เมื่อ ‘อ้อย’ กลายเป็น ‘พลาสติก’

1180

ปัญหาพลาสติกกำลังได้รับความสนใจจากมวลมนุษยชาติที่เริ่มตระหนักและมองเห็นพิษภัยเกินเยียวยา ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) พบว่า ขยะในทะเลส่วนใหญ่เป็นพลาสติกสัดส่วนสูงถึง 13% หลอดเครื่องดื่ม 10%, ฝาพลาสติก 8% ,ภาชนะบรรจุอาหาร 8% ,เชือก 6%, บุหรี่ 5% ฯลฯ

พลาสติกเหล่านี้มีแหล่งกำเนิดจากขยะชุมชน หรือร้านค้าบริเวณริมฝั่ง การท่องเที่ยวริมชายหาด หลุมหรือบ่อฝังกลบที่จัดการไม่ถูกต้อง การทิ้งขยะแบบกองของเรือประมง เรือขนส่งสินค้า โดยพบว่า 64% เป็นขยะที่มาจากอาหารเหลือทิ้ง อีก 30% เป็นขยะรีไซเคิล เช่น แก้ว ขวดพลาสติก กระดาษ, 3% เป็นขยะทั่วไป และอีก 3% เป็นขยะอันตราย เช่น หลอดไฟ ขวดยา ถ่านไฟฉาย


หนุนนโยบายวาระแห่งชาติ

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ทีดีอาร์ไอมีข้อเสนอแนะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะทะเล โดยเสนอให้รัฐบาลประกาศการแก้ไขปัญหาขยะเป็นวาระแห่งชาติ และออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาขยะ เช่น การเลิกใช้โฟม การเก็บเงินหากใช้ถุงพลาสติก การมัดจำขวด รวมถึงภาครัฐและภาคเอกชน ต้องร่วมกันรณรงค์ลดการสร้างขยะ และส่งเสริมการแยกขยะ


แปรรูปอ้อยเป็นพลาสติก

นางวรวรรณ ชิตอรุณ

นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า จากการส่งเสริมของภาครัฐที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยส่งเสริมให้เกิดการยกระดับอุตสาหกรรมในทุกภาคส่วนโดยใช้เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ตอบโจทย์กับการเปลี่ยนแปลงของโลกอุตสาหกรรม  สอน.จึงได้ร่วมมือกับสถาบันพลาสติกพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากพืชเศรษฐกิจของไทยอย่างอ้อยให้สามารถแปรรูปเป็นพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ อาทิ แก้วน้ำพลาสติกชีวภาพ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายอีกด้วย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำในอีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพ จากเดิมที่อ้อยสามารถผลิตได้เพียงน้ำตาลเท่านั้น ให้สามารถพัฒนาและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ โดยได้จัดกิจกรรมเปิดตัว ‘แก้วพลาสติกชีวภาพ’ ที่ผลิตจากอ้อย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนใช้กันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ประกอบกับปัจจุบันคนไทยตระหนักถึงปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งพลาสติกถือเป็นปัญหาใหญ่มาตลอดหลายสิบปี ปริมาณการใช้ในแต่ละปีที่ผ่านมาได้สร้างขยะให้เกิดขึ้นมาตลอด โดยเฉพาะขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งอย่าง ถุงหูหิ้ว หลอด และแก้วน้ำ

วันนี้เราต้องการสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นในวงกว้าง จึงทำแก้วพลาสติกชีวภาพที่ผลิตจากอ้อย ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านการออกแบบอย่างสวยงามและพร้อมใช้งาน นำมามอบแก่เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และรณรงค์ลดการใช้พลาสติกที่ย่อยสลายยากมาเป็นพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายขึ้นนางวรวรรณกล่าว


เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์การเกษตร

นายเกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์

นายเกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก กล่าวว่า จากความร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงาน ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย จากเดิมที่อ้อยสามารถผลิตได้เพียงน้ำตาลให้สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สูงขึ้น อย่างการนำไปผลิตเป็นพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) ในหลายรูปแบบ เช่น จาน ชาม แก้วน้ำพลาสติก หลอดพลาสติกชีวภาพ เพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย ภายใต้การผลักดันของภาครัฐที่ต้องการให้อุตสาหกรรมของไทยมุ่งไปสู่อุตสาหกรรมชีวภาพสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลก และยังเป็นการยกระดับศักยภาพของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้สูงขึ้นอีกด้วย