เปิดมิติใหม่วงการแพทย์ ใช้เอไอ ออกแบบเมนูอาหารเพื่อ ‘ผู้ป่วยจิตเวช’ กินประจำได้ผลดี 2 เด้ง ทั้งรักษา & ป้องกัน

270

แม้จะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แล้ว สำหรับการปรับเอา เอไอ หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีแห่งยุคมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างความก้าวหน้าในด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ทว่า เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการคิดค้น ศึกษา รวมถึงผลงานวิจัย ด้านการนำเอไอมาใช้ประโยชน์ในงานด้านการแพทย์ มีบ่อยครั้งที่สร้างความประหลาดใจระคนกับความชื่นชมในการค้นพบนั้นอยู่เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อ รพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ แถลงข่าวความสำเร็จล่าสุดกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์โภชนาการ สร้างโปรแกรมออกแบบเมนูอาหารเฉพาะโรคให้ ‘ผู้ป่วยจิตเวช’ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่า หากผู้ป่วยจิตเวชรับประทานเป็นประจำจะส่งผลดีต่อร่างกายและเยียวยาฟื้นฟูจิตใจได้จริง


จิตเวชโคราชสร้าง “ปัญญาประดิษฐ์โภชนาการ” ออกแบบเมนูอาหารเพื่อ ผู้ป่วยจิตเวช

จากรายงานข่าวล่าสุดทำให้ทราบเรื่องน่ายินดีว่า นักโภชนาการจาก รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์โภชนาการ สร้างโปรแกรมออกแบบเมนูอาหารเฉพาะโรคให้ผู้ป่วยจิตเวช สอดคล้องกับยา หมู่เลือด ธาตุเจ้าเรือนผู้ป่วย ผักผลไม้ประจำถิ่น นับว่าเป็นโรงพยาบาลจิตเวชในประเทศแห่งแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จในการนำเอไอมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ผู้ป่วยจิตเวช

โดยโปรแกรมนี้ได้ออกแบบเมนูอาหารสำหรับ 3 โรคจิตเวชที่พบบ่อยที่สุดก่อน นั่นคือ จิตเภท ซึมเศร้า ติดสุรา ซึ่งจากผลการทดลองกับผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายนั้น พบว่าให้ผลดีถึง 2 ด้าน ทั้งการรักษาและป้องกันโรคแทรกซ้อนทางกาย เช่น โรคเบาหวาน ได้ด้วย

ทั้งนี้ ในประเด็นเรื่องการป้องกันโรคแทรกซ้อนทางกาย นายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ จ.นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ว่า

นายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน

“นอกจาก รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ จะเป็นศูนย์เชี่ยวชาญรักษาฟื้นฟูผู้ป่วยทางจิตเวชที่มีอาการรุนแรง ซับซ้อน ประจำเขตสุขภาพนครชัยบุรินทร์ ประกอบด้วย 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ปีละประมาณ 20,000 คน ให้หายหรือทุเลาแล้ว ยังเน้นการป้องกันโรคแทรกซ้อนทางกายที่อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยจิตเวช เช่น อ้วนลงพุง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ด้วย”

“เพราะในขณะนี้มีแนวโน้มพบมากขึ้น เช่น ผู้ป่วยจิตเภทที่นอนรักษาตัวใน รพ. ก็พบว่ามีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานร้อยละ 30 มีผู้ป่วยที่เป็นทั้งโรคซึมเศร้าและโรคเบาหวานด้วยวันละ 44 คน สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดมาจากผลข้างเคียงของยาที่ใช้รักษาซึ่งผู้ป่วยทางจิตส่วนใหญ่ต้องกินยาควบคุมอาการต่อเนื่อง ฤทธิ์ของยาอาจไปเพิ่มหรือลดความอยากอาหารของผู้ป่วยได้”

“ดังนั้น รพ. ของเราจึงมีนโยบายที่สื่อสารไปยังทีมผู้เชี่ยวชาญทั้ง พยาบาล เภสัชกร และนักโภชนาการ ร่วมกันออกแบบอาหารเฉพาะโรคที่ให้ผลดีทั้งต่อการรักษาและช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อนทางกายด้วย โดยในช่วงเริ่มต้นนี้จะเน้นการออกแบบเมนูอาหารสำหรับ ผู้ป่วยจิตเวช 3 โรคที่พบบ่อยที่สุดในพื้นที่นี้ก่อน ได้แก่ จิตเภท (schizophrenia) โรคซึมเศร้า (depressive) และโรคจิตที่เกิดมาจากติดสุรา (psychosis due to alcohol) เพื่อให้ญาติและผู้ป่วยสามารถนำกลับไปใช้เป็นคู่มือดูแลสุขภาพที่บ้านได้”


เอไอ ออกแบบอาหาร ผู้ป่วยโรคจิตเวช

เปิดโมเดลนำเอไอเพิ่มประสิทธิภาพงานรักษา ฟื้นฟู ผู้ป่วยจิตเวช ฝีมือนักโภชนาการไทย

ด้าน นางจิรัฐิติกาล ดวงสา นักโภชนาการและหัวหน้ากลุ่มงานโภชนาการประจำ รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ กล่าวว่า

อาหาร ผู้ป่วยจิตเวช
นางจิรัฐิติกาล ดวงสา

“การออกแบบอาหารเฉพาะโรคครั้งนี้นับเป็นแห่งแรกในประเทศ โดยได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่กำลังนิยมใช้กันทั่วโลก คือปัญญาประดิษฐ์หรือที่เรียกว่า เอไอ (Artificial Intelligence : AI) พัฒนาเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล ซึ่งมีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ หนึ่ง ส่วนปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ (user interface) สอง ส่วนอนุมานความรู้ (knowledge inference) หรือส่วนของสมองกล และ สาม ส่วนของฐานความรู้ (knowledge base) ซึ่งจะมีข้อมูลวิชาการความรู้ต่างๆ ทางการแพทย์ เช่น ฤทธิ์ของตัวยาที่ใช้รักษา”

