‘ฮ่องกง’ ท็อป 5 ตลาดส่งออกสินค้าไทย ออเดอร์ ‘ข้าวหอมมะลิ’ 2 แสนตันต่อปี เปิด FTA ต่อยอด

243

แม้สถานการณ์ในฮ่องกงเวลานี้จะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน มีความปั่นป่วนทั่วเกาะ แต่ ‘ฮ่องกง’ ยังเป็นตลาดสำคัญของสินค้าไทย เป็นผู้ซื้อข้าวหอมมะลิอันดับ 1 ในเอเชีย ท่ามกลางความสัมพันธ์ทางการค้าที่แนบแน่น และเปิดกว้างมากขึ้นทุกขณะ


ฮ่องกง คู่ค้าสำคัญของไทย

ฮ่องกงถือเป็นคู่ค้าที่สำคัญของอันดับที่ 5 ของไทย โดยในปี 2018 ไทยส่งออกสินค้าไปฮ่องกง จำนวน 12,563 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 389,453 ล้านบาท ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ร้อยละ 12 ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างฮ่องกงกับอาเซียนในปีที่ผ่านมามีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 11

หากยังจำกันได้ เมื่อวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2562 นางแครี่ หล่ำ (Carrie Lam) ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง พร้อมด้วยคณะภาครัฐและเอกชนได้เดินทางมาประเทศไทย เพื่อเปิดสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง หรือ Hong Kong Economic and Trade Office (HKETO) ที่กรุงเทพฯ สะท้อนว่าฮ่องกงได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน จึงได้ให้ความสำคัญในการเข้ามาเปิดสำนักงาน HKETO ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยในด้านการค้าและการลงทุนในสายตาของผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศ ส่งผลดีต่อการขยายการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจอื่นๆ ตามมา

gnews.apps.go.th

MOU การค้าการลงทุน 4 ฉบับ

นอกจากนี้ยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย จำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย ความร่วมมือด้านการพัฒนา Start Up และ การจัดตั้ง Smart City ซึ่งเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนและประสานงานของกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่

  • 1)  Innospace (Thailand) กับ HKTDC
  • 2) Innospace (Thailand) กับ Hong Kong Cyberport
  • 3) Innospace (Thailand) กับ Ho & Partners Architects Engineers & Development Consultants Limited (HPA)
  • 4) เป็นการลงนามระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กับ HKTDC เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสด้านการลงทุน และการจัดกิจกรรมชักจูงการลงทุนระหว่างทั้งสองฝ่าย

ตลาดใหญ่ข้าวหอมมะลิ

ฮ่องกงยังเป็นตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิอันดับ 2 ของไทยรองจากสหรัฐอเมริกา ด้วยส่วนแบ่งการตลาดกว่าร้อยละ 65 หรือมากกว่า 2 แสนตัน/ปี ซึ่งต้องยอมรับว่าการเติบโตของตลาดข้าวหอมมะลิไทยในฮ่องกงถือเป็นการเจาะกลุ่ม Niche Market ที่ต้องการบริโภคข้าวชั้นดี นอกจากการเจาะตลาดผู้บริโภคในฮ่องกงแล้ว ยังสามารถส่งต่อไปยังตลาดจีน เนื่องจากผู้บริโภคชาวจีนแผ่นดินใหญ่ส่วนใหญ่มองว่าชาวฮ่องกงเป็นกลุ่ม Trend Setter เมื่อสินค้าหรือบริการเข้าสู่ตลาดฮ่องกงได้ก็มีแนวโน้มว่าจะสามารถเจาะตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ได้เช่นกัน

นอกจากข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นสินค้าที่ฮ่องกงมีความต้องการนำเข้าจากไทยในปริมาณที่สูงมากแล้ว ยังมีสินค้าอีกหลายชนิดที่ฮ่องกงนำเข้าเพื่อบริโภคภายในประเทศและส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 โดยเฉพาะประเทศจีน  ซึ่งสินค้าอาหารของไทยที่ส่งออกอันดับต้นๆ ได้แก่ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง ผลไม้อบแห้ง ไก่ กุ้ง น้ำพริก อาหารสำเร็จรูป/บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวที่ทำจากถั่วและข้าว ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว เช่น กะทิผง น้ำมะพร้าวอัดแก๊ส (Sparkling Coconut Water) และ ไอศกรีม เป็นต้น


