‘เซี่ยงไฮ้ 5G’ ว่าที่เมืองหลวงเทคโนโลยีครบวงจรระดับโลก

270

เอ่ยถึง มหานครเซี่ยงไฮ้ ในตอนนี้ หลายคนคงนึกภาพออกถึงเมืองทันสมัยที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เนื่องด้วยทางการจีนกำหนดให้ ‘นครเซี่ยงไฮ้’ เป็นเมืองนำร่องและเดินหน้าพัฒนาเป็น ‘ศูนย์กลางของโลกด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม’ (Global center for technology and innovation) ภายในปี 2563 ให้ได้ ที่ผ่านมา นครเซี่ยงไฮ้ จึงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางรากฐานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครอบคลุมทุกด้าน รวมถึงการกำหนดให้มหานครแห่งนี้เป็นเมืองต้นแบบอันดับต้นๆ ของจีนที่เริ่มก้าวเข้าสู่ยุค 5G โดยการประยุกต์ใช้เครือข่าย 5G ในภาคอุตสาหกรรมและสถานที่ต่างๆ เพื่อเนรมิตให้ ‘เซี่ยงไฮ้ 5G’ เป็นว่าที่เมืองหลวงเทคโนโลยีครบวงจรแห่งใหม่ระดับโลก ตามเป้าที่ตั้งไว้

ณ วันนี้ มีหลากหลายโปรเจกต์ที่ประเทศจีนได้เดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนให้มหานครแห่งนี้ เข้าใกล้การขนานนามว่า ‘เซี่ยงไฮ้ 5G’ จากบทความเรื่อง “อุตสาหกรรม 5G ในนครเซี่ยงไฮ้” โดย นางสาวพรฤทัย ศักดิ์สกุลพร ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ (เผยแพร่ในเว็บไซต์ Thaibizchina.com 11 JUN 2019) ได้ฉายภาพให้เราได้เห็นชัดเจนขึ้น ถึงแนวทางการพัฒนามหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นต้นแบบที่ดีของการร่วมมือกันทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าเมืองไปสู่ความทันสมัยอย่างสร้างสรรค์


เขตหงโข่ว นครต้นแบบพัฒนาเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เขตหงโข่ว นครเซี่ยงไฮ้ ร่วมกับบริษัท China Mobile Communications ทดลองใช้เครือข่าย 5G ครั้งแรกของจีน ซึ่งมีความเร็ว 1 กิกะไบต์ และเป็นหนึ่งในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เร็วที่สุดในโลก โดย นายจาง เจี้ยนหมิง รองผู้อำนวยการ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสารสนเทศนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Municipal Commission of Economy and Informatization) ระบุว่า เขตหงโข่วจะมีการจัดตั้งสถานี 5G จำนวน 10,000 สถานี ภายในสิ้นปี 2562 และจะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 สถานีทั่วนครเซี่ยงไฮ้ภายในปี 2564

ทางการจีนคาดหวังว่า เครือข่าย 5G จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมการผลิตด้านยานยนต์อัจฉริยะ การรักษาทางการแพทย์ระยะไกล การจัดการชุมชนเมือง และการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศที่เร็วรวดมากขึ้น ทั้งนี้ จีนจะเริ่มออกใบอนุญาต 5G หลังจากปีนี้ ซึ่งเมื่อมีการใช้งานเครือข่าย 5G ทั่วประเทศ ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเครือข่ายได้ด้วยซิมการ์ดของเบอร์โทรศัพท์มือถือตนเอง และต้องเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่ที่รองรับ 5G ด้วย


ขับเคลื่อน โรงพยาบาล 5G ในนครเซี่ยงไฮ้

โรงพยาบาล Shanghai General ได้ตกลงร่วมมือกับบริษัท China Mobile Communications สาขานครเซี่ยงไฮ้ ในการก่อตั้งศูนย์รักษาพยาบาล 5G เมื่อเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยมีการวางแผนว่า ทางโรงพยาบาลจะใช้เทคโนโลยี 5G จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านการบริการ การติดตามการรักษา การศึกษา การสื่อสาร การให้คำปรึกษาระยะไกล และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

