ทำไมต้องเป็น ‘กาลิมันตันตะวันออก’ เมืองหลวงใหม่ ประเทศอินโดนีเซีย แทน ‘จาการ์ตา’

852

‘กาลิมันตันตะวันออก’ ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูใครหลายคน จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทางการอินโดนีเชียตัดสินใจประกาศ ‘ย้ายเมืองหลวง’ จากกรุงจาการ์ตา เป็นเมืองบนเกาะบอร์เนียวที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผืนป่า นาม ‘กาลิมันตันตะวันออก’

และเพื่อทำความรู้จักที่ตั้งของเมืองหลวงแห่งใหม่ให้มากขึ้น โดยเฉพาะเหตุผลเบื้องหลังของการย้ายเมืองหลวงใ เราจึงรวบรวมเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประเทศร่วมภูมิภาคอาเซียนมาบอกกัน

กาลิมันตันตะวันออก
Aerial view of the river and jungle with palms, forest and trees near palm oil tree plantation in East Kalimantan (Borneo) – Kumai, Tanjung Puting national park and Camp Leakey

ภัยธรรมชาติ สาเหตุในการย้ายเมืองหลวงไป ‘กาลิมันตันตะวันออก’

โจโก วิโดโด

เกาะบอร์เนียว คือที่ตั้งของเมือง กาลิมันตันตะวันออก โดย โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีประเทศอินโดนีเซียเผยในงานแถลงข่าวเรื่องย้ายเมืองหลวงเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นหลังจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมแสดงความกังวลว่า มหานครจาการ์ตา ก่อตั้งตั้งแต่สมัยเป็นอาณานิคมเนเธอร์แลนด์เมื่อเกือบ 500 ปี และเป็นหนึ่งในเมืองที่เสี่ยงจมบาดาลเร็วที่สุดในโลก

มีการคาดการณ์กันว่า 1 ใน 3 ของจาการ์ตา อาจจมทะเลภายในปี 2593 หากอัตราแผ่นดินทรุดในปัจจุบันยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการสูบน้ำบาดาลมาใช้มากเกินไป

มหานครจาการ์ตา

“ขณะนี้ประเทศกำลังหาทางย้ายศูนย์กลางราชการจากเมืองจาการ์ตาที่แออัดและมีความเสี่ยงเผชิญภัยธรรมชาติสูงไปยังจังหวัด กาลิมันตันตะวันออก ที่มีความเสี่ยงในการเผชิญภัยธรรมชาติในระดับที่น้อยมาก โดยจังหวัดนี้มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ใจกลางประเทศอินโดนีเซีย และเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลถือครองที่ดินอยู่แล้วกว่า 1.12 ล้านไร่ ซึ่งคาดการณ์ว่า ต้นทุนของโครงการย้ายเมืองหลวงครั้งนี้จะอยู่ที่ราว 466 ล้านล้านรูเปียะห์ (3.3 หมื่นล้านดอลลาร์)”

“กว่า 74 ปี ที่ผ่านมา ประเทศอินโดนีเซียของเราเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่เป็นเอกราชมาอย่างยาวนาน แต่ในประวัติศาสตร์อินโดนีเซียไม่เคยเลือกเมืองหลวงของตัวเองเลย”

“ขณะเดียวกัน ภาระหน้าที่ที่กรุงจาการ์ตาแบกรับอยู่ในปัจจุบันนั้นหนักหนาเกินไป เนื่องจากในตอนนี้ ในกรุงจาการ์ตามีทั้งศูนย์กลางราชการ ธุรกิจ การเงิน การค้า และบริการต่างๆ ซึ่งต่อจากนี้ รัฐบาลก็จะเสนอร่างกฎหมายย้ายเมืองหลวงต่อรัฐสภาเพื่อขออนุมัติต่อไป”


กาลิมันตันตะวันออก
Aerial view Balikpapan City in East Kalimantan, Indonesia.

