‘อุตสาหกรรมอวกาศ’ 1 ใน 10 S curve อุตสาหกรรมเป้าหมาย แต้มต่อดันไทยสู่ Aerospace Hub แห่งอาเซียน

322

หากอ้างอิงตาม ผลการศึกษามูลค่าทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอวกาศในไทย ปี 2562 ที่จัดทำโดย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า NIDA จะพบว่า “อุตสาหกรรมอวกาศ” ของไทย มีแนวโน้มการเติบโตที่สดใส เพราะตัวเลขมูลค่าล่าสุดของอุตสาหกรรมนี้อยู่ที่ 5.6 หมื่นล้าน ซึ่งเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นแล้ว มีอัตราเติบโตมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว

ข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่ง คือ อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ หรือ Aerospace Industry เป็น 1 ใน 10 S Curve หรือ อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ได้รับการส่งเสริมให้เกิดขึ้นในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ด้วย เนื่องจาก อุตสาหกรรมประเภทนี้ จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงในการดำเนินการ ซึ่งก็สอดคล้องกับจุดเด่นของอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ อีอีซี ต้องการส่งเสริมให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงมีสปอตไลต์ฉายไปยังอุตสาหกรรมนี้อย่างเจิดจ้า


5.6 หมื่นล้าน” ตัวเลขมูลค่า อุตสาหกรรมอวกาศ นี้มีที่มา

รศ.ศาสตรา สุดสวาสดิ์ อาจารย์ประจำคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า อธิบายเพิ่มเติมถึง ผลการศึกษามูลค่าทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอวกาศในไทย ปี 2562 ที่บ่งชี้ว่า

  • อุตสาหกรรมอวกาศ สร้างตัวเลขรายได้เข้าประเทศถึง 5.6 หมื่นล้านบาท
  • ก่อให้เกิดการจ้างงานถึง 3.6 หมื่นคน
  • สร้างมูลค่าทางสังคม 5 พันกว่าล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจถึง 2.9 หมื่นบาท
  • คิดเป็นสัดส่วน 8.7 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 3.4 แสนล้านบาท

“กิจการด้านอุตสาหกรรม Aerospace Industry หมายรวมถึงทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างการขนส่งทางอวกาศ ระบบสัญญาณภาคพื้นดิน การผลิตอากาศยาน งานด้านการศึกษาวิจัยด้านการบินและอวกาศ และยังมีไฮไลต์หรือดาวรุ่งที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมนี้ คือ ฟังก์ชันต่างๆ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมดาวเทียม ซึ่งมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 42 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้”

“ขอขยายความ ‘ฟังก์ชันต่างๆ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมดาวเทียม’ นั่นก็คือ บรอดแคสต์ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ ระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม ทั้งการทหาร การควบคุมอากาศยาน การแพทย์ทางไกล การสื่อสารไร้สายบนเครื่องบิน ดาวเทียมเพื่อการสำรวจที่ใช้ในการจัดทำแผนที่ การพยากรณ์อากาศ การเฝ้าระวังทางสิ่งแวดล้อม การปกป้องเขตแดนไทย ดาวเทียมทางทหาร ระบบนำทางด้วยสัญญาณดาวเทียม และการทดลองอวกาศ”

นอกจากนั้น รศ.ศาสตรา ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ถ้าพิจารณาแบบละเอียด จะพบว่าในช่วง 3 ปี ที่ศึกษา (ปี 2558-2560) แม้เศรษฐกิจของประเทศจะชะลอตัว แต่อุตสาหกรรมการบินและอวกาศในภาพรวมมีการเติบโตมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ โตกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยระบบนำทางและสัญญาณการสื่อสารสร้างรายได้มากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 46 เปอร์เซ็นต์ และ 45 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ขณะที่กิจการด้านการสื่อสารมีการจ้างงานสูงสุด

ส่วนกลุ่มบรอดแคสต์ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมประเภทนี้ที่ให้ผลตอบแทนต่ำสุด คือ 1 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังมีอัตราการเติบโตที่ติดลบตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา

สำหรับที่มาของการศึกษา ก็เพื่อให้ได้ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ถูกต้องด้านอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหม่ของไทย โดยที่ผ่านมามีข้อมูลการวิเคราะห์อุตสาหกรรมนี้ในเชิงลึกไม่มาก ดังนั้น ผลการศึกษาครั้งนี้จึงมีการศึกษาอ้างอิงเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอวกาศ ไม่รวมกิจกรรมทางด้านอากาศยานหรือการจราจรทางอากาศ เป็นการวิเคราะห์รายงานการลงทุนจากกรมธุรกิจการค้าและสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง


