’10 Technologies To Watch’ ดูให้รู้ 10 เทคโนโลยีที่จะเข้ามาอยู่ในชีวิตคุณ จากงาน Thailand Tech Show 2019

1160

THAILAND TECH SHOW 2019 อีเวนต์โชว์นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับประเทศ ที่เพิ่งเปิดตัวไปมีไฮไลต์สำคัญ คือ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง (10 Technologies To Watch) โดยทุกปี สวทช.จะเลือกมาปีละ 10 เรื่อง ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลกระทบได้ชัดเจนภายใน 5 – 10 ปีข้างหน้า 


หากพิจารณาจาก 10 เทคโนโลยีด้านล่างนี้ จะพบว่าบางเทคใกล้เป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ แล้ว ขณะที่บางเทคอาจจะยังเป็นต้นแบบหรือการทดสอบเบื้องต้น แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำสำเร็จในอนาคตอันใกล้ ดังนี้

1) เครือข่ายมือถือ 5G/6G (Mobile Network 5G/6G)

สำหรับ 5G จะมีการรับส่งข้อมูลสูงสุดเพิ่มขึ้นไปอีก 20 เท่าจาก 4G แต่ความพิเศษคือ ใช้ได้แม้กำลังเคลื่อนที่เร็วถึง 500 กิโลเมตร/ชั่วโมง และส่งข้อมูลต่อพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 100 เท่า ปัญหาตอนอยู่ในที่ที่มีคนจำนวนมากแล้วใช้สัญญาณมือถือไม่ได้ จะหมดไป รวมถึง 5G จะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีอื่นๆ เข้าด้วยกัน เช่น AI, Big Data, Cloud, IoT ระบบอุตสาหกรรมจึงใช้ควบคุมอุปกรณ์เครื่องจักรและหุ่นยนต์ได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น รองรับการใช้โดรนในการเกษตร และโลจิสติกส์ต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ส่วน 6G อยู่ในขั้นตั้งไข่ ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีประสิทธิภาพเพียงใด แต่คาดว่าจะรับส่งข้อมูลได้ระดับเทระบิต (terabit)/วินาที ซึ่งดีกว่า 5G ถึง 1,000 เท่า


2) การคำนวณและวิศวกรรมควอนตัม (Quantum Computing and Engineering)

โลกข้างหน้าจะสามารถรองรับข้อมูลข่าวสารที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับโจทย์ปัญหาต่างๆ ที่ละเอียดและยากยิ่งขึ้น คอมพิวเตอร์จึงต้องการหน่วยประมวลผลที่ดีขึ้น โดยเทคโนโลยีควอนตัมจะเข้ามามีบทบาททำให้ประสิทธิภาพระบบดีขึ้นหลายพันเท่าส่งผลให้จัดการข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สามารถถอดรหัสดีเอ็นเอสิ่งมีชีวิตที่ยาวมากเป็นพันๆ ล้านหน่วย สร้างแบบจำลองเพื่อค้นหายาใหม่ๆ สำหรับผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ หรืออาจมีเซนเซอร์ที่ใช้ตรวจจับสิ่งปนเปื้อนในอุตสาหกรรมอาหารและยาได้อย่างละเอียด


3) AI แห่งอนาคต (Future AI)

AI จะมีส่วนที่เป็นหัวใจหรือสมองของระบบ ได้แก่ เทคโนโลยีเรียนรู้เครื่อง (Machine Learning) เครือข่ายประสาทเทียม (Deep Neural Network) ซึ่งสร้างเลียนแบบเครือข่ายเซลล์ประสาทสมองของคนเรา ระบบนี้จะช่วยประมวลผลข้อมูลได้จำนวนมากและมีประสิทธิภาพสูงมากแบบที่ AI ยุคก่อนทำไม่ได้ เช่น AlphaGo ที่สามารถล้มแชมป์มืออาชีพที่เล่นโกะได้ หรือ AI ชื่อ CheXNet วินิจฉัยผลตรวจโรคปอดบวมแข่งกับรังสีแพทย์ได้แม่นยำกว่า

อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม AI ในอนาคตจะไม่มาทำงานแทนคนหรือแข่งกับคน แต่จะทำงานร่วมกับคนหรือเรียนรู้สิ่งต่างๆ ร่วมกัน


4) เดินทางแบบไร้รอยต่อ (Mobility-as-a-Service, MaaS)

ในเมืองที่จราจรคับคั่งและมีทางเลือกมาก การให้บริการพาผู้โดยสารไปยังที่หมายอย่างสะดวกสบายและเร็วที่สุด จึงเป็นที่มาของเทคโนโลยี Maas ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด เช่น Uber ของสหรัฐอเมริกา กับ DiDi ของจีน รวมถึงบริการส่งของต่างๆ เช่น GrabFood, Line Man ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนี้


5) เซลล์แสงอาทิตย์เพอรอฟสไกต์ (Perovskite Solar Cell)

เป็นเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีโครงสร้างผลึกคล้ายแร่แคลเซียมไทเทเนียมออกไซด์ (CaTiO3) หรือแร่เพอรอฟสไกต์ ซึ่งดูดซับแสงและเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ดี ประยุกต์ใช้กับการนำไปพิมพ์บนแผ่นฟิล์มหรือพื้นผิวต่างๆ ทั้งยังมีต้นทุนต่ำ คือ 30 – 50% ของเซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิคอน พร้อมยังเพิ่มประสิทธิภาพเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นไฟฟ้าจาก 4% เป็น 24% จึงถือเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากที่สุด

ส่วนแนวโน้มที่จะได้รับการพัฒนายิ่งขึ้นในอนาคต ประเมินว่า ภายในปี 2025 อาจสามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์รูปแบบต่างๆ ได้


