IQ สูงที่สุด แต่ทำไมโลกไม่จำ

1164

ได้รับเชิญไปบรรยายให้โครงการพัฒนาเครือข่ายการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลในหัวข้อ Digital Quotient (DQ) ปัจจัยใหม่สำหรับบุคลากรในยุคดิจิทัล: บอกเล่ามุมมองและวิสัยทัศน์ในฐานะนักวิชาการด้านนวัตกรรมการศึกษา ถึงความสำคัญของ DQ จัดโดยสถาบันสหวิทยาการดิจิทัลและหุ่นยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยคุณจรินพร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นผู้ประสานงานหลัก


ผมเคยเขียนถึง Digital Quotient (DQ) ใน SALIKA ของเราแห่งนี้ ชื่อตอนว่า IQ ใช้วัดระดับเชาวน์ปัญญามานานกว่าร้อยปี นี่ยุค 4.0 ต้องวัดกันที่ DQ แล้ว

ผมเกริ่นนำในการบรรยายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า DQ ก็เหมือนกับตัวชี้วัดตระกูล Q อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น EQ (Emotional Quotient) MQ (Moral Quotient) PQ (Play Quotient) CQ (Creativity Quotient) AQ (Adversity Quotient) SQ (Social Quotient) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง IQ (Intelligence Quotient)

เกี่ยวกับเรื่อง IQ ผมเปิดประเด็นเป็นคำถามเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับการฟังและถือเป็นการเกริ่นนำเพื่อเข้าสู่การบรรยาย พร้อมเล่นเกมแจกหนังสือ LEGO CULTURE เป็นรางวัลว่า “ท่านผู้ฟังคิดว่า ใครมี IQ สูงที่สุดในโลกครับ?”

แล้วท่านผู้อ่าน SALIKA ล่ะครับ “ท่านคิดว่า ใครมี IQ สูงที่สุดในโลก?”

ส่วนใหญ่ ผมเชื่อว่า หลายคนจะตอบว่า Albert Einstein ซึ่งเป็นคำตอบที่ผิดครับ

เพราะ Albert Einstein มี IQ 205-225

William James Sidis IQ สูงที่สุด
William James Sidis

ก็แล้วใครล่ะ ที่บังอาจ “มี IQ สูงที่สุดในโลก” เหนือกว่า Albert Einstein ได้?

เขาคนนั้นมีชื่อว่า William James Sidis ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นคนที่ “มี IQ สูงที่สุดในโลก” ครับ

William James Sidis เป็นชาวรัสเซียโดยกำเนิด เขาเกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน ปี ค.ศ. 1898 เจ้าของฉายา Universal Genius หรือ “คนฉลาดที่สุดในจักรวาล” ซึ่งมีที่มาจากการที่ IQ ของ William James Sidis คือ 260-300 นั่นเอง

William James Sidis IQ สูงที่สุด
William James Sidis

ในตอนนี้ เราทราบกันแล้วใช่มั้ยครับ ว่ามีคนที่ “ฉลาดกว่า Albert Einstein”

ยังครับ ยังไม่พอ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ยังมีคนที่ “ฉลาดกว่า Albert Einstein” อีก 1 คนบนโลกใบนี้

เขาคนนั้นมีชื่อว่า Johann Wolfgang von Goethe กวีชาวเยอรมัน เจ้าของผลงานหนังสือที่ลือลั่น Faust การที่ Johann Wolfgang von Goethe ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ “ฉลาดกว่า Albert Einstein” อีก คนหนึ่งก็เพราะ IQ ของเขาคือ 210-225 นั่นเองครับ

ในทางสังคมศาสตร์ Johann Wolfgang von Goethe หรือที่หลายคนรู้จักกันดีว่า “เกอเธ่” นั้น ผู้ทั้งเสมือน “สัญลักษณ์วรรณคดีเยอรมัน” และเป็น “สัญลักษณ์วรรณคดีคลาสสิกยุคใหม่ของยุโรป” ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ต่อต้นศตวรรษที่ 19 ทั้งนี้เนื่องเพราะผลงานของ “เกอเธ่” ได้ส่งผลสะเทือนไปทั่วยุโรปและทั่วโลก มีศิลปินจำนวนมากได้แรงบันดาลใจจากผลงานของเขา และนำไปต่อยอดสรรค์สร้างเป็นผลงานใหม่ๆ ของตัวเองจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี การละคร และกวีนิพนธ์

ส่วนในด้านวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่า ย่อมไม่มีใครที่มีชื่อเสียงมากไปกว่า Albert Einstein ผู้โด่งดังที่สุดใน 3 โลกอีกแล้ว

อ้าว! แล้ว William James Sidis ล่ะครับ?