นอกจากนั้น คุณจิรัฐิติกาล ยังอธิบายต่อว่า เมนูอาหารที่ได้รับการออกแบบในครั้งนี้ ยังนำข้อมูลเกี่ยวกับ ธาตุเจ้าเรือนทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ หมู่เลือด ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะแต่ละคน หลักโภชนาการ ภูมิลำเนาผู้ป่วย อาหารในภาคอีสาน กิจกรรมที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน ปริมาณพลังงานแคลอรี่ที่เหมาะสม มาวิเคราะห์ เพื่อหาเมนูอาหารที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพผู้ป่วยมากที่สุด

“โปรแกรมจะทำงานเชื่อมโยงกัน เมื่อผู้ใช้กรอกข้อมูลของผู้ป่วย ชื่อ สกุล ภูมิลำเนา วันเดือนปีเกิด เพศ หมู่เลือด โรคและยาที่ใช้ เข้าสู่ระบบ ข้อมูลจะถูกส่งไปยังส่วนอนุมานความรู้และฐานความรู้ แล้ววิเคราะห์ประมวลข้อมูลผู้ป่วย แปลผลออกมาเป็นคำแนะนำอาหารเฉพาะบุคคลที่สามารถหาวัตถุดิบในท้องถิ่นได้ง่าย เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ป่วยมากที่สุด โดยมีรูปภาพปรากฏทางหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือจอมือถือ”

จากนั้น ข้อมูลที่ประมวลผลออกมา คุณจิรัฐิติกาล กล่าวว่าจะมี 6 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  1. บอกธาตุเจ้าเรือน บอกน้ำหนักตัวในปัจจุบันว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่
  2. บอกปริมาณแคลอรี่หรือพลังงานจากอาหารที่ควรได้รับรายวัน พร้อมปริมาณอาหารแต่ละหมู่ เช่น ข้าวสวย ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ที่ควรทาน
  3. แสดงตัวอย่างรายการอาหารที่แนะนำให้ทานและอาหารต้องห้าม
  4. แสดงรายการชนิดผัก ผลไม้ที่หาได้ในท้องถิ่นที่แนะนำให้ทาน
  5. แสดงรายการเครื่องดื่มที่ควรดื่มและห้ามดื่ม
  6. แสดงรายการกิจกรรมการออกกำลังกายให้ผู้ป่วยเลือกประมาณ 41 รายการ ซึ่งสามารถพิมพ์ออกมาได้

อาหาร ผู้ป่วยจิตเวช

“จากการทดลองใช้กับผู้ป่วย 80 คน ที่อยู่ในเขตสุขภาพนครชัยบุรินทร์ในปี 2560 ปรากฏว่าอยู่ในระดับดีมาก ใช้ง่าย ใช้เวลารายละไม่ถึง 2 นาที ขณะนี้ได้นำมาใช้ในหอผู้ป่วยในทั้งหมดในโรงพยาบาลและที่ฝ่ายโภชนาการ ผลการใช้ในรอบ 1 ปี พบว่า สภาวะร่างกายของผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี ผู้ที่เคยมีน้ำหนักตัวเกิน ก็ดูแลควบคุมอาหารได้ดีขึ้น โดยพยาบาลจะใช้แนะนำผู้ป่วย ญาติ และมอบให้นำไปใช้ที่บ้านทุกคน เพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาหารและดูแลสุขภาพ”

จากความสำเร็จนี้ ฝ่ายโภชนาการ รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ ได้เตรียมขยายผลการใช้ ปัญญาประดิษฐ์โภชนาการ นี้ออกสู่ชุมชนในเขตเมืองนครราชสีมาใน 1-2 เดือนนี้ โดยจะให้ศูนย์สุขภาพชุมชนและ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลนำไปใช้ขณะออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยจิตเวช และเตรียมขยายผลใช้ในระบบออนไลน์เต็มพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 ในปีหน้า ซึ่งมีผู้ป่วย 3 กลุ่มนี้อยู่ในระบบการรักษาต่อเนื่องประมาณ 170,000 คน

ในอนาคต จะพัฒนาให้เป็นแอปพลิเคชันเพื่อให้ประชาชนที่เจ็บป่วยจาก 3 โรคนี้ สามารถใช้ได้ด้วย เสมือนได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการตัวจริง ใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือทุกระบบ ซึ่งทีมบุคลากรทางการแพทย์ รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ มั่นใจว่าจะเป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ทางการแพทย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นนักโภชนาการเชี่ยวชาญประจำบ้านผู้ป่วยจิตเวช เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรคแทรกซ้อนทางกายจากอาหารการกิน ทำให้ผู้ป่วยจิตเวชมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้แน่นอน


เอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีแห่งยุค สามารถนำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาทางการแพทย์ได้อีกมากมาย ไปติดตามต่อกัน

AI ใน Bot for Messenger เทคโนโลยีที่ช่วยให้คนตาดี สื่อสารกับผู้บกพร่องทางสายตาได้อย่างเท่าเทียม

รีวิว 4 นวัตกรรมสำหรับคุณแม่มือใหม่ ตอบโจทย์ ‘ซูเปอร์มัมยุคดิจิทัล’ ฉบับอัปเดต 2019

Axis iCare โซลูชันเพื่อสังคมจาก Huawei ใช้เทคช่วยป้องกันเด็กหาย