งแต่ปี 2018 – 2021
  • คำแนะนำด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทย

สำหรับการใช้งานด้านความปลอดภัยของประเทศ เช่น ความปลอดภัยสาธารณะ การขนส่ง และระบบไฟฟ้า บริการของ IoT ต้องใช้คลื่นความถี่เฉพาะ Mobile IoT (NB-IoT) จึงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับอุตสาหกรรมเหล่านี้

ส่วนด้านเศรษฐกิจของประเทศและมาตรฐานการครองชีพของประชาชน รวมไปถึงการสื่อสารระยะไกล เช่น มาตรวัด การเกษตร ระบบเฝ้าติดตาม และโลจิสติกส์ ต้องมีการจัดสรรคลื่นที่ได้รับอนุญาตสำหรับบริการ IoT และต้องใช้โซลูชันความปลอดภัยระดับผู้ประกอบการโทรคมนาคมเพื่อป้องกันดาต้าและเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

สนใจอ่านสมุดปกขาวฉบับเต็ม ดาวน์โหลดได้ที่ www.huawei.com/minisite/iot/pdf/thailand_iot_white_paper.pdf


ติดตามเรื่อง IoT อยู่ใช่ไหม บทความเหล่านี้ก็น่าสนใจนะ

ถอดรหัสความสำเร็จ IoT ขับคลื่อน Smart Agriculture สู่ยุค 4.0 ได้อย่างไร ?

‘IoT Smart Meter’ มิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ นวัตกรรมที่พัฒนาโดย มจพ. และเอไอเอส

ฮิตาชิผุดศูนย์ ‘Lumada’ พี่เลี้ยง IoT นอกญี่ปุ่น ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย บนพื้นที่ EEC