ฝ่ากระแสความเห็นต่าง กับการใช้งบประมาณย้ายเมืองหลวงมหาศาลเกินรับไหว

นอกจากความจำเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติที่ถึงขนาดต้องย้ายเมืองหลวงหนีแล้ว อินโดนีเซีย ยังต้องฝ่ากระแสความเห็นต่าง ซึ่งถูกเพ่งเล็งไปที่งบประมาณในการย้ายเมืองหลวงที่มากมายมหาศาลจนหลายฝ่ายอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้

นักวิจารณ์ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของโครงการย้ายเมืองหลวงนี้ในหลายประเด็น โดยเฉพาะความกังวลว่าภารกิจใหญ่หลวงครั้งนี้จะสำเร็จได้หรือไม่ จะเป็นสาเหตุให้ประเทศเป็นหนี้มากขึ้น และเสี่ยงเกิดการทุจริตซึ่งมักเกิดขึ้นกับโครงการสาธารณะมูลค่ามหาศาลในอินโดนีเซียตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหรือเปล่า

นอกจากนั้น สื่อนอกต่างวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่ซ่อนอยู่ในการตัดสินใจย้ายเมืองหลวงเพิ่มเติมด้วยว่าเกี่ยวเนื่องกับอัตลักษณ์ความเป็นชาวอินโดนีเซีย ที่ต้องการให้มีความครอบคลุมมากกว่าแค่กรอบหรือนิยามของ “ชาวชวา” การย้ายเมืองจึงมีนัยแฝงของการคาดหวังผลกระทบในรูปแบบของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการพัฒนาให้ห่างจากภาครัฐ รวมถึงต้องจัดการกับการเผาป่าทำไร่ปาล์มในพื้นที่เมืองหลวงแห่งใหม่ด้วย

กาลิมันตันตะวันออก
a conceptual photography for Dayak Tribes from Kalimantan

ด้านสื่อบลูมเบิร์กวิเคราะห์อีกว่า ในการย้ายเมืองหลวงนี้ นายวิโดโดคาดหวังผลลัพธ์ว่าจะทำให้เกิดเมืองที่ประสบความสำเร็จแบบ บราซิลเลีย มากกว่าจะกลายเป็นเมืองใหม่ที่ว่าง โหวงเหวงแบบ เนปิดอว์ ของเมียนมา

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสต้านนี้ กระทรวงวางแผนพัฒนาแห่งชาติอินโดนีเซีย ระบุว่า รัฐบาลต้องการให้ได้ข้อสรุปในรัฐสภาและสร้างกรอบการทำงานสำหรับการย้ายเมืองหลวงภายในสิ้นปี 2563 ควบคู่ไปกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้นระหว่างปี 2563-2564 อย่างเป็นรูปธรรม

จากนั้น ทางการอินโดนีเซีย ยังวางแผนว่าจะย้ายหน่วยงานราชการและสำนักงานอื่นๆ ระหว่างปี 2566-2567 โดยจะเริ่มขั้นตอนการย้ายเมืองหลวงภายในปี 2567 ซึ่งเป็นปีที่นายวิโดโดจะหมดวาระ 5 ปี ของการบริหารประเทศในสมัยที่สองพอดี

ทั้งนี้ แม้หลายหน่วยงานราชการจะย้ายไปยังเมืองหลวงใหม่ ทว่า ยังมีบางหน่วยงานที่ยังคงตั้งอยู่ที่เมืองหลวงเดิม คือ กรุงจาการ์ตาต่อไป เช่น ธนาคารกลางอินโดนีเซียและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจอื่นๆ ด้วย

ดังนั้น การย้ายเมืองหลวงในครั้งนี้จึงยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังมีเรื่องราวให้ติดตามเพิ่มเติมอีกมาก ว่าการย้ายเมืองหลวงของอินโดนีเชียครั้งนี้จะกลายเป็นโมเดลต้นแบบหรือการจุดชนวนปัญหาในชาติกันแน่


ที่มา :


อัปเดต สถานการณ์ความเป็นไปรอบโลก ที่คุณต้องรู้กันต่อ

แค่ร่วมติดแฮชแท็ก #PrayforAmazonas ไม่พอ! คนไทยทำอะไรได้บ้าง เพื่อช่วยยืดอายุ ‘ผืนป่าแอมะซอน’

Parasite หนังสะท้อนอนาคต “สังคม Dystopia”

ผลสำรวจระดับโลกชี้ชัด ‘ความหลากหลายทางเพศ’ อีกหนึ่งตัวชี้วัดความสำเร็จ ‘องค์กรยุคใหม่’ ที่แท้ทรู