สาเหตุที่ Fed & มาตรการทางภาษี ไม่สามารถใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยได้

99

สัญญาณการเติบโตที่ชะลอตัวของเศรษฐกิจปรากฏในส่วนต่างๆ ของโลกอย่างต่อเนื่อง สถิติและตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการก็กำลังลดลงใน 3 พื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางสำคัญของเศรษฐกิจโลกนั่นคือ อียู สหรัฐอเมริกา และจีน


สำหรับ อียู ดูได้จากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยทั่วไปที่ลดลงมากกว่า 5% ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตของเยอรมนี ขณะที่รัฐสภาอิตาลีเตรียมที่จะลงคะแนนเสียงเรื่องความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ส่วนสหราชอาณาจักรจะไม่ดำเนินการตามขั้นตอนการถอนตัวออกจากอียู 

มาดูที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตใน จีน ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดทางการค้าของสหรัฐอเมริกา และการเติบโตด้านการผลิตของ สหรัฐอเมริกา อาจชะลอตัวลงเนื่องจากการไม่เห็นด้วยทางการค้าและการเติบโตด้านการลงทุนที่ลดลงอันเป็นผลมาจากตลาดที่อ่อนตัวและความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่ลดลงไปด้วย 

ในส่วนอื่นๆ ของโลก สิงคโปร์ ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดแนวโน้มในการพัฒนาเศรษฐกิจโลกเนื่องจากเป็นประเทศที่เปิดกว้างในระดับสูงและมีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลกอย่างเข้มข้น แต่ก็มีตัวเลขจีดีพีที่ไม่คาดคิด คือลดลง 3.4% ในไตรมาสที่สองของปีนี้ และเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มเชิงลบกำลังเพิ่มขึ้นในระดับโลก 

สถานการณ์กำลังพัฒนาในลักษณะเดียวกันมีให้เห็นใน เกาหลีใต้ โดยจีดีพีในไตรมาสแรกของปี 2019 ลดลง 0.3% ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2008–2009 เป็นสถานการณ์ที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อตลาดเกิดใหม่

ตลาด อาร์เจนตินา ก็มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง อันเนื่องมาจากแรงกระแทกจากการเลือกตั้ง นอกจากนี้นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับความวุ่นวายของเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดที่เปราะบางในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีการขาดดุลงบประมาณและมีหนี้ต่างประเทศจำนวนมาก

แต่ไม่ว่าความผันผวนอย่างต่อเนื่องในตลาดการเงินจะเป็นอย่างไร เราก็มักเชื่อมโยงความหวังทั้งหมดและความอยู่รอดเข้ากับ ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve  หรือ เฟด (Fed) เป็นสำคัญ

ปัญหาคือ ตลาดต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปจากห่วงโซ่ที่ถูกกระแทกจากเศรษฐกิจการค้าอย่างต่อเนื่อง และถึงตอนนี้ เฟดก็ยังไม่สามารถฟื้นระเบียบการเดิมได้

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี มีมูลค่าสูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่มีอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ตัวชี้วัดตลาดเริ่มร่วงอย่างรวดเร็วและยังลากดัชนีหุ้นของประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาร่วงตามไปด้วย เช่นเดียวกับราคาของวัตถุดิบและสกุลเงินของประเทศกำลังพัฒนา 

เหตุผลอย่างหนึ่งที่เฟดไม่พร้อมจะประกาศว่า การลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องอาจเป็นปัญหาต่อการประเมินคุณภาพทางศีลธรรมของบุคคลต่ำ กล่าวคือ เกิดแรงจูงใจสำหรับพฤติกรรมที่ไม่รับผิดชอบ หรือ อาจเกิดการเก็งกำไรจากความสัมพันธ์กับมาตรการที่สนับสนุนเจ้าภาพทางเศรษฐกิจ ตามกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสูง 

ยิ่งเฟดแสดงความกระตือรือร้นมากขึ้นในการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อลดผลกระทบทางลบของความขัดแย้งทางการค้า โอกาสที่จะเกิดความกังวลเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจยิ่งมากขึ้น ดังนั้น การยกเว้นสัญญาว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น หรือการตัดสินใจอื่นใด จึงถูกมองว่าไม่เพียงพอที่จะใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจอยู่ดี

อีกเหตุผลหนึ่งที่ขัดขวางการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของเฟดคือ แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่มีการฟื้นตัว อันที่จริงการเติบโตของอัตราภาษีนำเข้าที่ทรัมป์นำมาใช้แล้วทำให้เกิดการละเมิดห่วงโซ่มูลค่าเพิ่ม ควบคู่ไปกับนโยบายของหลายประเทศที่ประเมินค่าเงินของหลายประเทศต่ำกว่าเป้าหมาย เป็นไปเพื่อการแข่งขันแต่ไม่สามารถนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเงินเฟ้อได้

การเปลี่ยนแปลงของตัวบ่งชี้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในสหรัฐบ่งบอกว่า อัตราเงินเฟ้อเกิน 2% นี้ คุกคามและนำไปสู่ความถดถอยระยะยาวในระดับโลกได้ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อมาตรการกระตุ้นภาษีเพื่อรักษาอัตราการเติบโตไว้

ท้ายที่สุด มาตรการของเฟดอาจไม่เพียงพอที่จะให้การสนับสนุนแบบครอบคลุมตลาดได้ หากต้องการเอาชนะภัยคุกคามของภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่สุดในโลก อาจจำเป็นต้องประสานมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นในปี 2009 ที่ระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทำงานแบบร่วมประสานกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ด้วยการเปิดตัวโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยภาษีการคลังที่มีศูนย์กลางสำคัญของเศรษฐกิจโลกคือ จีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา

แต่ปัญหาปัจจุบันคือ ทั้งสามพื้นที่นี้มีภาระหนี้สินสูง ถึงตอนนี้จึงไม่สามารถนำเงินมาใช้ได้ นอกจากทั้งสามผู้นำด้านเศรษฐกิจโลกจะตกลงเรื่องระเบียบทางการค้ากันใหม่ แต่ต้องลดความสามารถในการซื้อของประชากรในแต่ละประเทศลงด้วย

ในขณะที่วินัยทางการคลังของบ้านเรากำหนดสัดส่วนหนี้สาธารณะไว้ที่ 60% ของจีดีพีประเทศ ถึงเวลานี้ไม่สามารถนำมาเป็นตัวกำหนดแนวทางของการกู้หนี้และกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกต่อไป ฟันธง!!!


 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย