เศรษฐกิจและการพัฒนาที่ชะงักงัน ต้องดัน ‘การลงทุน EEC’ ยกระดับประเทศ

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนโลกส่งผลต่อปฏิสัมพันธ์ในสังคมได้หลายมิติ อย่างน้อย ‘สหรัฐอเมริกา’ ในวันนี้ก็ไม่สามารถผูกขาดความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและอำนาจการเมืองแบบเดิมๆ อีกต่อไป ขณะที่ ‘จีน’ ก้าวผงาดขึ้นเป็นผู้เปลี่ยนทิศทางภูมิเศรษฐกิจโลก และค่อยๆ คืบคลานเป็นผู้นำทางการค้าและเทคโนโลยีที่เดินเบียดสหรัฐอย่างไม่ยี่หระ!


โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้เราเห็นถึง “ความท้าทาย” ที่เกิดจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการมุ่งพัฒนาทักษะความรู้ของผู้คนวันนี้อย่างยิ่ง!

สหรัฐอเมริกาทำใจลำบาก ยอมไม่ได้! โดยเฉพาะในกระแสการแข่งขันที่โหดร้ายระหว่างชนชาติ ที่อเมริกามักจะระแวงหวาดชนชาติอื่น จนแทบจะกินเลือดกินเนื้อเสียให้ได้!

ซึ่งที่จริงแล้ว เบื้องหลังความหวาดระแวงทั้งหมดคือ “ผลประโยชน์”

หมายรวมถึงเอกลักษณ์และความภักดีระดับโลกที่อเมริกาเคยชินกับการเป็นผู้เล่นบทนำในโลกนี้มาโดยตลอด! แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นวันนี้ ย่อมไม่มีประเทศใดที่อยากถูกปล่อยทิ้งไว้ข้างหลังท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของศตวรรษที่ 21 แน่นอน!

หันมามองประเทศไทยบ้าง ถ้าพูดถึงความตระหนักในเรื่องที่เป็นวาระระดับโลกอย่าง “สงครามนิวเคลียร์” หรือ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ที่ประชาคมโลกมองว่า เป็นประเด็นคุกคามความอยู่รอดทางกายภาพของมนุษย์นั้น เรากลับมองเป็นเรื่องไกลตัวระดับหนึ่ง แต่สำหรับเรื่อง Disruptive Technology คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่คิด!

ด้วยเหตุว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้นมีนัยหมายถึง “การลดต้นทุน” และ “การสร้างความมั่งคั่ง” ขึ้นในขณะเดียวกัน เพราะวิทยาการและทักษะที่ก้าวหน้ายุคใหม่ เป็นเรื่องสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และการปรับตัวของคุณภาพชีวิตในศตวรรษที่ 21 อย่างมีนัยสำคัญ!

ความชะงักงันของการพัฒนาในช่วงเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมาของเมืองไทย มากมายไปด้วยความขัดแย้งทางการเมืองและความแตกแยกทางสังคม ความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาทำให้กระแสทุกอย่างพุ่งไปเกลือกกลิ้งอยู่บนการสร้างความร้าวฉานรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

จนในที่สุด…ทุกฝักฝ่ายต่างก็งงงันว่า เราพากันมาถึงจุดนี้ได้เช่นไร?!?

สภาพที่เกิดขึ้นคือบทเรียนที่สังคมมีประสบการณ์เรียนรู้มาด้วยกันของคนทั้งชาติ ในความแตกแยกที่เคลื่อนไหวลามจากริมถนน-ลึกลงจนถึงก้นครัว! ซึ่งสภาพที่ได้เกิดขึ้นเช่นนั้น กว่าที่สังคมไทยจะฝ่าความแตกแยก-ความรุนแรงออกมาวันนี้ได้ ก็ทำเอาประเทศเกือบล่มสลายลงไปด้วยกันทีเดียว!

