ความจริงที่ขมขื่น SME เข้าถึงนวัตกรรมแค่ 1% ไทยจะฝ่าด่านยังไง

173

แม้ผู้ประกอบการในประเทศไทยจะเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อเทียบสัดส่วนดังกล่าวกับจำนวน SME ที่มีอยู่ในประเทศกว่า 3 ล้านรายแล้ว กลับพบว่ามีไม่ถึงร้อยละ 1 หรือไม่ถึง 30,000 ราย ที่มีการใช้งานวิจัยและนวัตกรรมเข้ามาเปลี่ยนแปลงธุรกิจ

ทั้งที่การยกระดับ SME ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมนั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดหรือสู้กับคู่แข่งได้ แต่ยังเป็นการปูทางไปสู่ความสำเร็จเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยจะเห็นได้ว่าบริษัทที่มีการเติบโตเหล่านี้ให้ความสำคัญกับการลงทุนเรื่องการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม และยังจะเห็นได้ว่าเมื่อมีการสร้างนวัตกรรมสำเร็จแล้ว สินค้าและบริการต่างๆ ยังเป็นตัวแปรและปัจจัยที่สำคัญในการกำหนดพฤติกรรมของผู้บริโภคและสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์สินค้าได้เป็นอย่างดี


5 ปัจจัยสกัด SME เข้าไม่ถึงงานวิจัย

ข้อมูลจาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เอสเอ็มอียังไม่สามารถเข้าถึงเรื่องดังกล่าวได้ เนื่องจาก

1. ขาดองค์ความรู้ โดยเฉพาะในเรื่องของการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทั้งจากภายในและต่างประเทศ เช่น ข่าวรายวัน ผลงานวิจัยใหม่ๆ การศึกษาข้อมูลตัวอย่างของผู้ประกอบการต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ

2. ขาดเงินทุน เนื่องจากการผลิตงานวิจัยหรือนวัตกรรมยังมีต้นทุนที่สูง

3. ขาดเครือข่ายเชื่อมโยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา จึงยังไม่มีโอกาสในการร่วมกันพัฒนานวัตกรรม หรือการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์มากนัก

4. ขาดกำลังคน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรที่มีความรู้ในสถานประกอบการ การขาดเครื่องมือ ระบบดิจิทัล และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

5. การกระจุกตัวของการพัฒนานวัตกรรมที่ส่วนใหญ่ยังอยู่แค่ระดับส่วนกลาง หรือระดับหัวเมือง จึงทำให้ผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคยังติดอยู่กับรูปแบบธุรกิจเดิมๆ และไม่สามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ได้


ดินปลูกต้นไม้ไม่ต้องรดน้ำ

หัวใจของนวัตกรรมอยู่ตรงไหน

ทั้งนี้ ในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอียุคใหม่จะต้องประกอบด้วย

  • การพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่เป็นสิ่งใหม่และไม่คุ้นเคย

โดยจะต้องเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำกับสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกัน เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค และมีความก้าวล้ำเหนือคู่แข่ง เช่น บริการหลังการขาย การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย สินค้าหรือบริการที่มีหลากหลายฟังก์ชั่นการใช้งาน การสร้างคอนเทนต์หรือการนำเสนอเนื้อหาผ่านสื่อต่างๆ ที่ดึงดูดใจ การผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพ

  • การเน้นนวัตกรรมที่เกี่ยวกับกระบวนการผลิต

โดยจะต้องอาศัยเครื่องมือต่างๆ ที่มีความทันสมัย สามารถประยุกต์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความสามารถในการผลิต รวมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต การใช้พลังงานทดแทน นวัตกรรมเพื่อการลดต้นทุน

  • การพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมทางการตลาด

เป็นการผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจแบบก้าวกระโดด โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลเพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้หันมาใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ เช่น การมีระบบจัดเก็บข้อมูล (บิ๊กดาต้า) การใช้โซเชียลมีเดีย การมีระบบสื่อสารใหม่ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับผู้บริโภค 

Rice protein (โปรตีนข้าว)
เครื่องเติมอากาศประหยัดพลังงานไฮบริดจ์

สตาร์ทอัพ หนึ่งความหวังคนรุ่นใหม่

Sme กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมด้วยวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี หรือ Innovation Driven Economy นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ก้าวนำคู่แข่งและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเท่าทันกับสถานการณ์และบริบทต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาพบว่า

ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีเริ่มมีการตื่นตัวในเรื่องดังกล่าว พร้อมนำมาสร้างสรรค์เป็นบริการและสินค้าใหม่ๆ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตด้วยวิธีการและรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม และยังเป็นแนวทางให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ภายใต้ภาวะการแข่งขันในตลาดโลกที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

Sme
ผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อการแพทย์

“เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เอสเอ็มอีเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาธุรกิจจากเดิมเป็นการขับเคลื่อนด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมให้มากขึ้น ล่าสุด กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) จึงได้จัดกิจกรรม Research Connect หรือตลาดต่อยอดงานวิจัยสู่อุตสาหกรรม’ ขึ้น ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมระหว่างผู้มีเทคโนโลยี อาทิ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย นักวิจัยผู้ถือครองสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา และผู้ต้องการใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการเอกชน บุคคลทั่วไป เพื่อนำไปสู่การยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการและเศรษฐกิจ โดยกิจกรรมนี้ยังเป็นเสมือนความร่วมมือในการเสาะหาผลงานวิจัยที่มีความพร้อมในการต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ มานำเสนอแก่ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้เกิดขึ้น” นายกอบชัย กล่าว


ตัวอย่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าด้วย ‘นวัตกรรม’

เปิดวาร์ป! Bioeconomy เศรษฐกิจ 7 ล้านล้าน ก้าวใหม่…ไทยพร้อมแค่ไหน?