แหม! อุตส่าห์เป็นถึง “คนฉลาดที่สุดในจักรวาล” แต่ทำไมพวกเราถึงแทบไม่เคยได้ยินชื่อของเขามาก่อนเลย?

ผมอยากนำประโยคอมตะสุดคลาสสิกของ Albert Einstein มาใช้ในการหาเหตุผลที่ว่ามา

ประโยคอมตะสุดคลาสสิกของ Albert Einstein ที่หลายท่านจำกันได้ขึ้นใจก็คือ “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”

เชื่อได้ว่าทุกคนที่เคยได้ยินประโยคนี้ จะต้องประทับใจในความหลักแหลมของ Albert Einstein ที่ทั้ง “ตกผลึก” และ “อ่านขาด” ว่า หากมีแต่ “ความรู้” โดยปราศจาก “จินตนาการ” แล้ว คงมิอาจสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาได้เลย

เพราะ “ความรู้” ก็คือ “ความรู้” และ “ความรู้” ก็คือ “ความทรงจำ” รูปแบบหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ในสมองของมนุษย์ ซึ่งหากคนคนนั้น ไม่ทำตามอย่างที่ Albert Einstein บอกเอาไว้ คือ “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” เขาก็คงเก็บกัก “ความรู้” นั้นเอาไว้ภายใน ไม่ได้แปรเปลี่ยนให้เป็นสิ่งสร้างสรรค์ให้กับโลกใบนี้

William James Sidis IQ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับ William James Sidis ครับ

เพราะเขาได้เริ่มแสดงความฉลาดในวัยเพียง 1 ขวบก็สามารถอ่านภาษารัสเซียได้แล้ว และในวัยขวบครึ่งก็สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้เป็นภาษาที่ 2 ยิ่งไปกว่านั้น เมื่ออายุ 4 ปี เขาสามารถอ่านภาษาละตินได้ และต่อมาในวัย 6 ขวบ สามารถอ่านภาษาฝรั่งเศส และภาษาเยอรมัน เพิ่มอีก 2 ภาษา สรุปรวมความเป็นอัจฉริยะด้านภาษาของ William James Sidis ในเวลาต่อมาก็คือ เขาสามารถอ่านภาษาในโลกนี้ได้มากถึง 200 ภาษาในช่วงวัยรุ่น

นอกจากนี้ William James Sidis ยังมีความสามารถในด้านอื่นๆ อีก อาทิ เมื่ออายุได้ 7 ปี สามารถทำข้อสอบของ Harvard Medical School และ MIT ได้ และเริ่มศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับ Anatomy และ Astronomy ด้วยตนเองในเวลาต่อมาจนกระทั่งเมื่อเขามีอายุ 8 ขวบ ก็สามารถเขียนหนังสือเกี่ยวกับ Anatomy และ Astronomy ออกมาทั้งหมด 4 เล่ม 

ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ตอนอายุได้ 11 ขวบ William James Sidis คือผู้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัย Harvard ซึ่งมีอายุน้อยที่สุดในโลก และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากที่นั่นด้วยวัยเพียง 16 ปี หลังจากนั้นในปีต่อมา ก็เข้าศึกษาต่อที่ Harvard Law School

William James Sidis IQ สูงที่สุด

แต่หลังจากนั้น ก็เป็นดั่งที่ผมเกริ่นนำไว้ข้างต้นก็คือ แม้ William James Sidis จะเป็นผู้ที่มี IQ สูงที่สุด แต่ทำไมโลกไม่จดจำชื่อของเขาเลย?

นั่นเป็นเพราะเรื่องราวหลังจากนั้น หลังจากที่เขาจบการศึกษาจาก Harvard Law School กลายเป็นว่าเขาหยุดศึกษาหาความรู้ และงานการก็ไม่ทำ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีใครทราบเหตุผลที่ทำให้ William James Sidis เป็นเช่นนั้น

จึงทำให้เขาหยุดความอัจฉริยะเอาไว้ในวัยเพียง 17 ปี โดยที่ไม่ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาให้โลกได้จดจำอีก เฉกเช่นที่ Johann Wolfgang von Goethe และ Albert Einstein ได้ทำเอาไว้นั่นเองครับ


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับคนอัจฉริยะ – ความอัจฉริยะ

โรงเรียน X-Men แหล่งรวมพล ‘คนอัจฉริยะ’ ที่เปิดสอนมาแล้ว 88 ปี!

ศิลปะสร้างอัจฉริยะได้ นิยามการเรียนรู้ใหม่ หนุนความเชื่อ “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”