ฝันที่ไม่ไกลเกินเอื้อม กับการเป็น Aerospace Hub แห่งอาเซียน

ด้าน นายดำรงฤทธิ์ เนียมหมวด ปฏิบัติงานอธิการสถาบันวิทยาการอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ให้ข้อมูลสนับสนุนในประเด็นเรื่องการเติบโตของ อุตสาหกรรมอวกาศ ว่า

“อุตสาหกรรมแอโรสเปซ แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มขนส่งการบิน-การผลิตชิ้นส่วน และซ่อมบำรุงอากาศยานและกลุ่มอุตสาหกรรมอวกาศ โดยที่ผ่านมา จิสด้าส่งเสริมให้ลงทุนด้านการวิจัยในเรื่อง การผลิตชิ้นส่วนและซ่อมบำรุงอากาศยานจากโครงสร้างพื้นฐานเชิงเทคนิค และผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดความรู้ระดับสากลผ่านห้องปฏิบัติการกาแลคซี่ หรือ ห้องปฏิบัติการความเป็นเลิศและนวัตกรรมการบินและอวกาศ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐแห่งแรกในไทยที่ได้รับมาตรฐานด้าน Aerospace AS9100D

จากนั้น คุณดำรงฤทธิ์ ได้อัปเดตจำนวนผู้ประกอบการไทยที่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมการบินและอากาศยาน Aerospace Standard AS9100 ว่ามีเพียง 26 หน่วยงาน ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ มีผู้ประกอบการที่ผ่านมาตรฐานนี้แล้วถึง 119 หน่วยงาน ประเทศมาเลเซีย 60 หน่วยงาน นี่แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการบินและอากาศยานของไทย ต้องพยายามเดินหน้าพัฒนาศักยภาพธุรกิจตนเองให้ด้านมาตรฐาน และยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีการผลิตด้วย

อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการบินและอวกาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทางจิสด้าได้จัดตั้งศูนย์ประกอบทดสอบดาวเทียม และห้องปฏิบัติการ SOAR ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติการวางแผนเส้นทางการบิน โดยใช้นวัตกรรมด้านดาวเทียมจัดการน่านฟ้าและการเดินอากาศให้เป็นไปตามข้อบังคับระดับสากล

“นับว่าโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของไทยในการแข่งขันที่จะก้าวสู่ความเป็นหนึ่งใน อุตสาหกรรมอวกาศ ในระดับสากลได้ ซึ่งรวมทั้งการผลิตและทดสอบดาวเทียม การควบคุมและจัดการดาวเทียม การใช้ดาวเทียมเพื่อความมั่นคงของประเทศการให้บริการข้อมูลดาวเทียมรวมไปถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลดาวเทียมในด้านอื่นๆ ด้วย”


ในที่สุด งานวิจัยไทยก็ไปอวกาศได้สำเร็จ

ดังที่เกริ่นมาแล้ว นอกจาก จิสด้า จะมีภารกิจในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอวกาศในทุกด้านแล้ว ยังต้องส่งเสริมให้เกิดการลงทุนด้านการวิจัยเกี่ยวกับอวกาศด้วย ซึ่งเชื่อว่า ใครหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ความสำเร็จของภารกิจระดับโลกที่บริษัท SpaceX ได้ส่งจรวด SpaceX CRS-18 ไปยังอวกาศด้วยวัตถุประสงค์เพื่อปล่อยยานอวกาศ Dragon ให้เดินทางไปเทียบท่า ณ สถานีอวกาศนานาชาติ ISS มีงานวิจัยด้านอวกาศของไทยบรรจุเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จนี้ด้วย

งานวิจัยที่กล่าวถึงนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. ร่วมกับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ได้ร่วมดำเนินการส่งงานวิจัยไทยด้านการปลูกผลึกโปรตีนในอวกาศเพื่อการพัฒนายาต้านโรคมาลาเรีย โดยจะทดลอง ณ ห้องปฏิบัติการอวกาศคิโบะ (Kibo Module) ของ JAXA

ดร.ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์ หัวหน้าทีมวิจัยไบโอเทค ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงานวิจัยชิ้นนี้ว่า

