“บุหรี่ไฟฟ้า” ด้านมืดนวัตกรรม

166

บุหรี่ไฟฟ้า หรือ Electronic Cigarettes หาใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งคิดขึ้นมาใน พ.ศ. ปัจจุบันไม่


เพราะเคยมีความพยายามค้นคว้าหาแนวทางสรรค์สร้างประดิษฐกรรม “สิ่งเทียมบุหรี่” ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อต้นทศวรรษที่ 1960

โดย Herbert Gilbert นายทหารชาวอเมริกัน ได้แรงบันดาลใจจากงานวิจัยของ Thomas Schelling นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล

Herbert Gilbert ได้สร้างสรรค์ “บุหรี่ไฟฟ้าเวอร์ชั่นแรก” ขึ้นมา ภายใต้สโลแกน Smokeless, Non-tobacco Cigarette เมื่อ ค.ศ. 1963 ฮือฮาพักหนึ่ง ก่อนที่เรื่องจะเงียบหายไปเกือบ 40 ปี

บุหรี่ไฟฟ้าโผล่มาอีกที ก็ใน ค.ศ. 2003 เมื่อเจ้าสัว Hon Lik เภสัชกรชาวจีน เจ้าของคำขวัญ Smoking Everywhere ได้เสนอหน้าอาสาเป็นผู้ผลิต “บุหรี่ไฟฟ้าเวอร์ชั่นสอง” และก็ได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง

ซึ่งมันได้กลายมาเป็นต้นตออันสำคัญของ V2Cigs บุหรี่ไฟฟ้าที่ขายดีอันดับต้นๆ ในปัจจุบัน

บุหรี่ไฟฟ้า

เหตุการณ์เริ่มขึ้น เมื่อ Andries Verleur “สิงห์สนามควัน” นักธุรกิจชาวเช็กโกฯ ผู้เติบโตในสหรัฐฯ เกิดนึกอยากเลิกบุหรี่ขึ้นมา

วันหนึ่งใน ค.ศ. 2008 เขาไปเที่ยวเวียดนามและได้ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าของ Hon Lik มาลองสูบ

หลังจากที่เขาได้เข้าโปรแกรมอดยาทุกขนาน ทั้งแปะแผ่นนิโคตินเหนียวหนับกระชากขน

ทั้งขย้ำเขี้ยวเจ้าหมากฝรั่งนิโคตินรสชาติชวนอ้วก

และทั้งอมลูกกวาดทอฟฟี่นิโคตินจนฟันผุไปหลายซี่

ทั้งหมด ไม่ WORK เขาจึงขอลองบุหรี่ไฟฟ้าของ Hon Lik ปรากฏว่า “พอใช้ได้” แม้จะยังไม่หรอยจังฮู้ตามทัศนะ “สิงห์อมควัน” อย่างเขา

แต่ Andries Verleur ก็ได้ไอเดียที่จะขโมยความคิดของ Hon Lik มาพัฒนาเป็น “บุหรี่ไฟฟ้า”  ของเขาเอง

ตั้งชื่อ BRAND ไว้ในสมองเลยว่า V2Cigs ซึ่ง V ก็มาจากนามสกุล Verleur ของเขา

และ 2 ก็ตั้งให้พ้องเสียงคำว่า To พ้องรูปคำว่า Two ซึ่งแปลว่า “สอง”

กลายเป็น Verleur To ผู้อาสานำนักอมควันไปลิ้มลอง Cigs บุหรี่รสชาติใหม่

หลังจากนั้นบุหรี่ไฟฟ้า V2Cigs ของ Andries Verleur ก็ได้รับความนิยม เคยขึ้นไปถึงตำแหน่งมือวางอันดับหนึ่ง


