ถอดรหัสเคล็ดลับ เทสลา ปักธงแบรนด์แรก ครองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแดนมังกร

ใครๆ ก็รู้ว่า เทสลา (Tesla) เป็นชื่อแบรนด์รถยนต์ล้ำสมัยของ อีลอน มัสก์ พ่อมดในร่างนักธุรกิจชาวอเมริกันชื่อดัง ผู้จุดประกายและสร้างยานยนต์ล้ำสมัยจากเทคโนโลยีแห่งยุค ซึ่งผลงานของเขาสร้างความฮือฮาให้ชาวโลกมาแล้วมากมาย มาวันนี้ รู้กันหรือยังว่าชื่อของ เทสลา ไม่ได้กล่าวขวัญถึงแค่ทางซีกโลกตะวันตกเท่านั้น แต่ในซีกโลกตะวันออก เทสลา ประสบความสำเร็จในการเจาะ ‘ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีน’ จนกลายเป็นแบรนด์ที่ชาวจีนต่างพูดถึงมากกว่าค่ายรถยนต์ของจีนหรือค่ายรถยนต์ชื่อดังในภูมิภาคเอเชียเองเสียอีก

โดยชุดเหตุผลหลักที่สามารถนำมาใช้อธิบายปรากฏการณ์นี้ในเบื้องต้นได้คือ แนวโน้มการเติบโตของ เทสลา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีน มีอานิสงส์มาจากการที่รัฐบาลปักกิ่งผ่อนปรนกฎระเบียบด้านการร่วมทุนให้กับบริษัทต่างชาติ เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจชาติโดยรวม


www.tesla.com

เปิดโปรไฟล์ เทสลา บริษัทต่างชาติรายแรกที่จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าออนไลน์ในจีน

ต้นปีที่ผ่านมา เทสลา ได้สร้างโปรไฟล์ใหม่ขึ้นมาในหน้าประวัติศาสตร์จีน เมื่อขึ้นแท่นบริษัทต่างชาติรายแรกในจีนที่จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทางออนไลน์ นับว่าเป็นก้าวนำหน้าคู่แข่งไปหนึ่งก้าวใหญ่ๆ เพราะแบรนด์รถยนต์ต่างชาติอย่าง โตโยต้า มอเตอร์ หรือ โฟล์คสวาเกน ยังย่ำอยู่แค่ในขั้นตอนของการเร่งเครื่องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรือพลังงานรูปแบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกันกับนโยบายของรัฐบาลจีนที่สนับสนุนการใช้ยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานใหม่

อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้เองที่เปิดโอกาสให้บรรดารถยนต์ต่างชาติยาตราทัพเข้ามาสู่ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและตลาดรถยนต์ประหยัดพลังงานในจีนมากขึ้น ขณะที่บรรดาค่ายรถยนต์ท้องถิ่นที่เคยได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาลจีนอย่างเต็มที่ กำลังต้องเผชิญหน้ากับสงครามแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากบริษัทรถยนต์ต่างชาติ อย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน

Tesla car store in Guangzhou, China.

ด้าน อีลอน มัสก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เทสลา กล่าวถึงความสำเร็จของการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนว่า

อีลอน มัสก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เทสลา

“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เดินทางมาเซี่ยงไฮ้ กิกะแฟคทอรี่ ซึ่งผมคิดว่า ทีมงานเทสลา สร้างผลงานได้อย่างน่าทึ่ง ผมมองว่า จีน เป็นชาติผู้นำของโลกที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม การทำอุตสาหกรรมโดยมุ่งใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สามารถลดมลพิษในภาคอุตสาหกรรมอย่างได้ผล ทำให้ผมประทับใจในเรื่องนี้มาก อย่างตลาดรถยนต์ไฟฟ้า มีข้อมูลปรากฏชัดว่า กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว ผลิตในจีนนี่เอง”

โดยโรงงานใหม่ของเทสลาที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนแห่งนี้ มีแผนจะผลิตรถเก๋งซีดาน คอมแพ็ค เทสลา โมเดล 3 และจะเริ่มผลิตรถสปอร์ตอเนกประสงค์ (เอสยูวี) โมเดล วาย ที่บริษัทวางแผนเปิดตัวในปี 2563 ซึ่งรถโมเดล วาย จะเป็นรถยนต์ยุทธศาสตร์สำหรับเจาะตลาดจีน โดยจะจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่ารถเทสลา โมเดล เอ็กซ์ ประมาณครึ่งหนึ่ง

Tesla car model showroom located in the largest shopping mall in Chengdu, Sichuan, China

สำหรับภาพรวมยอดขายรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานใหม่ในจีนก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจาก โตโยต้า มอเตอร์ จำหน่ายรถประเภทนี้ได้ถึง 9,000 คัน แค่ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ยิ่งเมื่อเทียบกับยอดขายที่ล้มเหลวแบบขายไม่ออกสักคันเมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขนี้ถือว่ามหาศาล 

ค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นนี้ยังเผยด้วยว่า มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับตลาดทั่วไปในปีหน้า และจะขยายไลน์การผลิตเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 10 โมเดล ในช่วงต้นทศวรรษหน้าด้วย

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ค่ายรถยนต์ต่างชาติมีเงินมากมายและมีความพร้อมที่จะทุ่มให้การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในจีน หากเหลียวดูบรรดาค่ายรถยนต์จีนในตอนนี้ กลับต้องตกอยู่ในสภาวะดิ้นรนต่อสู้ด้วยตนเอง เพราะอย่างที่เกริ่นในตอนต้นว่า เป็นเวลาช่วงหนึ่งแล้วที่รัฐบาลจีนไม่ได้ให้เงินอุดหนุน และการให้เงินสนับสนุนจากภาครัฐจะยุติลงอย่างเป็นทางการในปี 2563

ทว่า สถานการณ์ในตอนนี้ ค่ายรถยนต์สัญชาติจีนก็ยังมีผลประกอบการอยู่ในอันดับที่น่าพอใจและไปต่อได้ อย่าง เอสไอซี มอเตอร์ ค่ายรถยนต์อันดับสามของจีนในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ มียอดขายช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน เพิ่มขึ้น 7 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ ค่ายรถยนต์ บีเอไอซี กรุ๊ป ซึ่งอยู๋ในอันดับ 2 มียอดขายเพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์

สรุปได้ว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนจะโดนค่ายรถยนต์ต่างชาติหรือค่ายรถยนต์จีนครองตลาด เป็นสถานการณ์ที่ต้องติดตามกันต่อไป เพราะบอกได้เลยว่า ตอนนี้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนที่ได้รับการพัฒนาเป็นนวัตกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ชาวจีนสนใจและอยากมีไว้ครอบครองกันทั้งนั้น


ทำธุรกิจพร้อมสานสัมพันธ์กับบิ๊กเนมในจีนไป คือเทคนิคยืนหนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนในจีนของ เทสลา

อลัน กัง ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทวิจัยด้านการตลาดรถยนต์แอลเอ็มซี ออโตโมทีฟ สัญชาติอังกฤษ ให้ความเห็นว่า ยอดความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนของเทสลา ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาสร้างผลงานเป็นที่น่าพึงพอใจและกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. เทสลาจำหน่ายรถยนต์ไปประมาณ 21,000 คัน มากกว่าปีที่แล้วถึง 2 เท่าตัว โดยลูกค้าที่เป็นบริษัทชาวจีนให้ความสนใจเทคโนโลยีใหม่ที่ทางเทสลานำเสนอไม่น้อย

Tesla car store in Guangzhou, China

แต่ยุทธศาสตร์ของนักธุรกิจชาวอเมริกันชื่อก้องโลกนี้ ไม่ได้มุ่งหมายแค่พิชิตตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนเพียงอย่างเดียว ทว่า สิ่งที่เขาต่อยอดไปจากการบุกตลาดได้สำเร็จ นั่นคือ การสร้างสายสัมพันธ์กับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ในจีน รวมทั้งนักธุรกิจบิ๊กเนมระดับประเทศ อย่าง แจ็ค หม่า เจ้าของอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซจีนด้วย

บรรยากาศแห่งการสานสัมพันธ์ที่ว่ามานี้ เกิดขึ้นในงาน “World AI Conference” ซึ่งจัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ สาลิกาจึงนำการบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในหัวข้อ เทคโนโลยีเอไอกับความท้าทายในโลกอนาคต มาฝาก

โดยไฮไลต์ของงานนี้อยู่ที่ การขึ้นเวทีของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งจากซีกโลกตะวันตกและซีกโลกตะวันออก แจ็ค หม่า และ อีลอน มัสก์ ที่มาพูดในหัวข้อที่ฟังดูแล้วไม่ได้แปลกใหม่ แต่เชื่อเถอะว่า ถ้าหัวข้อเรื่อง เทคโนโลยีเอไอส่งผลกระทบต่อมนุษย์อย่างไร ออกมาจากปาก 2 นักธุรกิจระดับโลกนี้ ควรค่าแกการสดับรับฟังแน่นอน

แจ็ค หม่า

แจ็ค หม่า มองว่า “เทคโนโลยีเอไอ จะไม่ทำลายมนุษย์ แม้คอมพิวเตอร์จะมีความอัจฉริยะ แต่มนุษย์ก็มีความฉลาดมากกว่า ลองคิดว่า มนุษย์สร้างคอมพิวเตอร์ขึ้นมา แต่ในทางกลับกัน ผมยังไม่เคยเห็น คอมพิวเตอร์สร้างมนุษย์เลย”

“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านอีคอมเมิร์ซ แต่เอไอสามารถช่วยให้เข้าใจมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผมไม่คิดว่านี่จะเป็นการทำลาย และคอยดู ต่อไปมนุษย์จะทำงานแค่สัปดาห์ละ 3 วัน คิดเป็น 4 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น เพราะมีเทคโนโลยีมาช่วยแบ่งเบาภาระนั่นเอง”

อีลอน มัสก์

ส่วน อีลอน มัสก์ มองว่า “อัตราความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์นั้น พัฒนาไปเร็วมาก เอไอมีการประมวลผลที่รวดเร็ว ซึ่งผมพูดตรงๆ นะ เอไอจะเข้ามาจัดการกับคนโง่ มีความเชื่องช้า และเมื่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพเหนือมนุษย์เช่นนี้ สิ่งที่เราทำได้ คือการอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีและใช้ประโยชน์จากวิทยาการนี้ให้คุ้มค่าที่สุด”


ที่มา : เรียบเรียงจาก รายงานข่าว เรื่อง “เทสลา อนาคตสดใสในจีน สวนทางสตาร์ทอัพท้องถิ่น” เผยแพร่ใน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562


อัปเดตทุกความเป็นไปในโลกธุรกิจ ทั้งซีกโลกตะวันออกและตะวันตก 

จับสัญญาณทางเศรษฐกิจว่าไม่ค่อยจะดีจาก พันธบัตรรัฐบาลเยอรมัน

ถ้าหลายบริษัท ‘ย้ายฐานการผลิต’ ออกจากจีน อาเซียนจะได้ประโยชน์จริงหรือ?

เวียดนาม…ขุมทองใกล้บ้าน ลุยก่อน…รวยก่อน

Previous articleเปิดวาร์ป! Bioeconomy เศรษฐกิจ 7 ล้านล้าน ก้าวใหม่…ไทยพร้อมแค่ไหน?
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.244/62
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์