คำว่า “ซาวเบ๊า” ถือเป็นสแลงคำหนึ่งซึ่งคนไทยใช้เรียกเครื่องฟังเพลงชนิดพกพา
“ซาวเบ๊า” มีที่มาจากคำว่า Sound About ซึ่งก็เป็นคำที่สแลงมาอีกทีจากคำว่า Stow Away โดยอันที่จริงแล้ว Sound About มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Walkman
และ Walkman ก็เป็นชื่อรุ่นของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อ SONY ที่แน่นอนอยู่แล้วว่า คนช่างคิด ประดิษฐ์ “ซาวเบ๊า” หรือ Walkman ต้องเป็น “คนของ SONY”
เมื่อเอ่ยถึงชื่อ SONY แล้ว เราไปย้อนดูรากฐานของ SONY กันสักหน่อย
SONY เป็นชื่อบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศญี่ปุ่น ที่ครองตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งในญี่ปุ่น เอเชีย โดยเฉพาะไทย รวมไปถึงแทรกตัวในยุโรป ออสเตรเลีย โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา

คุณสมบัติพื้นฐานของเครื่องใช้ไฟฟ้าจากญี่ปุ่นก็คือ ราคาถูก รูปลักษณ์สวย สมรรถนะดี ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ครบถ้วนในราคาที่รับได้
ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากญี่ปุ่น ออกตะลุยตีตลาดยักษ์ใหญ่จากยุโรปและอเมริกาจนพังพินาศไปหลายแบรนด์ สร้างมูลค่าให้ประเทศญี่ปุ่นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ว่าจะทั้ง SONY หรือแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ของญี่ปุ่น
เป็นที่น่าสังเกตว่า SONY ไม่ลงไปเล่นในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เช่น เครื่องดูดฝุ่น ตู้เย็น หรือเครื่องซักผ้า
เพราะ SONY ก่อร่างสร้างตัวจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท “ตาดูหูฟัง” ของญี่ปุ่น จนกลายเป็นบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมบันเทิง
ด้วยการซื้อบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ Columbia และ Tri Stars ของฮอลลีวูดในธุรกิจภาพยนตร์ รวมถึง BMG Columbia RCA และ Epic ในอุตสาหกรรมดนตรี เพื่อนำธุรกิจ Content ดังกล่าวมาต่อยอดให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าของตน

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรับโทรทัศน์ Trinitron ที่มีจุดเด่นเรื่องความคมชัด กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดีโอ เครื่องเล่นวิดีโอ DVD Blu-ray และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ “เครื่องเสียง”
ที่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรับวิทยุ เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตต์ หรือเครื่องเล่น Audio CD และ MiniDisc ซึ่ง SONY นั้น ถือว่าเป็นเจ้ายุทธจักรเครื่องเสียงระดับกลางหรือ Hi-fi ที่สนนราคาไม่แพง แต่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าเครื่องเสียงระดับบนคือ Hi-end

รวมถึงการสร้างตำนานวิดีโอเกม PlayStation เพื่อเป็นคู่แข่งกับยักษ์ใหญ่ Nintendo เจ้าตลาดวิดีโอเกมเสียบโทรทัศน์ ซึ่งเป็นบริษัทเกมสัญชาติญี่ปุ่นเหมือนกัน
และแม้กระทั่ง เมื่อ SONY ขยับเข้ามาจับตลาด ICT ด้วยการผลิต Computer Notebook ยี่ห้อ Vaio ก็ทำท่าว่าจะแข่งกับ Macbook เครื่อง Computer Notebook ของ Apple Macintosh ได้ ทว่า ก็สู้ไม่ได้ และขายแบรนด์ Vaio ออกไปในที่สุด


ในเวลาต่อมา เมื่อ SONY เล็งเห็นแล้วว่าตลาดโทรศัพท์มือถือเป็นธุรกิจที่มีอนาคต จึงไปซื้อกิจการ Ericsson แบรนด์โทรศัพท์มือถือชั้นนำในยุคนั้น กลายเป็นมือถือ SONY Ericsson ทว่า ก็เหมือนเดิม คือ ไม่ประสบความสำเร็จดังที่หวัง
กลับมาที่ “ซาวเบ๊า” ของเรากันต่อ
อย่างที่กล่าวไป ว่า “ซาวเบ๊า” นั้นก็คือ Sound About ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Walkman
และ Walkman ก็เป็นชื่อรุ่นของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อ SONY ที่แน่นอนอยู่แล้วว่า คนช่างคิด ประดิษฐ์ “ซาวเบ๊า” หรือ Walkman ต้องเป็น “คนของ SONY”
เขาคนนั้นมีชื่อว่า Nobutoshi Kihara
ตอนที่คิดค้น Walkman นั้น Nobutoshi Kihara ทำงานในตำแหน่งวิศวกรของ SONY ในยุคทศวรรษ 1970 ซึ่งต้องเดินทางไปประชุมที่โน่นที่นี่ โดยเฉพาะในต่างประเทศเพื่อค้นคว้าวิจัย และเปิดตลาดใหม่ให้กับ SONY