FTA เพิ่มช่องทางตลาด

ในช่วงที่ผ่านมา ฮ่องกงขอให้ไทยเป็นผู้ผลักดันการเจรจาการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง ซึ่งประโยชน์ที่ไทยจะได้คือการใช้ฮ่องกงเป็นประตูเชื่อมไปยังตลาดจีนและตลาดโลก ซึ่งความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–ฮ่องกง (AHKFTA) และ ความตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างอาเซียน-ฮ่องกง (AHKIA) มีผลบังคับใช้แล้ว คือความตกลง AHKFTA มีฮ่องกง เมียนมา สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม แจ้งความพร้อมใช้ความตกลงมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.62 ที่ผ่านมา ส่วนความตกลง AHKIA มีฮ่องกง สปป. ลาว เมียนมา สิงคโปร์ และไทย มีผลใช้บังคับวันที่ 17 มิ.ย.62 ซึ่งประเทศที่เหลือจะทยอยเข้ามาร่วม

ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย โดยในด้านการค้า สินค้าอาเซียนจะได้ประโยชน์จากการที่ฮ่องกงตกลงว่าในอนาคตจะไม่ขึ้นภาษีสินค้า ซึ่งปัจจุบันฮ่องกงเก็บภาษีอัตรา 0% ทุกรายการภายใต้ AHKFTA ส่วนฮ่องกงจะได้ประโยชน์จากการที่อาเซียนลดภาษีศุลกากรให้สินค้านำเข้าจากฮ่องกงในอัตราภาษีที่ต่ำลง

ด้านบริการ ฮ่องกงได้เปิดตลาดภาคบริการให้อาเซียนมากกว่าที่ผูกพันภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) โดยเฉพาะการเปิดตลาดบริการเพิ่มเติมตามที่ไทยเรียกร้องในสาขาบริการด้านการผลิตเนื้อหารายการแก่ผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ โดยไทยสามารถถือหุ้นได้ 100% แบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาดังกล่าวจะสามารถเข้าไปดำเนินธุรกิจได้อย่างครบวงจรในฮ่องกง

ขณะที่ด้านการลงทุน ความตกลง AHKIA จะให้การคุ้มครองการลงทุนของอาเซียนและฮ่องกง เช่น มีกระบวนการยื่นขออนุมัติการลงทุนที่สะดวกขึ้น ได้รับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านกฎระเบียบของฮ่องกงมากขึ้น ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนฮ่องกงที่มาลงทุนในไทยและนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในฮ่องกง

ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมและเตรียมการใช้ประโยชน์จากความตกลงเอฟทีเอทั้ง 2 ฉบับ เพื่อสร้างโอกาสในการขยายการค้า การลงทุน และ ภาคบริการของไทยเข้าสู่ตลาดฮ่องกง


‘ฮับ’ การเงิน-โลจิสติกส์แห่งเอเชีย

เนื่องจากฮ่องกงเป็นเมืองที่เปิดให้ประกอบธุรกิจได้อย่างเสรี ไม่มีกฎเกณฑ์ควบคุมเข้มงวด มีนโยบายเน้นหนักไปในทางส่งเสริมให้การค้าเจริญก้าวหน้าอย่างเสรี กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าการลงทุนของฮ่องกงจึงโปร่งใสและเอื้อต่อการทำธุรกิจ มีบริษัทด้านการค้า การลงทุน การเงิน เข้าไปตั้งสาขามากมายเพื่อกระจายสินค้าไปทั่วโลก

ไม่ว่าสถานการณ์ในฮ่องกงวันนี้จะเป็นอย่างไร แต่ฮ่องกงยังเป็นศูนย์กลางการเงินและโลจิสติกส์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียและของโลก มีท่าเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์มากที่สุดอันดับ 3 ของโลกรองจากเซี่ยงไฮ้และสิงคโปร์ รวมถึงการขนส่งทางอากาศชั้นนำระดับโลก

นั่นคือความเรืองรองของฮ่องกงที่รอวันกลับมา!!!