นอกจากนี้ เทคโนโลยี 5G ยังช่วยในการสื่อสารระหว่างแพทย์ในรถฉุกเฉินกับทางโรงพยาบาลและการรับส่งข้อมูลของผู้ป่วยแม้จะยังอยู่บนรถฉุกเฉิน เพื่อการเข้าถึงข้อมูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในขณะนั้น และการส่งภาพได้อย่างรวดเร็วภายในเสี้ยววินาที เพราะการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น “ทุกวินาที คือชีวิต” ซึ่งเมื่อเทคโนโลยี 5G เข้ามามีบทบาทในการแพทย์มากขึ้น ก็จะส่งผลให้การรักษามีความคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้น สามารถรักษาชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินได้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา


มหาวิทยาลัยแห่งแรกในจีน ที่พัฒนาภายใต้คอนเซปต์ เซี่ยงไฮ้ 5G

มหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ นครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai University of Engineering Science) จะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในจีนที่ใช้เครือข่าย 5G

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2561 ที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ตกลงร่วมมือกับ บริษัท China Unicom สาขานครเซี่ยงไฮ้ ในด้านการศึกษา การค้นคว้าวิจัย และการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยี 5G

โดยโปรเจกต์นี้ใช้เวลา 4 เดือน ในการติดตั้งเครือข่าย 5G ครอบคลุมพื้นที่การเรียนการสอนและพื้นที่การวิจัยหลักของมหาวิทยาลัย อีกทั้งมีห้องปฏิบัติการที่นำเทคโนโลยี 5G ไปใช้ในเชิงอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ คือ หนึ่ง ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ สอง การเข้าและถอดรหัสวิดิโอความละเอียดสูงพิเศษ สาม การคุ้มครองลิขสิทธิ์ดิจิทัล และ สี่ Big data ในเครือข่าย 5G และส่งเสริมความสามารถในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฯ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฯ ยังตั้งเป้าที่จะใช้เครือข่าย 5G ในการสร้างวิทยาเขตอัจฉริยะ ซึ่งประกอบด้วยห้องสมุดและห้องเรียน 5G อีกด้วย


เปิดต้นแบบประยุกต์ใช้ 5G ในอุตสาหกรรมรถยนต์จีน

เนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศจีนในตอนนี้ เข้าสู่ยุคที่ยานพาหนะเชื่อมต่อกับระบบอัจฉริยะและการพัฒนาเทคโนโลยี 5G เชิงพาณิชย์แล้ว โดยในงาน Mobile World Conference ที่จัดขึ้น ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัท Zhejiang Geely Holding Group ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่กับบริษัท Qualcomm ของสหรัฐฯ และบริษัท Gosuncn Technology Group ของจีน เพื่อผลิตรถยนต์โดยใช้ 5G ร่วมกับ C-V2X ซึ่งใช้เทคโนโลยีไร้สายช่วยในการสื่อสารระหว่างยานพาหนะ ผู้ขับขี่ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจร และคาดว่าจะจำหน่ายสู่ตลาดในปี 2564

โดยรถยนต์รุ่นใหม่ของ บ. Geely เป็นรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีการทำงานด้วยตนเองได้อย่างอิสระ (autonomous technology) ในระดับที่สาม ทั้งนี้ ผู้เขียนบทความได้อธิบายถึงระดับของเทคโนโลยีการทำงานด้วยตนเองได้อย่างอิสระว่ามี 3 ระดับ คือ ระดับหนึ่ง ถึง ระดับสอง “ไม่ต้องใช้มือจับ (hand off)” ต่อมาเป็นระดับสอง ถึง ระดับสาม “ไม่ต้องมอง (eyes off)” โดยยานพาหนะจะจัดการกับสถานการณ์ที่ต้องการการตอบสนองทันที แต่ผู้ขับขี่ก็ยังต้องเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปแทรกแซงในบางช่วงเวลาที่จำกัด และที่สุดแล้ว คือ ระดับสาม ถึง ระดับห้า เป็นระดับมาตรฐานสูงสุด ที่ไม่จำเป็นต้องมีการควบคุมจากมนุษย์

ปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีนก็กำลังพยายามเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอยู่เช่นกัน โดยผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมก็มีความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะร่วมมือกับบริษัทด้านเทคโนโลยี พัฒนารถยนต์อัจฉริยะ อาทิ บริษัท Changan Automobile ร่วมมือกับ บริษัท Huawei เมื่อเดือนมกราคม ในการก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมสำหรับเครือข่ายรถยนต์ 5G และเทคโนโลยี Cellular Vehicle-To-Everything (C-V2X) 

ทั้งนี้ จีนตั้งเป้าที่จะมีรถยนต์อัจฉริยะที่มีฟังก์ชันทำงานด้วยตนเองได้อย่างอิสระที่ร้อยละ 50 ของรถยนต์ใหม่ที่จะจำหน่ายในจีนในปี 2563 โดยบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาด IDC คาดการณ์ว่า จีนจะกลายเป็นตลาด Internet of Things ที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2565 โดยมีรายได้ 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีได้ไม่ยาก


ใช้ 5G เสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทหัวเว่ย ได้จัดการประชุม The 2019 Huawei Global Analyst Summit ภายใต้หัวข้อ “Building a Fully Connected, Intelligent World” โดยร่วมกับนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมและการเงินมากกว่า 680 คน รวมทั้งบุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิด (key opinion leaders) และตัวแทนสื่อจากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ โทรคมนาคม อินเทอร์เน็ต การเงิน ซึ่งได้เข้าร่วมอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการสร้างโลกที่เชื่อมต่ออย่างชาญฉลาดและเต็มรูปแบบด้วยนวัตกรรมที่ต่อเนื่อง

หัวเว่ย

นายหู โห้วคุน // www.huawei.com

ในการประชุมดังกล่าว นายหู โห้วคุน (胡厚崑) รองประธานกรรมการบริษัทหัวเว่ย ได้กล่าวถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมและกลยุทธ์ของบริษัทฯ ว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) กำลังเผชิญกับโอกาสในการพัฒนาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

โดย 5G ถูกปรับใช้เร็วกว่าที่คาดไว้มาก และการพัฒนาอุปกรณ์ 5G นั้นมีความสอดคล้องกับการพัฒนาเครือข่าย 5G เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยหัวเว่ยคาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้ 5G จำนวน 2.8 พันล้านคนทั่วโลกภายในปี 2568

ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะพัฒนาเครือข่ายที่ไม่ซับซ้อน มีประสิทธิภาพ และมีความอัจฉริยะ เพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลในอนาคต

บริษัทหัวเว่ยกำลังเข้าสู่ยุค “Innovation 2.0” ซึ่งเป็นยุคที่จะมีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์เชิงทฤษฎี ทั้งนี้ หัวเว่ยมีการลงทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยทางวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน และนวัตกรรมในแต่ละปีกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการวิจัยของหัวเว่ย ขณะเดียวกัน หัวเว่ยก็วางแผนว่าจะทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงทฤษฎี เทคโนโลยีพื้นฐาน และเป็นแนวทางสำหรับอุตสาหกรรมต่อไป


ที่มา :


ติดตามพัฒนาการไร้ขีดจำกัดในแดนมังกร แบบครบทุกแง่มุม

ชี้ช่องนักธุรกิจไทย บุกวงการ ‘อีคอมเมิร์ซจีน’ ด้วยกลยุทธ์ Digital Marketing 4.0 ฉบับอัปเดต

สงครามการค้า จีน-อเมริกา ฝันสว่างหรือทางมืด หลังเวที G20

มังกรสยายปีก ‘จีนจะเอาชนะอเมริกา’ เดินหน้าแผนสร้างสนามบินหลายร้อยแห่ง หวังเป็นผู้นำอุตสาหกรรมการเดินทางทางอากาศ ของโลก