Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.246/62

อุตฯคลอด 7 มาตรการเยียวยา 10 จังหวัดสังเวยพิษ ‘โพดุล’

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงผลกระทบจากอิทธิพลพายุโซนร้อน “โพดุล” ตั้งแต่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมาจนถึงล่าสุดได้รับรายงานถึงผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมประมาณ 10 จังหวัด ได้แก่ จ.ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มุกดาหาร นครพนม ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ พิจิตร อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 36 ราย ส่วนใหญ่เป็นขนาดกลางและย่อม เช่น โรงสีข้าว โรงงานไม้แปรรูป เป็นต้น และอุตสาหกรรมครอบครัวและหัตถกรรมจักสานหรือวิสาหกิจชุมชนต่างๆ อีก 387 ราย รวมผู้ประสบภัย 423 ราย ประเมินมูลค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณ 133 ล้านบาท พร้อมคลอด 7 มาตรการเยียวยา ได้แก่ 1. ให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) พักชำระหนี้และเติมเงินทุนฟื้นฟู 2. Big Cleaning ร่วมมือกับทุกฝ่ายเร่งทำความสะอาดสถานประกอบการ โรงงาน อาคาร บ้านเรือน ทางสาธารณะ และพื้นที่ชุมชน 3. ร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่และผู้ประกอบการรายใหญ่ (Big Brother) รวมทั้งสถาบันการศึกษาช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์และเครื่องจักร 4. ฟื้นฟูวิสาหกิจแบบบูรณาการเพื่อวางแผนการฟื้นฟูในสถานประกอบการ 5. ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีและค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเครื่องจักร 6. บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์และจักรยานยนต์ พร้อมเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และ 7. เป็นมาตรการอื่นๆ เช่น เข้าสำรวจ เยี่ยมเยือนเพื่อรับฟังปัญหาของคนในพื้นที่

เคาะชาวบ้านรอบโรงไฟฟ้า 1 กม. ใช้ไฟฟรี–รับส่วนลด กกพ. ชี้ผู้เสียสละ

น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบายการให้ใช้ไฟฟ้าฟรี หรือไฟฟ้าราคาถูกสำหรับชุมชนรอบโรงไฟฟ้า เนื่องจากเป็นกลุ่มคนเสียสละ อาจจะสนับสนุนเป็นเงินส่วนลดหรือการกำหนดโควต้าการใช้ไฟและกำหนดในพื้นที่ไม่เกิน 1 กิโลเมตรรัศมีรอบโรงไฟฟ้า ซึ่งกำลังศึกษารายละเอียด เพื่อกำหนดการใช้เงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่ปัจจุบันมีเงินอยู่ในกองทุนประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี โดยจะต้องจัดสรรออกมาว่าจะสนับสนุนในจำนวนเท่าไหร่ รวมถึงศึกษาพื้นที่ที่จะได้รับการสนับสนุน คาดว่าจะสรุปภายใน 1-2เดือนนี้ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)รับทราบ

สรท. มองส่งออกยังวิกฤติจากค่าเงิน–สงครามการค้า โตเต็มที่ 0%

เสรีนิยม

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท. ประเมินว่าการส่งออกปี 2562 จะติดลบประมาณ 1% มูลค่าราว 2.50 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีมูลค่าเฉลี่ย 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้สมมติฐานค่าเงินบาที่ 32.50-33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าขณะนี้ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ  30.62-30.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าการส่งอออกล่าสุดเดือนกรกฎาคมกลับมาขยายตัวหลังจากติดลบก่อนหน้านี้ที่ 4.28% จากผลของการส่งออกทองคำ มูลค่ารวม 2.10 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ภาพรวมการส่งออกช่วง 7 เดือนแรก (มกราคม–กรกรฎาคม) 2562 ยังติดลบ 1.9% หรือมูลค่ารวม 1.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนมูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาท เดือนกรกฎาคมติดลบ 0.7% มูลค่า 6.54 แสนล้านบาท ทำให้มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทช่วง 7 เดือนแรก 2562  ยังติดลบ 2.4% มูลค่ารวม 4.53 ล้านล้านบาท โดยกระทรวงพาณิชย์ยังผลักดันการส่งออกและคงเป้าหมายการส่งออกปีนี้ที่ 3% แต่ในส่วนเอกชนมองว่าภายใต้สภาวะการค้าที่ชะลอตัวจากสงครามการค้า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องอาจจะเห็นการส่งออกติดลบ 1% หรืออย่างดีอาจจะทรงตัวเท่ากับปี 2561 ที่ผ่านมาหรือขยายตัว 0% อย่างไรก็ตาม จะมีการติดตามสถานการณ์ส่งอกในช่วงที่เหลือของปีและจะมีการปรับประมาณการณ์ในช่วงเดือนกันยายนหรือสิ้นไตรมาสที่ 3 อีกรอบ