วันนี้บ้านเมืองกำลังปรับสร้าง-ซ่อมเสริม ให้พ้นจากความตกต่ำ-เสื่อมโทรมในหลายทิศทาง โดยเฉพาะการจัดปรับฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาเพื่อการยกระดับประเทศ ด้วยการอาศัย นโยบายประเทศไทย 4.0 ร่วมไปกับ การปฏิรูปปรับแก้กฎหมายและกฏระเบียบหลายส่วน ที่ผ่านมา ไปจนถึงการดำเนิน โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่ได้เปิดพื้นที่เพื่อปรับสร้างการแข่งขันในโลกวันนี้ ด้วยการดึง การลงทุน และ การพัฒนายุคใหม่ มาเป็นกลไกขับเคลื่อนสร้างความเปลี่ยนแปลงใน EEC เพื่อให้เกิดมรรคผลต่อการพัฒนาประเทศหลากหลายมิติ

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นเขตการพัฒนาที่มุ่งระดมทุนจากทั่วโลกซึ่งเป็นทุนยุคใหม่เข้ามาสร้างเศรษฐกิจประเทศ จากที่เรามีสภาพนิ่งและซบเซามานานพอสมควร ส่วนสาเหตุที่ดึง ‘การลงทุนจากต่างประเทศ’ เข้ามาในพื้นที่ EEC ก็เพื่อปรับฐานเศรษฐกิจ-สร้างความอยู่รอด และค่อยๆ ปรับไปสู่ความก้าวหน้า กลับขึ้นเป็นผู้นำอาเซียนอีกครั้ง! โดยมีการตั้งเป้าระดมทุนในพื้นที่ EEC สูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปีนี้

การลงทุนครั้งนี้ สูงพอที่จะปรับสร้างเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตและก้าวหน้าได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมุ่งพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ในกลุ่มอุตสาหกรรมยุค 4.0 เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้าในระดับเดียวกับโลกปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเอาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเก่ามาดิ้นรนสร้างเศรษฐกิจให้อยู่รอดไปวันๆ!

แน่นอนที่สุดว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมยุคใหม่นี้ ย่อมมีการลงทุนที่เข้ามาพร้อมความรู้และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ซึ่งการลงทุนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ EEC จะช่วยปรับฐานความก้าวหน้าใหม่ให้ประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่ประเทศไทยได้หยุดการพัฒนาเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมชะงักไว้แค่ระดับ 2.5!

เมื่อเราปรับกระบวนระบบการผลิต การบริการ และการค้าพาณิชย์เข้าสู่ยุค 4.0 จะทำให้ประเทศมีความก้าวหน้าครั้งใหม่ ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนาหลายมิติ ทั้งในด้าน

  • การปรับสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานครั้งใหญ่
  • การยกระดับพัฒนาอุตสาหกรรมทั้งระบบ
  • การพัฒนาเทคโนโลยียุคใหม่หลากหลายกลุ่ม
  • การสร้างความรู้ความเข้าใจใหม่
  • การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะคุณภาพสูงขึ้น
  • การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการผลิตและบริการในขณะเดียวกัน
  • การพัฒนาห่วงโซ่ที่เชื่อมต่อกันในกระบวนการพัฒนาทั้งระบบตั้งแต่การสื่อสาร การคมนาคมโลจิสติกส์ ไปถึงการบริโภคยุคใหม่

กล่าวโดยสรุป ‘การลงทุน’ ในพื้นที่ EEC จะเข้ามาขับเคลื่อนเทคโนโลยี 4.0 ด้วยการสั่งสมทุน สะสมเทคโนโลยีและความรู้ที่เป็นขุมทรัพย์แห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะก่อเกิดคุณูปการต่อสังคมโดยรวมที่สำคัญยิ่ง โครงการ EEC จึงเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนายกระดับประเทศในทุกมิติ


 

 

เรื่อง : Apichartology


จากภูมิทัศน์ ‘โยโกฮาม่า’ สู่ความก้าวหน้าในพื้นที่ EEC

เมกะโปรเจ็กต์ EEC คือความก้าวหน้าใหม่ของประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องการเมือง!!!

มองไปข้างหน้า เห็นบ้านเมืองในพื้นที่ EEC ที่เป็นอนาคตใหม่ของประเทศหรือยัง?