‘อาหารฮาลาล’ โอกาสเติบโตของภูมิเศรษฐกิจภาคใต้ แต่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตก่อน

70

แนวทางการประกันราคาสินค้าอย่างยางพาราและปาล์มนั้น ยังมีข้อสงสัยว่า หากเปรียบเทียบกับการประกันรายได้ในตัวสินค้ากลุ่มดังกล่าว อย่างไหนจะยืนระยะได้ดีกว่า?


คำตอบน่าจะเป็นการประกันรายได้ ซึ่งถ้ามีเม็ดเงินลงไปน่าจะถึงกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนกว่าและรัฐมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่า แต่นั่นเป็นเรื่องเดิมๆ ที่ไม่สามารถปรับแก้อะไรได้หากไม่ไปดูการแบ่งแยกแรงงานในระดับโลก

โดยเฉพาะเขตการผลิตที่แรงงานมีรายได้ต่ำหรือมีความเหลื่อมล้ำด้านรายได้สูง จำเป็นต้องใช้เครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ในพื้นที่เพื่อผลักดันแพลตฟอร์มใหม่ของตนเองจากท้องนาถึงร้านค้าปลีกหรือท่าเรือ

ที่สำคัญ คือ ต้องมีการบูรณาการของผู้ผลิตเข้าด้วยกันในรูปแบบแนวดิ่งหรือแนวตั้งก็ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งในส่วนของรัฐยังขาดความคิดริเริ่มสิ่งนี้ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์สำคัญที่เปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งรายเล็กและรายใหญ่ได้

การหาตำแหน่งการผลิตของภูมิเศรษฐกิจภาคใต้จึงมีความสำคัญมากกว่าการประกันราคา (เอาเงินมาจ่ายแต่ไม่ได้หาเงิน) เพราะหากดูอุปทานและอุปสงค์ของวัตถุดิบที่ขึ้นกับงบประมาณภาครัฐเป็นสำคัญ ดูแล้วมืดมัวมาก

หากดูในรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจอิสลามทั่วโลกในปี 2018/19 ช่วงต้นปี 2018 มีชาวมุสลิมประมาณ 1.8 พันล้านคนอาศัยอยู่ในโลก แต่ในปี 2060 จำนวนชาวมุสลิมจะสูงถึง 3 พันล้านคน คือเพิ่มขึ้น 70% ผลิตภัณฑ์ฮาลาลและบริการมุสลิม (ไม่รวมการเงินอิสลาม) ในตลาดโลก คาดว่าการเติบโตจะมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2023 นี่คือรายงานการวิเคราะห์โดย Energyprom.kz

ปริมาณของตลาดผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตตามข้อกำหนดของฮาลาลในปี 2017 มีจำนวน 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ และในปี 2023 น่าจะมีมูลค่าถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.1%

อาหารฮาลาล มีการบริโภคมากที่สุดในอินโดนีเซีย โดยข้อมูลล่าสุด มูลค่าการใช้จ่ายในอินโดนีเซียสูงถึง 170 พันล้านดอลลาร์
ตุรกี ตามมาเป็นอันดับสอง มูลค่าการใช้จ่ายอยู่ที่ 127 พันล้านดอลลาร์
ปากีสถาน อันดับสาม 118 พันล้านดอลลาร์
อียิปต์ อันดับสี่ 86 พันล้านดอลลาร์
บังคลาเทศ อันดับห้า 76 พันล้านดอลลาร์

ที่น่าสนใจคือ เราต้องเร่งเจรจาการค้ากับประเทศเหล่านี้เป็นสำคัญในแง่ของการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ อันจะนำไปสู่การปรับโครงสร้างการผลิตและแปรรูป

ในขณะเดียวกัน ปัญหาสำคัญที่ทำให้ตลาดฮาลาลยังไม่สามารถพัฒนาได้เร็วขึ้นก็คือ การขาดมาตรฐานอาหารระดับโลก ซึ่งในความเป็นจริง ทุกประเทศมุสลิมจะมีองค์กรรับรอง

ปัจจุบันมีหน่วยงานรับรองฮาลาลมากกว่า 120 แห่งทั่วโลก รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลในประเทศสำคัญๆ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย และฟิลิปปินส์ นอกจากนี้มาตรฐานการรับรองต่างกันของแต่ละประเทศนำไปสู่ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและลดความเป็นไปได้ของโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศ

ความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ฮาลาลในตลาดมุสลิม ต้องการการพัฒนาระบบการกำกับเพื่อตอบสนองความต้องการระหว่างประเทศ ดังนั้น มีความจำเป็นที่เราต้องสร้างระบบการผลิต การแปรรูป และการรับรองผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์และฮาลาล  เพราะหากไม่มีแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการผลิตอาหารฮาลาล ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้การส่งออกของประเทศเติบโต 

ตอนนี้ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจควรที่จะต้องเตรียมแผนงานสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาลาลและจัดการพัฒนาแพลตฟอร์มการผลิต จากนั้นอาจเป็นโอกาสที่ภาคใต้จะค่อยๆ เปลี่ยนโครงสร้างการผลิต ซึ่งงการที่จะลงมากระตุ้นเศรษฐกิจควรมีงบสำหรับต้นแบบโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตภัณฑ์ฮาลาลที่ได้มาตรฐานสากลและเป็นเทคโนโลยี พาร์ค ให้แก่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ประมาณ 2-3 แห่งได้…เรื่องนี้น่าจะเข้าท่ากว่าการแจกเงินไปเที่ยว เพราะดูอย่างไรก็ไม่คุ้มกับรายได้ในแต่ละวันและค่าเดินทาง


 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย