สาลิกาคาบข่าว Vol.234/62

285

หัวเว่ยลงทุน 5 จีเมืองไทยสมคิดสั่งบีโอไอตั้งทีมดึงบริษัทหนีเทรดวอร์

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ได้สั่งการให้บีโอไอทำงานเชิงรุก เน้นเจรจาต่อรอง เสนอสิทธิประโยชน์ที่นักลงทุนต้องการและไทยได้ประโยชน์ กระตุ้นการลงทุนเพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เน้นการเจาะกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการย้ายฐานการผลิตจากจีนเพื่อหนีปัญหาสงครามการค้า โดยเฉพาะนักลงทุนจีน ญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ โดยบีโอไอจะตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมาดึงการลงทุนย้ายฐานเข้าเมืองไทยด้วยการจัดทำสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับความต้องการนักลงทุนแต่ละประเทศ เพื่อให้การลงทุนปีนี้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ล่าสุดได้หารือกับผู้บริหารบริษัทหัวเว่ยประเทศจีนซึ่งแสดงความสนใจลงทุนเทคโนโลยี5จีในประเทศไทยภายในปี 2563 เนื่องจากหัวเว่ยได้เข้ามาทดลองระบบร่วมกับหน่วยงานรัฐของไทยก่อนหน้านี้ซึ่งผู้บริหารจะเดินทางมาไทยเดือนพฤศจิกายนนี้

ญี่ปุ่นพร้อมขยายธุรกิจในไทย แต่ยังกังวลแรงงานฝีมือไม่เพียงพอ

www.industry.go.th

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการเข้าพบของนายซินจิ นาคาโนะ ประธานหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (เจซีซี) พร้อมผู้บริหารบริษัทขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นจำนวน 12 บริษัท มีสัดส่วนทางเศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่นกว่า 75% ว่า ทางเจซีซีแสดงความสนใจขยายการลงทุนในเมืองไทย แต่ยังกังวลการขาดแคลนแรงงานทั้งแบบทั่วไปและทักษะสูงในอุตสาหกรรมต่างๆ หากมีการขยายการลงทุนจะมีแรงงานรองรับเพียงพอหรือไม่ รวมทั้งการสื่อสาร อาทิ ภาษาอังกฤษที่ยังเป็นปัญหา และค่าแรงขั้นต่ำของไทยที่สูงกว่าหลายประเทศ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับข้อเสนอเพื่อหารือร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และภาคเอกชนอย่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สาเหตุที่ญี่ปุ่นมีความต้องการขยายการลงทุนเข้ามาในไทย เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ทำให้ต้องการหาพื้นที่ลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง

อพท.’ ผุด 12 คลัสเตอร์ท่องเที่ยวรับอีอีซี ยกระดับรายได้ชุมชนภาคตะวันออก

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเทียวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า สำนักงานพื้นที่พิเศษ 3 (อพท.3) ได้ดำเนินโครงการศึกษารูปแบบการบริหารการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวในเขตการพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวเดิม ให้เป็นระบบคลัสเตอร์ด้านการท่องเที่ยวชุมชนที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่มีเป้าหมายต้องการให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในแผนงานการสร้างเศรษฐกิจฐานราก แก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ก็มีนโยบายยกระดับภาคการท่องเที่ยวและเกษตรกรรมควบคู่กับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับคนในพื้นที่ โดยการดำเนินโครงการดังกล่าวกำหนดขอบเขตพื้นที่ครอบคลุม 4 จังหวัด 39 ชุมชนในภาคตะวันออก แบ่งออกเป็น 2 โซน ประกอบด้วย

  • 1. โซนจังหวัดชลบุรีระยอง ให้เป็นพื้นที่การท่องเที่ยว B-leisure (บีเลเชอร์) ซึ่งเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวของกลุ่มธุรกิจ
  • 2. โซนจังหวัดจันทบุรีตราด เป็นพื้นที่การท่องเที่ยว Green Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยที่ผ่านมาได้เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานรัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่เป้าหมายแล้ว

