ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินคำว่า ‘อาร์เซ็ป’ อยู่บ่อยๆ อาร์เซ็ปคืออะไร สำคัญต่อประเทศไทยแค่ไหน เกี่ยวอะไรกับเทรดวอร์ และ ทำไมจึงต้องไปให้ถึง
ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ อาร์เซ็ป (RCEP) เป็นความตกลงการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรกว่า 3,560 ล้านคน หรือเกือบครึ่งของประชากรโลก มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 11.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 30% ของมูลค่าการค้าโลก
อาร์เซ็ป ประกอบด้วยสมาชิก 16 ประเทศ คือ อาเซียน 10 ประเทศ และคู่เจรจา 6 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
เขตการค้าเสรีใหญ่สุดในโลก
อาร์เซ็ป ถือเป็นกลุ่มการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จึงมีข้อตกลงในรายละเอียดปลีกย่อยมากมายหลายด้าน การเจรจาแต่ละครั้งมีทั้งเรื่องที่ตกลงกันได้และตกลงกันไม่ได้ โดยกรอบการเจรจามีทั้งหมด 20 เรื่อง อาทิ การเปิดตลาดการค้าสินค้า, การค้าบริการ, การลงทุน, ทรัพย์สินทางปัญญา, การจัดซื้อโดยรัฐ, กฎถิ่นกำเนิดสินค้า, นโยบายการแข่งขัน
ที่ผ่านมาการเจรจาสำเร็จแล้ว 7 เรื่อง เหลืออีก 13 เรื่องต้องเจรจาให้จบภายในปีนี้

ชูธงปิดดีลภายในปีนี้
โดยการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนสมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 21-22 มิ.ย. 2562 ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่กรุงเทพฯถือว่ามีข่าวดีเพราะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนทั้ง 10 ประเทศมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อการเจรจาอาร์เซ็ปให้สรุปผลในปีนี้ตามที่ผู้นำตั้งเป้าหมายไว้ เนื่องจากปัจจุบัน โลกอยู่ท่ามกลางความตึงเครียดและความไม่แน่นอนทางการค้า การสรุปผลการเจรจาให้ได้ตามกำหนด จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น เสริมสร้างความเข้มแข็ง และความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในภูมิภาคของอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาทั้ง 6 ประเทศ
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด 13 เรื่องที่ยังคั่งค้าง ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นแล้ว 4 เรื่อง คือ
- 1. นโยบายการแข่งขันทางการค้า
- 2. การระงับข้อพิพาททางการค้า
- 3. การเปิดตลาดบริการในสาขาโทรคมนาคมและการเงิน
- 4. การค้าขายผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี–คอมเมิร์ซ)
การประชุมในปีนี้ยังเหลืออีก 3 ครั้งคือ การหารือในระดับคณะเจรจาที่เวียดนาม และการเจรจาระดับรัฐมนตรีอีก 2 ครั้งที่ประเทศไทย
ประเดิมงาน รมต.ป้ายแดง
เมื่อวันที่ 1-3 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้นำคณะผู้แทนไทยเดินทางเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ป สมัยพิเศษ ครั้งที่ 8 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นการประชุมระหว่างประเทศนัดแรกหลังเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

การประชุมรอบนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะหาทางออกในประเด็นที่ยังค้างอยู่บนโต๊ะเจรจา เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย และปิดรอบให้ได้ตามกำหนด ไทยในฐานะประธานอาเซียน นับว่ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนดังกล่าว
“ผู้นำอาเซียนให้ความสำคัญใน 13 ประเด็นเศรษฐกิจยังค้างคา ทุกคนมีความตั้งใจว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปีนี้” นายจุรินทร์กล่าว
เป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง
หลังจากประชุมระดับรัฐมนตรีที่ปักกิ่งแล้ว สมาชิกอาร์เซ็ปจะมีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสอีก 1 ครั้งในเดือนตุลาคมนี้ที่ประเทศเวียดนาม และการประชุมระดับรัฐมนตรีอีก 2 ครั้ง ในเดือนกันยายนและเดือนตุลาคม 2562 ที่กรุงเทพฯ
คาดว่าบรรยากาศการประชุมอาร์เซ็ปจะทวีความเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากทุกประเทศจะใช้ความพยายามในการหาทางออกร่วมกัน และแสดงความยืดหยุ่นเพื่อสรุปผลการเจรจาให้สำเร็จตามเป้าหมายในปีนี้
หากการเจรจาอาร์เซ็ปสำเร็จและมีผลบังคับใช้ จะกลายเป็นความตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่การค้าระหว่างประเทศของสมาชิกทั้ง 16 ประเทศ ท่ามกลางวิกฤตสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่ยังหาทางออกไม่ได้
รวมถึงเพิ่มโอกาสการส่งของไทยไปยังอาร์เซ็ปโดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มรถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบเม็ดพลาสติกน้ำมันสำเร็จรูปเครื่องคอมพิวเตอร์เคมีภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ยางยางพาราเครื่องจักรกลเหล็ก
นั่นคือเป้าหมายของอาเซ็ปที่ต้องไปให้ถึง!!!











