
ชง ‘สมคิด’ เพิ่มสิทธิพิเศษลงทุนแข่งเวียดนาม เดินหน้าเอฟทีเอไทย–อียู

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยระหว่างการพบปะภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยในเวียดนาม ณ สถานกงสุลใหญ่ประจำประเทศเวียดนาม ว่า จากสงครามการค้าทำให้นักลงทุนบางส่วนพิจารณาการย้ายฐานการลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนที่อยู่ในประเทศจีน ซึ่งเวียดนามเป็นหนึ่งเป้าหมายของการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่มีมากขึ้น หลังจากที่ได้ศึกษามาตรการส่งเสริมการลงทุนของเวียดนามแล้วพบว่าไทยเองยังมีข้อได้เปรียบที่จะดึงดูดการลงทุนได้อีก จึงมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) สรุปแนวทางการดึงดูดการลงทุนของไทยภายใน 2 สัปดาห์เพื่อเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนต่อไป อย่างไรก็ตามหากพิจารณาข้อได้เปรียบของเวียดนามจะพบว่ามีค่าจ้างแรงงานต่ำ มีตลาดที่ใหญ่เพราะมีประชากรถึง 95 ล้านคน มีการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอเวียดนาม–อียู ไทยจึงต้องเร่งทำข้อตกลงเอฟทีเอไทย–อียูเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและลงทุนเพิ่มขึ้น

เยียวยาเกษตรกรโดนพิษ ‘โพดุล’ ไร่ละ 1,113-1,690 บาท

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการกรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมเข้าสำรวจความเสียหายพื้นที่เกษตรทันทีหลังน้ำลด โดยนายสำราญ สารบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร รายงานว่า มอบหมายให้เกษตรจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากพายุโพดุล โดยเฉพาะพื้นที่ได้รับผลกระทบ 44 จังหวัด ภาคเหนือ กลาง อีสาน และใต้ สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ จะจ่ายให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ก่อนเกิดภัย โดยจ่ายเงินช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่จริงที่ได้รับความเสียหาย รายละไม่เกิน 30 ไร่ กำหนดให้นาข้าวได้รับอัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ได้รับอัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ ได้รับอัตราไร่ละ 1,690 บาท ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556

ดัน Local Economy ปั๊ม ‘สมาร์ทโชห่วย’ 3 หมื่นราย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อเยี่ยมชมร้านค้าส่ง–ค้าปลีกต้นแบบในจังหวัดสงขลาว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมดำเนินการยกระดับธุรกิจร้านค้าส่ง–ค้าปลีกในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ ก่อนยกระดับสู่การเป็นสมาร์ทโชห่วย ขยายธุรกิจให้มีความมั่นคง พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจระดับชุมชนระยะยาว เนื่องจากธุรกิจค้าส่ง–ค้าปลีก เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น (Local Economy) ที่ตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนขั้นพื้นฐาน ดังนั้น ในปี 2563 กระทรวงพาณิชย์จึงมีเป้าหมายส่งเสริมและผลักดันให้เกิดร้านค้าส่ง–ค้าปลีกต้นแบบรายใหม่และพัฒนาสู่การเป็นสมาร์ทโชห่วยให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 30,000 ราย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างคล่องตัว และขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย

ป.ป.ส.เตือน ‘กัญชา–กัญชง’ ยังเป็นยาเสพติด เว้นแต่ได้รับอนุญาต

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส กล่าวสรุปถึงสาระสำคัญของประกาศกระทรวงสาธารณสุข ออกมาล่าสุดที่แก้ไขเป็นเพียงการเพิ่มเติม โดยระบุให้ยกเลิกชื่อยาเสพติดประเภท 5 ลำดับ 1 คือ “กัญชา” และยาเสพติดประเภท 5 ลำดับ 5 คือ “กัญชง” ว่า กัญชาและกัญชง ยังคงถูกกำหนดให้เป็นยาเสพติดประเภท 5 แต่มีการกำหนดยกเว้นให้เฉพาะเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้งของกัญชาและกัญชง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง ไม่เป็นความผิด ซึ่งเป็นไปตามที่กำหนดไว้เดิม ดังนั้น “กัญชาและกัญชงยังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 การผลิต เพาะปลูก นำเข้า ส่งออก จำหน่าย ครอบครอง หรือเสพ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดตามกฎหมาย” จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนอย่าเข้าใจผิด

สรรพสามิตลุยภาษี ‘หวาน–เค็ม’ ยืนยันไม่เลื่อนขึ้นกลุ่มบุหรี่ 40%

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมจะเสนอให้นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เห็นชอบการเก็บภาษีใหม่ๆ ของกรมสรรพสามิตที่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งจะเป็นภาษีใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ภาษีความหวานที่จะเริ่มมีผลเต็มอัตราในเดือน ม.ค. 2563 นี้ หลังจากที่มีการทยอยปรับขึ้นมาเป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัว รวมถึงการเก็บภาษีความเค็มที่กระทรวงสาธารณสุขก็ช่วยกรมสรรพสามิตผลักดันเรื่องนี้เช่นกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการสรุปหน่วยวัดความเค็มและกลุ่มเป้าหมายสินค้าที่จะเก็บภาษีความเค็ม ขณะที่การเลื่อนภาษีขึ้นภาษีบุหรี่ 40% ออกไป 1 ปี จนถึง ต.ค. 2563 จะเสนอให้กระทรวงการคลังไม่ขยายเวลาออกไปอีกแล้ว เพราะที่ผ่านมาให้เวลาปรับตัวเพียงพอแล้ว และที่ผ่านมากรมสรรพสามิตได้มีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตยาเส้นให้ใกล้เคียงกับภาษีบุหรี่ ดังนั้นปีหน้าก็สามารถปรับขึ้นภาษีบุหรี่ให้เป็นอัตราเดียว 40%

‘ดีเปรสชัน’ เกาะไหหลำถล่มซ้ำอีสาน เตือนน้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง “พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน” โดยระบุว่า เมื่อเวลา 07.00 น. มีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกของเกาะไหหลำ ประเทศจีน ประมาณ 700 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 17.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.5 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำในช่วงวันที่ 2-3 ก.ย. ทั้งนี้จะส่งผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามตอนบน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง

มหาอำนาจการค้าโลก! จีนผุด “เขตการค้าเสรี” 6 แห่ง 6 มณฑล

สำนักข่าวซินหัวรายงานจีนประกาศแผนแม่บทจัดตั้งเขตการค้าเสรี (FTZs) เพิ่มอีก 6 แห่ง เพื่อสร้างยุทธศาสตร์การค้าสู่การปฏิรูปเปิดประเทศยุคใหม่ โดยคณะมุขมนตรีจีนระบุว่า เขตการค้าเสรีแห่งใหม่จะตั้งอยู่ใน 6 มณฑล ได้แก่ ซานตง เจียงซู กว่างซี เหอเป่ย อวิ๋นหนาน และเฮยหลงเจียง พร้อมระบุว่าการจัดตั้งเขตการค้าเสรีแห่งใหม่นี้ เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและคณะมุขมนตรีจีน ทั้งนี้ การจัดตั้งเขตการค้าเสรีใหม่ 6 แห่งส่งผลให้ประเทศจีนมีเขตการค้าเสรีทั้งหมด 18 แห่ง ถือเป็นพื้นที่ทดสอบระบบการจัดการการลงทุนของต่างชาติ การอำนวยความสะดวกด้านการค้า และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำหน้าที่ของรัฐบาล เพื่อบูรณาการเศรษฐกิจให้เข้ากับหลักปฏิบัติสากล