สบน.ยันหนี้ 6.91 ล้านล้านกู้ระยะยาวความเสี่ยงต่ำ

นางจินดารัตน์ วิริยะวิทยา ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนสำนักบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. กล่าวถึงสถานการณ์หนี้ของรัฐบาลสิ้นเดือน ก.. 62 ว่า ประเทศมีหนี้สาธารณะรวมทั้งสิ้น 6.91 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 41.45% ของจีดีพี สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อยจากการกู้ตามแผนการขาดดุลงบประมาณปี 62 โดยรัฐบาลได้กู้เงินดังกล่าวไปแล้ว 3.8 แสนล้านบาทจากยอดการขาดดุลรวม 4.5 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามยังเหลือวงเงินที่ต้องดำเนินการอีก 1 แสนล้านบาทในปีงบประมาณ 63 ซึ่งกฏหมายเปิดทางให้ทำได้ แต่การกู้เงินเพื่อการขาดดุลอาจจะไม่ครบตามจำนวน เนื่องจากที่ผ่านมาหน่วนงานราชการมีการเบิกจ่ายล่าช้าในบางโครงการ ส่วนกระแสข่าวที่ว่ารัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อรองรับแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะที่ขีดความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลลดลงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด สบน. มีการบริหารหนี้ที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งหนี้สาธารณะราว 90% ยังเป็นหนี้ระยะยาวที่มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในระดับต่ำ รวมทั้งยังเป็นหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดเงินที่มีอยู่ในปัจจุบัน

สุวิทย์ย้ำการเรียนรู้นอกห้องเรียนคือการศึกษาของโลกศตวรรษที่ 21

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวภายหลังเยี่ยมชมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2562” ว่าปัจจุบันเราอยู่ในโลกที่ถูกกลืนกินด้วยกระแสหลักทั้งกระแสโลกาภิวัฒน์และการพัฒนาเทคโนโลยี มีความผันผวนเปลี่ยนแปลงสูง ไม่แน่นอน ซับซ้อนและไม่ชัดเจน วิธีการที่จะรับมือกับความโกลาหลนี้จำเป็นต้องเตรียมคนให้พร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 จึงเป็นอีกภารกิจหนึ่งที่สำคัญของกระทรวง อว. ทำให้คนในประเทศมีความรู้และการศึกษาพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และการศึกษาที่เน้นประสบการณ์นอกห้องเรียนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทักษะ สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ

แบงก์คุมเข้มปล่อยสินเชื่อ ฉุดยอดขายรถยนต์ในประเทศวูบ

priceza

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(...)เปิดเผยยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนก..62 ลดลงร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ด้วยยอดขายรวม 81,044 คัน และลดลงจากเดือนมิ.62 .ร้อยละ 5.8 เนื่องจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ของสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าตลอดปีนี้จะยังคงทำยอดขายในประเทศได้รวม 1.05 ล้านคัน โดยงานขายรถยนต์จะช่วยให้ยอดขายเพิ่มอย่างน้อย 30,000 คัน สำหรับภาพรวมในช่วง 7 เดือนของปี 2562 (..-..) มียอดขายสะสมรวม 604,814 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาคิดเป็นร้อยละ 5.9

นักวิทยาศาสตร์ชี้ไฟป่าอเมซอนอาจส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

ผืนป่าแอเมซอน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานปรากฏการณ์ไฟป่าอเมซอนซึ่งเป็นป่าฝนที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังเผชิญกับการลุกลามครั้งรุนแรงในอัตราทำลายสถิติ สร้างกระแสความห่วงใยต่อชาวโลก เนื่องจากป่าอเมซอนเปรียบเสมือนปอดของโลก เพราะสามารถผลิตออกซิเจนสัดส่วน 20 เปอร์เซ็นต์ป้อนสู่ชั้นบรรยากาศ โดยควันไฟลามไกลถึงเมืองเซาเปาลูที่อยู่ห่างไปถึง 1,700 กิโลเมตร ขณะที่โคเปอร์นิคัสโครงการดาวเทียมของสหภาพยุโรป เผยแพร่ภาพดาวเทียมแสดงให้เห็นควันไฟที่ปกคลุมทั่วประเทศบราซิลไกลถึงชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก เรื่อยไปจนถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างเปรู โบลิเวีย และปารากวัย เช่นเดียวกับภาพถ่ายดาวเทียมขององค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐหรือนาซา เผยให้เห็นกลุ่มควันไฟปกคลุมรัฐโรไรมาทางเหนือสุดของประเทศ ขณะที่สถาบันเพื่อการวิจัยอวกาศแห่งชาติ (ไอเอ็นพีอี) ของประเทศบราซิลรายงานว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นในป่าอเมซอนถึง 72,843 จุดในปีนี้ กินพื้นที่มากกว่าครึ่งในภูมิภาคอเมซอน นับเป็นไฟป่าที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 80 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าที่มีเพียง 39,759 จุด เป็นวิกฤตการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