หนี้ครัวเรือนคนไทยสูงสุดในรอบ 2 ปี 3 เดือน รั้งที่ 2 เอเชีย

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2562 ว่า พบหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสิ้นไตรมาส 1 หนี้ครัวเรือนเท่ากับ 13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% คิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีเท่ากับ 78.7% สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส หรือ 2 ปี 3 เดือน นับตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งหนี้ครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปี 2560 ขณะที่ในไตรมาส 2/2562 แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะภาพรวมสินเชื่อธนาคารพาณิชย์เพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นระดับสูง 9.2% โดยยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ขยายตัว 11.3% สูงสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ไตรมาส 4/2558 เป็นต้นมา ส่วนยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและรถยนต์ขยายตัว 7.8% และ 10.2% ชะลอลงจาก 9.1% และ 11.4% จากไตรมาสก่อน ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากเกาหลีใต้ และอันดับ 11 ของโลก จาก 74 ประเทศ

‘ปลาดุกไทย’ แจ็กพอต รับอานิสงส์ส่งออกสหรัฐหลังหลายชาติโดนแบน

น.ส.อุษาศรี เขียวระยับ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ ชิคาโก สหรัฐอเมริกา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2562 ทางสหรัฐฯมีการเรียกคืนสินค้าปลาดุกแช่แข็งนำเข้าจากต่างประเทศเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากสินค้าไม่ได้รับการตรวจสอบในเรื่องความปลอดภัยจากกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้นำเข้าต้องเรียกคืนสินค้าที่จำหน่ายไปแล้วกลับคืนมา จึงเป็นโอกาสสำหรับสินค้าปลาดุกของไทยในการเพิ่มการส่งออกและเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีคู่แข่งในสหรัฐฯน้อยลงเหลือเพียงจีนและเวียดนามเท่านั้น ขณะที่ไทยยังมีบัญชีรายชื่อแหล่งผลิตที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าปลาดุกมาจำหน่ายในสหรัฐฯ

“ย่านเก่าภูเก็ต” ติด 1 ใน 13 เมืองสวยงามที่สุดในเอเชีย

สำนักข่าว CNN นำเสนอรายงานพิเศษคอลัมน์ Travel เกี่ยวกับทวีปเอเชีย ทั้งในแง่ของความสวยงามทางธรรมชาติและความทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ คัดเลือก 13 เมืองซึ่งมี “ย่านเมืองเก่าภูเก็ต” (Phuket Old Town) เป็นหนึ่งในนั้น โดยรายงานดังกล่าวสรุปว่าแม้เกาะภูเก็ตจะโด่งดังในเรื่องของความสวยงามทางทะเล เป็นเมืองตากอากาศในฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่มากกว่าความสวยงามทางทะเล ภูเก็ตยังมีพื้นที่สำหรับการดื่มด่ำกับวัฒนธรรมด้วยเช่นกัน คือย่านเมืองเก่าภูเก็ตที่มีเต็มไปด้วยความทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ร้านค้าสไตล์ชิโน – โคโลเนียล ที่สร้างขึ้นในช่วงยุคการขุดแร่ดีบุกของเกาะในศตวรรษที่ 18 และ 19 โดย 13 เมืองที่ได้รับการคัดเลือก อาทิ ฮอยอันของเวียดนาม, ยูฟุอิน ญี่ปุ่น, จอร์จทาวน์ มาเลเซีย, เมืองประวัติศาสตร์วีกัน ฟิลิปปินส์ และ  หลวงพระบาง สปป.ลาว เป็นต้น

จีนฟ้อง WTO หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้ารอบล่าสุดไม่เป็นธรรม

กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์วันจันทร์ที่ 2 กันยานยนที่ผ่านมา ระบุว่าจีนจะดำเนินการฟ้องร้องภายใต้กระบวนการยุติข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก หรือ WTO หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สหรัฐได้เริ่มเก็บภาษี 15% จากสินค้าจีนมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์ ทั้งที่ในการประชุมสุดยอด จี20 ที่โอซาก้า เมื่อช่วงปลายเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เห็นพ้องร่วมกันระหว่างการพบปะหารือนอกรอบ ซึ่งสหรัฐระบุว่าจะไม่เก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่กับสินค้าส่งออกของจีน การกระทำดังกล่าวของสหรัฐถือเป็นการละเมิดฉันทามติ จีนจึงต้องรักษาสิทธิและผลประโยชน์ตามกฎหมาย รวมทั้งปกป้องระบบการค้าแบบทวิภาคีเพื่อความเป็นธรรม