การที่ต้องนั่งเครื่องบินข้ามทวีปเป็นเวลาหลายชั่วโมง และด้วยความที่ Nobutoshi Kihara เป็นคนที่หลงใหลในเสียงดนตรี เขาจึงคิดอยากนำเทปเพลงม้วนโปรดขึ้นเครื่องมาฟังด้วย Nobutoshi Kihara จึงเริ่มคิดประดิษฐ์ Walkman ขึ้น
Walkman รุ่นแรกที่ประเดิมออกวางตลาดในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1979 คือ TPS-L2 ซึ่งปัจจุบันเป็นรุ่นที่หายากมากในตลาดมือสอง ว่ากันว่า ราคาซื้อขายในฐานะของสะสมแตะอยู่ที่เลข 6 หลักเลยทีเดียว
รูปลักษณ์ของ TPS-L2 ถือเป็นสุดยอดประดิษฐกรรมในระดับนวัตกรรมของยุค 70 เพราะเป็นการย่อส่วนเครื่องรับวิทยุแบบตั้งโต๊ะขนาดใหญ่ดั้งเดิมของ SONY ที่มีชุดเล่นเทปชนิด 2 หัวซึ่งสามารถอัดเสียงทั้งจากเทป 1 และเทป 2 หรือที่เรียกว่า “ถ่ายเทป” และบันทึกเสียงจากวิทยุได้ อีกทั้งยังมีลำโพงขนาดมหึมาอีก 2 ดอก
โดย TPS-L2 ได้ตัด Function อัดเสียงออกไป จึงเหลือหัวเทปเดี่ยว และตัดลำโพงออก แปลงเป็นหูฟังขนาดเล็กแบบครอบเฉพาะหูเจ้าของเครื่อง หรือ Headphone

และ Headphone นี้เอง ที่เป็นที่มาของคำว่า “ซาวเบ๊า” ซึ่งเป็นคำสแลงที่หมายถึง การฟังเพลงได้ทุกที่ทุกเวลา พกพาง่าย ไม่กวนใจใคร
นวัตกรรม TPS-L2 จึงทำให้ Nobutoshi Kihara ได้รับฉายาว่า Mr. Walkman
ปรากฏการณ์ SONY Walkman เครื่องเล่นวิทยุเทปแบบพกพา ที่ย้ายเครื่องเสียงในบ้านให้ออกไปเดินเล่นนอกบ้านติดตามตัวไปพร้อมกับเจ้าของ “ซาวเบ๊า” ในทุกสถานที่
จึงถือได้ว่า Walkman หรือ Sound About ในยุคนั้นเป็นการปฏิวัติวงการเทปโลกเลยก็ว่าได้
โดยสินค้าใน Series Walkman ของ SONY นั้นมีหลากหลายรูปแบบที่พัฒนาต่อยอดจาก TPS-L2 ซึ่งเล่นได้เฉพาะเทปคาสเซ็ตต์ มาสู่การเป็นเครื่องรับวิทยุ และมีถึงขนาดเป็นเครื่องรับโทรทัศน์ชนิดพกพา
มาจนกระทั่งเป็นเครื่องเล่น CD เป็น MiniDisc เล่น DVD และมาสู่ยุค MP3 ที่เป็นต้นแบบให้กับ iPod ของ Steve Jobs เจ้าของค่าย APPLE
นับถึงวันนี้ Walkman Series ของ SONY หรือ “ซาวเบ๊า” ที่คนไทยเรียกกันนั้น มีมากกว่า 300 รุ่น และขายได้มากกว่า 200 ล้านเครื่อง
และคำว่า Walkman ยังปรากฏในฐานะชื่อของรุ่นโทรศัพท์มือถือแบรนด์ SONY Ericsson เมื่อไม่นานมานี้อีกด้วย











