‘มุน แจ-อิน’ หนุน 100 บริษัท ‘โสมขาว’ ควักกระเป๋าลงทุนเมืองไทย

277

แม้ในช่วงที่ผ่านมา การลงทุนของเกาหลีใต้ในเมืองไทยยังน้อยเมื่อเทียบกับบริษัทจากญี่ปุ่นหรือจีน แต่นับจากนี้ ต้องจับตามองคลื่นลูกใหม่ของเกาหลีใต้ เพราะจะใช้ฐานการผลิตเมืองไทยเจาะตลาดอาเซียน

โดยเฉพาะตลาด CLMV (กัมพูชาสปป.ลาวเมียนมาเวียดนาม) ซึ่งนักธุรกิจเกาหลีมองว่า หากเจาะตลาดเมืองไทยสำเร็จ เท่ากับได้ตลาด CLMV เป็นของแถม เนื่องจากคนใน 4 ประเทศ เดินตามไลฟ์สไตล์คนไทย


รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

สนลงทุนสมาร์ทซิตี้ – 5G

หากยังจำกันได้การพบกันระหว่าง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กับ นายอีอุกฮ็อน  เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา นายอีกล่าวว่า นักลงทุนเกาหลีใต้สนใจเข้ามาลงทุนในเมืองไทยหลายด้าน ทั้งการลงทุนต่อเนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC 5 โครงการหลัก ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา โครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 และโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3

รวมทั้งสนใจโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ทซิตี้) โครงการประมูล 5G ซึ่งเกาหลีใต้รอการเปิดประมูลที่ชัดเจน เพราะเป็นธุรกิจที่เอกชนโสมขาวเชี่ยวชาญ


ลุยธุรกิจเทรนด์ใหม่

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ กล่าวว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้ เน้นลงทุนในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก แต่วันนี้นักลงทุนคลื่นลูกใหม่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี กำลังมองไปในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์แห่งอนาคต เครื่องจักรกลอัตโนมัติ หุ่นยนต์ การแพทย์ ชีวภาพด้านเกษตรและอาหาร ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม 10 S Curve หลายรายอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมทุนกับผู้ประกอบการชาวไทย

บีโอไอคาดว่าหลังจากนี้ จะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากต้นทุนค่าแรงที่เกาหลีใต้เพิ่มขึ้นถึง 30% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับรัฐบาลเกาหลีใต้มีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้เข้ามาลงทุนในอาเซียนเพราะต้องการขยายตลาดในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น จึงมั่นใจว่าตัวเลขการลงทุนจากเกาหลีใต้ในปีนี้จะสูงกว่าปีก่อนๆ


100 บริษัทพร้อมปักธงอีอีซี

พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาภายในงานสัมมนาไทยแลนด์เกาหลี จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในโอกาสที่ มุน แจอิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีนำคณะนักธุรกิจเกาหลีใต้ 100 บริษัทเยือนไทยว่า ตั้งเป้าเพิ่มบริษัทเกาหลีที่ลงทุนในไทยให้มากกว่าปัจจุบันที่มีอยู่ 400 แห่ง โดยได้มอบนโยบายให้บีโอไอและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ดูแลความสะดวกในการลงทุนอย่างเต็มที่ รวมถึงตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยเกาหลีในปี 63 เป็น 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันอยู่ที่ 14,000-15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนจากเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจและการลงทุนในไทย เห็นได้จากการมาเยือนครั้งนี้ได้มีการทำ MOU ระหว่างรัฐบาลร่วมกันถึง 6 ฉบับ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจระหว่างกันจำนวน 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 เราเชิญชวนนักลงทุนเกาหลีใต้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา ทั้งโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) และเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) ตามนโยบายทิศใต้แบบใหม่ (New Southern Policy) ของเกาหลีใต้พล..ประยุทธ์ กล่าว


มุน แจอิน หนุน EEC

ขณะที่ นายมุน แจอิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า ทั้ง 2 ประเทศจะร่วมมือกันปฏิวัติอุตสาหกรรมสู่อุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งประเทศไทยมีโครงการไทยแลนด์ 4.0 ผลักดัน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ เครื่องมือแพทย์สมัยใหม่ รวมถึงสร้างความร่วมมือสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่ (สตาร์ทอัพ) ให้เพิ่มขึ้นอีก 30%

เราพร้อมสนับสนุนโครงการ EEC ของประเทศไทยเต็มที่ ด้วยการร่วมมือกันตามนโยบายปฏิวัติอุตสาหกรรมสู่อุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 สร้างความร่วมมือสนับสนุนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพของไทยและเกาหลีใต้ รวมถึงการเปิดตลาดและการค้าเสรีระหว่างไทยเกาหลีนายมุน แจอิน กล่าว


อีอีซี MOU หอการค้าฯ เกาหลี .. นี้

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี นำโดย นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการฯ และ นางลัษมณ อรรถาพิช รองเลขาธิการสายงานการลงทุนและความร่วมมือระหว่างประเทศ ร่วมนำเสนอโครงการ EEC ต่อ นายมุน แจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายในงาน Thailand – Korea Industry 4.0 Showcase พร้อมเดินหน้าเชื่อมโยงการพัฒนาโครงการอีอีซีของไทย และนโยบายทิศใต้แบบใหม่ (New Southern Policy) ของเกาหลีใต้

โดยนางลัษมณกล่าวว่า ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ทางนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเกาหลี ที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ คณะ สกพอ. จะร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อหารือความร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลีใต้ในอีกหลากมิติเกี่ยวกับโครงการ EEC ซึ่งจะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างทาง EEC กับหอการค้าและอุตสาหกรรมสาธารณรัฐเกาหลี (KOTRA) โดยจะเปิดเผยรายละเอียดให้ทราบในโอกาสต่อไป


มุน แจ อิน

มิติใหม่การค้าการลงทุน

ปัจจุบันเกาหลีใต้เป็นคู่ค้าอันดับ 10 ของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกันจำนวน 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตั้งเป้าจะขยายมูลค่าการค้าให้ถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2563 ขณะเดียวกันเกาหลีใต้เป็นผู้ลงทุนอันดับที่ 12 ของไทย มีแรงงานไทยในเกาหลีจำนวน 80,000 คน แรงงานเกาหลีในไทยจำนวน 20,000 คน นับเป็นโอกาสดีของไทยที่จะเชื่อมนโยบายทิศใต้แบบใหม่ (New Southern Policy) เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเกาหลีใต้ให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เมื่อโครงการไทยแลนด์ 4.0 ของไทยสอดคล้องกับโครงการอุตสาหกรรม 4.0 ของเกาหลี การขับเคลื่อนความร่วมมือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์นับจากนี้ จึงน่าติดตามยิ่ง!!!


ขอบคุณภาพประกอบจาก www.thaigov.go.th