“ผลึกโปรตีนที่ปลูกขึ้นในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง หรือ ในอวกาศ จะมีลักษณะและคุณภาพของผลึกโปรตีนที่ดีกว่าการปลูกผลึกโปรตีนบนพื้นโลก จึงทำให้สามารถมองเห็นโครงสร้างของโปรตีนได้ชัดเจนและนำไปศึกษาเพื่อพัฒนายาต้านโรคมาลาเรียได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการส่งงานวิจัยไปทดลองในอวกาศครั้งนี้ เป็นผลงานจากการดำเนินงานของโครงการวิจัยวิทยาศาสตร์อวกาศและการทดลองในอวกาศ หรือ National Space Exploration (NSE) ของ สทอภ. ที่ได้เปิดรับข้อเสนอการทดลองในอวกาศ และพัฒนาให้สามารถส่งไปทดลองในอวกาศได้สำเร็จ” 

งานวิจัยนี้เกิดจากการค้นพบว่า ในการรักษาผู้ป่วยโรคมาลาเรีย เริ่มเผชิญกับปัญหาผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อมาลาเรียมีอาการดื้อยา จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ต้องพัฒนายาต้านโรคมาลาเรียชนิดใหม่ที่สามารถฆ่าเชื้อมาลาเรียที่ดื้อยาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับที่มาของการส่งโปรตีนขึ้นไปบนสถานีอวกาศเพื่อตกผลึกนี้ เป็นเอนไซม์โปรตีน DHFR-TS ที่พบในเชื้อ Plasmodium falciparum และสารยับยั้งการทำงานของโปรตีนนี้ ได้รับการพัฒนาโดยนักวิจัยไบโอเทค แล้วส่งต่อให้โครงการ NSE ของ สทอภ. ดำเนินการประสานความร่วมมือส่งไปยัง JAXA เพื่อตรวจสอบคุณภาพของสารสำหรับเตรียมส่งขึ้นไปทดลองบนสถานีอวกาศ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเมษายนที่ผ่านมา

ด้าน หัวหน้าโครงการ NSE ดร.อัมรินทร์ พิมพ์หนู กล่าวว่า สทอภ. มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีอวกาศ และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าวิทยาศาสตร์จะต้องเดินควบคู่ไปกับเทคโนโลยี ดังนั้น จึงได้ดำเนินการพัฒนาโครงการ NSE ขึ้นมาเพื่อส่งงานวิจัยไปทดลองในอวกาศด้วยเทคโนโลยีอวกาศที่มีในปัจจุบัน เพื่อสร้างนวัตกรรมอวกาศและนำไปสู่อุตสาหกรรมอวกาศได้ในที่สุด

ทั้งนี้ ยังมีงานวิจัยที่รอการส่งไปอวกาศอยู่อีกมาก อาทิ การหมักเชื้อ PGA ในอวกาศ หรือ การเลี้ยงไข่น้ำในอวกาศ ซึ่งเป็นผลงานของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ และมหาวิทยาลัยมหิดล ตามลำดับ รวมทั้งในปัจจุบัน จิสด้าอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดลองในสภาวะอวกาศ (Space Laboratory) เพื่อรองรับการทดลองในอวกาศและการต่อยอดไปสู่การประยุกต์ผลการทดลองให้เกิดประโยชน์และส่งเสริมให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศต่างๆ ให้กับประเทศต่อไป


ที่มา :

  • รายงานข่าวเรื่อง “ระบบนำทาง-คลื่นสื่อสาร ดาวรุ่งอุตฯอวกาศ” เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 4 กันยายน 2562
  • รายงานข่าว เรื่อง “งานวิจัยไทยไปอวกาศสำเร็จ” 26 Jul 2019  Phakpoom Laotrakul เผยแพร่ในเว็บไซต์ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) : GISTDA

อัปเดตความก้าวหน้าของ อุตสาหกรรมเป้าหมาย อีกหลายหลายแง่มุม

ดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรายได้ดี ‘ทะเลตะวันออก’ โกอินเตอร์ให้สุดทาง ด้วยมหกรรมตอบรับเทรนด์ท่องเที่ยวด้วยเรือยอร์ช ระดับนานาชาติ

ความเชื่อมโยงระดับภูมิภาค ทางลัดสร้างโอกาสเติบโต อุตสาหกรรมไมซ์ไทย

Additive Manufacturing อุตสาหกรรมการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ รู้ไหมว่า…เราเป็นดาวเด่นในอาเซียน