6) แบตเตอรี่ลิเทียมยุคหน้า (Next Generation Lithium Ion Batteries)

สมาร์ทโฟนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จะพบว่าแบตเตอรี่เสื่อมและหมดไวมาก แต่แบตเตอรี่ลิเทียมยุคหน้าจะใช้งานได้นานมากขึ้น ชาร์จไวขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น น้ำหนักก็เบาและราคาถูกลง พร้อมกันนี้ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

แม้จะยังไม่มีแบตเตอรี่ที่มีคุณสมบัติครบทุกอย่างในขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการศึกษาอย่างเข้มข้น เช่น ในประเทศไทย เอ็มเทค สวทช. มีงานวิจัยด้านวัสดุใหม่ๆ และการออกแบบขึ้นรูปเซลล์ในแบตเตอรี่แบบ Solid-state lithium ion และ Lithium-air โดยเน้นเพิ่มประสิทธิภาพอายุใช้งานและลดราคาต้นทุนลง


7) โครงเสริมภายนอกร่างกาย (Exoskeleton)

เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้มนุษย์มีพละกำลังเสริม และช่วยป้องกันอันตรายบางอย่างต่อร่างกายได้ พัฒนาโดยผสานความรู้และเทคโนโลยีจาก 3 ศาสตร์ คือ ชีววิทยา กลศาสตร์ และอิเล็กทรอนิกส์ คือต้องรู้กายวิภาคของมนุษย์ สัญญาณจากกล้ามเนื้อ สัญญาณจากสมอง การออกแบบเชิงกลไก วิทยาการหุ่นยนต์ และเซนเซอร์แบบต่างๆ ทั้งนี้ มีใช้งานบ้างแล้ว เช่น อุปกรณ์สวมใส่ที่ติดอยู่บริเวณเอว ขา และเท้าของผู้ใช้ ซึ่งสามารถกางออกเป็นเก้าอี้ได้

อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในปี 2030 จะมีการใช้งาน Exoskeleton อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ


8) ไฟเบอร์สารพัดประโยชน์จากแบคทีเรีย (Bacterial Multifunctional Fiber)

เส้นใยหรือไฟเบอร์นั้นมีมากที่สุดใน ผ้าฝ้าย โดยมีเซลลูโลสมากถึง 90% ซึ่งสามารถนำจุลินทรีย์หลายชนิดที่สร้างเซลลูโลสในพืชเหล่านี้ได้ แยกมาทำให้บริสุทธิ์ได้ง่าย แข็งแรง ขึ้นรูปสะดวก และยังอุ้มน้ำได้ดีกว่า

ถามว่าการประยุกต์ใช้ไฟเบอร์นี้ ทำได้ทุกอุตสาหกรรมหรือเข้าถึงวงการใดได้บ้าง คำตอบคือ วงการอาหาร การแพทย์ และอุตสาหกรรม เช่น การเติมไฟเบอร์ในวุ้นมะพร้าว เต้าหู้ ไอศกรีม หรือทำเป็นโปรตีนเกษตร โดยใช้เป็นตัวปรับรสสัมผัสของอาหาร หรือถ้าเป็นด้านอุตสาหกรรม การใช้จุลินทรีย์เพื่อดัดแปลงยีนบางอย่าง ถือเป็นสาขาใหม่ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในทศวรรษที่ผ่านมา


9) กายจำลองทดสอบยา (Companion Diagnostics)

ความก้าวหน้าครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ จากระบบที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อออแกนอยด์ของอวัยวะต่างๆ เข้าด้วยกันผ่านระบบของเหลว จนได้ผลลัพธ์คล้ายร่างกายเทียมขนาดจิ๋วหรือ “กายจำลอง” ที่นำมาใช้ทดสอบยาได้ และยังสามารถออกแบบให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคนได้อีกด้วย


10) วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล (Personalized Cancer Vaccine)

วงการวิทยาศาสตร์การแพทย์มีความพยายามที่จะทำวัคซีนหรือยาสำหรับโรคมะเร็งแบบเฉพาะบุคคลขึ้น โดยเริ่มจากนำเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยออกมาอ่านรหัสดีเอ็นเอ เปรียบเทียบรหัสในตำแหน่งต่างๆ ว่ามีตำแหน่งใดบ้างที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วใช้ซอฟต์แวร์ทางชีวสารสนเทศ (bioinformatics) มาจัดลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนแปลง และใช้เป็นจุดตั้งต้นในการสร้างวัคซีนชนิดพิเศษ นีโอแอนติเจนวัคซีน (neoantigen vaccine) ซึ่งก่อนจะฉีดวัคซีนเข้าสู่ร่างกาย ผู้ป่วยจะถูกกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจดจำเซลล์มะเร็งได้ก่อน จากนั้นจึงเริ่มค้นหาและทำลายเซลล์มะเร็งอย่างจำเพาะเจาะจง โดยไม่ยุ่งกับเซลล์ปกติ และเมื่อไรที่พัฒนาจนใช้วัคซีนได้จริง จะนับเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่

นอกจากอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีแล้ว ภายในงานเดียวกันนี้ยังมีการแข่งขันนำเสนอผลงานนวัตกรรมที่ ‘น่าลงทุนที่สุด’ อ่านต่อ


อ่านเรื่องราวของผู้คิดค้นและองค์กรที่สร้างนวัตกรรมทางการแพทย์อื่นๆ

ดร.พญ.พิจิกา วัชราภิชาต คุณหมอ AI ศึกษาและเทใจให้ Healthcare

ส่องความล้ำหน้าด้าน HealthCare ที่นำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาช่วย (ดูแล) ชีวิต