บุหรี่ไฟฟ้าประกอบด้วยอุปกรณ์ 3 ส่วนที่ “ขึ้นรูป” เหมือนมวนบุหรี่ ได้แก่

1. ตัวสร้างควัน (Atomizer) อุปกรณ์หลักที่เสมือนหัวใจในการทำงานของบุหรี่ไฟฟ้า เพราะมันคือ “เครื่องกำเนิดควัน” ซึ่งทำหน้าที่สร้าง “ควันเทียม”

Atomizer จะมี Microchip Circuit เป็นตัวควบคุมการทำงาน และมีขดลวดร้อน Electron ทำหน้าที่ต้มน้ำยา E-Liquid ให้กลายเป็นละอองน้ำ พร้อมๆ กับสร้างกลิ่นเลียนแบบบุหรี่จริง

โดย Atomizer จะสถิตอยู่ระหว่างก้นกรองกับตัวบุหรี่

2. หลอดนิโคตินเหลว (Cartridge) เป็นอุปกรณ์ซึ่งทำหน้าที่กักเก็บน้ำนิโคติน หรือ E-Liquid โดย Cartridge จะติดตั้งที่บริเวณก้นกรองที่ใช้ซื้ด (Mouth Piece)

E-Liquid ประกอบด้วยสาร Propylene Glycerol หรือเรียกย่อๆ ว่า PG ซึ่งเป็นตัวทำละลายกลิ่นหรือรสชาติกับสารนิโคติน

ในแวดวงบุหรี่ไฟฟ้า มีการกำหนดระดับของนิโคตินของ E-Liquid ไว้ดังนี้

  • 2.1 ระดับนิโคตินสูงสุด (Super High) คือ 24 มิลลิกรัมขึ้นไป
  • 2.2 ระดับสูงมาก (Extra High) มีระดับนิโคติน 20-24 มิลลิกรัม
  • 2.3 ระดับสูง (High) มีระดับนิโคติน 16-20 มิลลิกรัม
  • 2.4 ระดับปานกลาง (Medium) มีระดับนิโคติน 11-16 มิลลิกรัม
  • 2.5 ระดับน้อย (Low) มีระดับนิโคติน 4-11 มิลลิกรัม
  • 2.6 ระดับน้อยมาก (Non) มีระดับนิโคติน 0-4 มิลลิกรัม

3. ตัวจ่ายไฟ (Battery) ทำหน้าที่ชาร์จพลังงานไฟฟ้าและสร้างความร้อนไปเผาขดลวด Electron รวมทั้งแสดงไฟปลอมที่ปลายบุหรี่ ที่ทั้งช่วยบอกสถานการณ์ทำงาน และทั้งเพื่อความเท่ โดย Battery จะติดตั้งที่มวนบุหรี่ขาวส่วนยาวๆ


บุหรี่ไฟฟ้า

แท้จริงแล้ว กระบวนการทำงานของบุหรี่ไฟฟ้า คือ “การลวงประสาท” อายตนะทั้ง 5 คือ “รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส”

นอกจากจะ “ลวงประสาทสัมผัส” ด้วยการสร้างรูปลักษณ์ให้เหมือนบุหรี่จริงแล้ว

มันยัง “ลวงประสาทรส” ผ่านไอน้ำต้มนิโคตินแทนการเผาใบยาสูบ และยัง “ลวงประสาทรูป” ด้วยแสงไฟ LED ที่ปลายอุปกรณ์ที่มาพร้อมด้วยไอน้ำสีขาวเทาที่มีลักษณะคล้ายควัน

แถมยัง “ลวงประสาทกลิ่น” ด้วยกลิ่นยาสูบไหม้ไฟปลอมซึ่งลอยออกมาพร้อมควันปลอม

และปิดท้ายด้วยความพยายามสร้าง “เสียงเผาใบยาสูบ” เพื่อ “ลวงประสาทเสียง” อีกต่างหาก

ด้วยปริมาณนิโคตินที่ได้รับจากบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งมีที่มาจากละอองไอน้ำที่เกิดจากปฏิกิริยาของ PG ที่ถูกคลื่นความร้อน Microwave จาก “ตัวสร้างควัน”

ทำให้เกิดการแตกตัวไปผสมผสานกับกระบวนการดึงน้ำในอากาศเพื่อเปลี่ยน E-Liquid ให้กลายเป็นสายหมอกสีขาว

ขั้นตอนนี้คล้ายคลึงกับวิธีการต้มน้ำ แต่ไอระเหยของนิโคตินเหลวจะมีความหนาแน่นและมีสภาพรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนมากกว่า

จะเห็นได้ว่า ขั้นตอนการแจกนิโคตินของ “บุหรี่ไฟฟ้า” แตกต่างจากบุหรี่จริงอย่างหน้ามือเป็นหลังเท้า แม้ว่าจะปราศจากส่วนผสมของใบยาสูบ และที่สำคัญก็คือ มันไม่มีกระบวนการสันดาปอันก่อให้เกิดสารพิษเหมือนบุหรี่จริง

ทว่า “สิงห์อมควัน” ยังคงได้รับนิโคตินในปริมาณต่างกันตามแต่จะเลือกระดับหลอดน้ำยานิโคติน

โดยปกติ บุหรี่จริง 1 มวน จะมีจำนวนครั้งในการสูบประมาณ 12-15 ครั้งจึงหมด ขณะที่การสูบบุหรี่ไฟฟ้า 1 ครั้งจะมีการต้ม E-Liquid จำนวน 0.1 มิลลิลิตร

วงการบุหรี่ไฟฟ้าได้คำนวณให้เราเรียบร้อยแล้วว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าด้วย 0.1 มิลลิลิตรของ E-Liquid จะได้นิโคตินเท่ากับจำนวนสูบบุหรี่จริง 12-15 ครั้งพอดี

ในทางกลับกัน หากสูบบุหรี่ไฟฟ้าแบบ “มวนต่อมวน” นั้น

อันตราย!

บุหรี่ไฟฟ้า

เพราะในทางการแพทย์ การรับนิโคตินที่มากเกินไปในเวลาจำกัดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร คลื่นไส้ และมีผลต่อหัวใจ

และขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” ปลอดภัยกว่าบุหรี่จริงเลย

ปัจจุบัน วงการ “บุหรี่ไฟฟ้า” พัฒนามาไกลกว่า V2Cigs ของ Andries Verleur มีผู้เล่นหน้าใหม่แย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดนับไม่ถ้วน และบริษัทบุหรี่ตัวจริงก็ออกผลิตภัณฑ์ “บุหรี่ไฟฟ้า” ของตัวเองมากมายหลายรุ่น

ผมอ่านข้อมูลประกอบการเขียนบทความชิ้นนี้จากหลายแหล่ง ซึ่งผู้สันทัดกรณีชี้ตรงกันว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” นั้น มีรสชาติดีกว่าบุหรี่จริง

จึงเป็นไปได้ว่า “สิงห์อมควัน” หลายคน เมื่อได้ลอง “บุหรี่ไฟฟ้า” แล้ว จะไม่หันกลับไปหาบุหรี่แบบเก่าอีกเลย

อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ สถานะของ “บุหรี่ไฟฟ้า” ยังก้ำกึ่ง 50 : 50 เพราะหลายประเทศให้การยอมรับว่า “เป็นเครื่องมือทางการแพทย์”

แต่ในอีกหลายประเทศ “บุหรี่ไฟฟ้า” เป็น สินค้าผิดกฎหมาย 100%

รวมทั้ง “ประเทศไทย” ด้วยครับ!


ชวนอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ากันต่อ

งานวิจัยต่างประเทศล่าสุดยืนยัน ‘ภัยบุหรี่ไฟฟ้า’ หนักหนากว่าฝุ่น ก่อโรคร้ายอันตรายถึงชีวิต

บุหรี่ ตัวร้าย ทำลายหัวใจ สาส์นย้ำภัยร้ายบุหรี่ วันงดสูบบุหรี่โลก 2561